ที่แท้คือ 'อภิสิทธิ์' ผู้นิยามวาทกรรม 'ไพร่อุปถัมภ์' (เหตุเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว)

ไม่รู้ว่าทั้งคนเสื้อแดงและอภิสิทธิ์จะรู้ตัวหรือไม่ว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นผู้ประดิษฐ์คำว่า "ระบบไพร่อุปถัมภ์" เพื่อนิยามที่มาของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนว่าได้รับการอุปถัมภ์จากไพร่ กระทั่ง 2 ปีต่อมาคำนี้กลายเป็นวาทะที่คนเสื้อแดงนิยามว่าตัวเองคือ "ไพร่" มาขับไล่รัฐบาล "อำมาตย์" ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกอากาศสดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ 4 เมษายน 2553 (แฟ้มภาพ/ที่มา http://www.pm.go.th/) 

000

ในการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง แกนนำและผู้ชุมนุมได้นิยามตนเองว่าเป็น “ไพร่” ที่ต้องการมาเรียกร้องประชาธิปไตยจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่คนเสื้อแดงเห็นว่าเป็น “อำมาตยาธิปไตย” หรือ “อำมาตย์”

โดยวาทะ “ไพร่-อำมาตย์” ถือเป็นวาทะที่กินใจในหมู่คนเสื้อแดงและสร้างความสนใจในสังคม เป็นวาทะที่คนเสื้อแดงใช้โจมตีรัฐบาลไปในตัวโดยเฉพาะประเด็นที่ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลที่หนุนหลังโดยอำมาตย์และมีสองมาตรฐาน

วาทะ “ไพร่-อำมาตย์” ถือเป็นวาทะร้อนแรงของการชุมนุม กระทั่งอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องมาตอบโต้กับวาทะนี้ โดยเมื่อ 19 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์รายการ “สนามเป้า เล่าข่าว” ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ที่บ้านพักกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)

ตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมหยิบยกปัญหาความเหลื่อมล้ำ เช่น อำมาตย์ และไพร่ ตนเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยและคนไทยไม่มีระบบอย่างนั้นแล้ว ทุกคนมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ยอมรับว่าสภาพความเป็นปัญหาเหลื่อมล้ำยังมีอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ไขปัญหานี้

“แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ อำมาตย์หรือไพร่ เคยเป็นนายกฯ สร้างความร่ำรวยมหาศาล 5 ปีที่คุณทักษิณเป็นนายกฯ สังคมมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าตัว และทรัพย์สินของคุณทักษิณก็เพิ่มเป็นเท่าตัว ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีเป็นปกติ อย่าเอาความเหลื่อมล้ำมาสร้างความเกลียดชังในสังคม”

โดยในรายการยังแพร่ภาพนายอภิสิทธิ์โชว์ภาพหนังสือพิมพ์ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปตรวจงานการปรับปรุงโรงแรมในมอนเตเนโกร เปรียบเทียบกับภาพกลุ่มผู้ชุมนุมพักผ่อนนอนข้างถนนเอาแรงระหว่างการชุมนุม บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

 

000

นั่นเป็นการตอบโต้ของนายอภิสิทธิ์ โดยที่อภิสิทธิ์กระทั่งผู้ชุมนุมเองอาจไม่รู้ว่า คำว่า “ไพร่” ที่ผู้ชุมนุมใช้เรียกตัวเองนั้น มาจากการนิยามของนายอภิสิทธิ์เองเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่เขาเรียกรัฐบาลพรรคพลังประชาชนซึ่งชนะการเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2550 ว่าเป็นรัฐบาลในระบบ “ไพร่อุปถัมภ์” ซึ่งตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก รัฐบาลพลังประชาชนเป็นรัฐบาลที่ได้รับการอุปถัมภ์จาก ‘ไพร่’

นิยามนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2551 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ในวันดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชี้แจงของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ 26 พ.ค. 2551 ถึงกรณีการแปลคำปาฐกถาของเขาในงานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อ 29 ส.ค. 2550

โดยอภิสิทธิ์ได้แถลงข่าว และนำไปสู่การนิยามว่ารัฐบาลพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลระบบ “ไพร่อุปถัมภ์” ดังนี้

 

000

“เห็นครั้งแรกแล้วไม่น่าเชื่อว่านายจักรภพจะเป็นคนมุ่งมั่นต่อต้านระบบอุปถัมภ์ เพราะนายจักรภพไม่เคยพูดหรือมีพฤติกรรมต่อต้านระบบอุปถัมภ์ แต่ที่ทำให้นายจักรภพนั่งในที่มีความสุข เพราะได้ระบบอุปถัมภ์ แต่บังเอิญระบบไพร่อุปถัมภ์ หรือระบบอุปถัมภ์สามานย์ที่สุด ที่บางคนประกาศว่าถ้าไม่เลือกผมไม่ต้องเอางบประมาณ เหล่านี้นายจักรภพไม่เคยต่อต้าน”

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, 27 พฤษภาคม 2551

 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,
27 พฤษภาคม 2551, ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

การแถลงข่าววันนี้ทำไปด้วยความไม่สบายใจ ประการหนึ่งเพราะเรื่องที่จะหยิบยกมาขยายความเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงได้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกขยายผลออกไป แต่มีความจำเป็นที่จะต้องแถลงข่าว เพราะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เปิดแถลงข่าว และได้ใช้สถานะความเป็นรัฐมนตรีให้มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐ มีการกล่าวหาตนและพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอความเป็นธรรมจากสื่อทุกแขนงในการให้พื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้อย่างสมบูรณ์และรอบด้าน

ตนและพรรคยืนยันจุดยืนและความเห็นของพรรค และยืนยันคำแปลที่เป็นปัญหาของนายจักรภพ และยืนยันความเห็นว่าเป็นทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งอีกต่อไป และการยืนยันความเห็นของพรรคในเรื่องนี้ มีขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำชี้แจงของนายจักรภพ ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของพวกเราที่ได้นำเสนอโดยไม่ได้ผิดเพี้ยน การแถลงวันนี้จะอธิบายว่านายจักรภพมีจุดประสงค์อะไร และทัศนคติ ที่สะท้อนผ่านคำพูดบรรยายคืออะไร

พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งเมื่อปี 2489 ประกาศอุดมการณ์ชัดเจนว่าต่อสู้รักษาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นอุดมการณ์ที่ได้สืบทอดสืบสานมาจนปัจจุบัน ถ้าการสืบสานรวมความจงรักภักดีต่อสถาบันเป็นความคิดที่นายจักรภพคิดว่าเป็นเรื่องเก่า ตนก็พร้อมที่จะยอมรับและรักษาไว้ตลอดไป พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและมีหน้าที่ปกปักรักษาสถาบันหลักของชาติ

ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเพราะมีนายตำรวจไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายจักรภพเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมาในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชา นุภาพ ตนเป็นนักการเมืองก็มีความจำเป็นต้องตรวจสอบ สิ่งที่ทำได้ คือการขอดีวีดีที่บันทึกภาพและเสียง จากนั้นได้ไปถอดเป็นคำพูดที่เกิดขึ้นก่อนที่นายจักรภพจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งแนวความคิดคือสาระสำคัญ ตนไม่เคยเห็นคำแปลที่นายตำรวจเป็นผู้แปลว่าเป็นอย่างไร มีการบิดเบือนหรือไม่

ตนใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษมานานกว่าสิบปี เมื่ออ่านถ้อยคำดังกล่าวก็รู้สึกตกใจและคาดไม่ถึงว่าจะมี ผู้แสดงความคิดเห็นที่ท้าทายเช่นนี้ ตนจึงได้นำคำบรรยายของนายจักรภพนี้ไปให้คนที่รู้จักที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษได้อ่าน ซึ่งก็มีความเห็นไม่ต่างจากตน ตนจึงตัดสินใจทำหนังสือเป็นการภายในไปถึงนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อเสนอเรื่องราวที่ไม่เหมาะสม ก็นำเสนอนายกฯ เป็นการภายใน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจลดชนวนความขัดแย้ง เพราะขณะนั้นเริ่มมีคำบรรยายและมีการแปลกันไม่ทราบกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ขยายสู่วงกว้างในสังคม จึงระมัดระวังไม่ให้นำเรื่องสู่เวทีทางการเมือง เรายืนยันเจตนาที่จะตรวจสอบตามข้อเท็จจริง หากวันนี้นายจักรภพลาออกหรือนายกฯ ปรับออก ก็นึกไม่ออกว่ารัฐมนตรีคนใดจะเป็นปัญหาอีก เพราะอยู่ที่พฤติกรรมของแต่ละบุคคล การที่นายจักรภพบอกว่าพวกเราไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่น่าเชื่อว่านายจักรภพเรียนจบรัฐศาสตร์ เพราะความรับผิดชอบทางการเมืองและกฎหมายต่างกัน กระบวนการยุติธรรมก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ทางการเมืองต้องปลดชวนความขัดแย้ง ไม่ให้เป็นช่องให้เหิมเกริมในหมู่คนบางคน

แถลงข่าวของนายจักรภพต้องการเบี่ยงเบนประเด็นสำคัญที่ได้พูดและทำอะไรไว้ว่าเป็นการขัดแย้งกับตน ซึ่งไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องใหญ่กว่าความขัดแย้งระหว่างพรรคและบุคคลอย่างแน่นอน และตนจะไม่ให้สังคมไขว้เขวอย่างที่นายจักรภพต้องการชักนำ โดยการไปต่อล้อต่อเถียงกับ นายจักรภพ นายจักรภพใช้เวลานานนับสัปดาห์ในการเตรียมตัวแถลง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์แปลผิดด้วยอคติแล้วนำมาบิดเบือน ป่านนี้นายจักรภพต้องออกมาชี้สิ่งที่แปลผิดและบิดเบือน แต่คำแถลงของนายจักรภพที่พูดว่าพรรคประชาธิปัตย์บิดเบือน แต่กลับยกตัวอย่างไม่ได้แม้แต่คำเดียว เมื่อถูกสอบถามก็ตอบไม่ได้

นายจักรภพระบุว่านายตำรวจที่ไปแจ้งความดำเนินคดีบิดเบือน ขณะเดียวกันบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์แปลได้ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อแถลงเสร็จแล้วกลับบอกว่าจะฟ้องพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ฟ้องผู้ที่แปลบิดเบือน นอกจากนี้ ยังจับเท็จได้ว่าพูดไม่จริงอย่างไร เช่น เรื่องเล็กๆ ทางภาษาที่ง่ายต่อความเข้าใจ ก็ทำให้ตนรู้ว่ามาตรฐานทางภาษาและคุณธรรมของนายจักรภาพ เป็นไปอย่างที่ตนคิดทุกประการ

นอกจากจะเบี่ยงเบนแล้ว นายจักรภพยังระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ดึงสถาบันมาเกี่ยวกับการเมือง เพราะพวกเราไม่มีความประสงค์ที่จะทำเช่นนั้น แต่มีความสงสัยว่าเอกสารที่ที่ปรึกษาของนายจักรภพที่เสนอว่าหากนายจักรภพถูกพาดพิงเสียหายให้เผยแพร่สารคดีเฉลิมพระเกียรติ นายจักรภพก็ให้ดำเนินการตามที่เสนอ หากบอกว่าทำไปเพื่อสยบข่าวเพียงเท่านั้น ซึ่งพฤติกรรมอย่างนี้ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ขอเรียกร้องว่าสังคมอย่าสับสนและถูกเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริง ไม่ต้องไปหลงว่าใครแปลผิดถูก เพราะมี ทรรศนะของนักวิชาการคือ นายอนันต์ เหล่าเลิศวรกุล อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้วิเคราะห์อย่างเป็นวิชาการว่าหมายความว่าอย่างไร

“นายจักรภพ ได้บรรยายถึงสาระหลักคือประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้าเพราะระบบอุปถัมภ์ ความหมายคือนายจักรภพต้องการสื่อว่าอย่างไร เห็นครั้งแรกแล้วไม่น่าเชื่อว่านายจักรภพจะเป็นคนมุ่งมั่นต่อต้านระบบอุปถัมภ์ เพราะนายจักรภพไม่เคยพูดหรือมีพฤติกรรมต่อต้านระบบอุปถัมภ์ แต่ที่ทำให้นายจักรภพนั่งในที่มีความสุข เพราะได้ระบบอุปถัมภ์ แต่บังเอิญระบบไพร่อุปถัมภ์ หรือระบบอุปถัมภ์สามานย์ที่สุด ที่บางคนประกาศว่าถ้าไม่เลือกผมไม่ต้องเอางบประมาณ เหล่านี้นายจักรภพไม่เคยต่อต้าน แต่นายจักรภพกลับอ้างว่าต่อต้านระบบขุนนางเป็นการยืนยันอะไรบางอย่างหรือไม่ ตรงนี้ก็ไม่ทราบได้”

คำบรรยายหลายหน้าของนายจักรภพ ไม่มีคำว่าอมาตยาธิปไตย ไม่มีคำว่า ขุนนาง พูดถึงแต่สถาบัน ไม่ได้พูดถึงขุนนางว่ามีการปลุกเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตกลงหมายถึงขุนนางใช่หรือไม่ เช่นระบุว่า การลงประชามติรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

อีกตัวอย่างคือนายจักรภพได้บอกว่าอดีตนายกฯเป็นผู้บริหารมืออาชีพก็จริง แต่หากไม่พอใจก็จะไปบริหารบริษัทอื่น แล้วนำมาเทียบเคียงกับการบริหารประเทศ ไม่เข้าใจว่าเจ้าของประเทศคือขุนนางหรือศักดินาที่นายจักรภพบอกว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงถอนรากเพื่อล้างระบบอุปถัมภ์หรือไม่ ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ประธานองคมนตรี ซึ่งจะเปลี่ยนระบบแบบถอนรากถอนโคน

ประเด็นสุดท้ายนายจักรภพได้พาดพิงว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำลายล้างผู้อื่น โดยตั้งแต่ตนมาอยู่กับพรรค ในปี 2535 พวกเราเป็นฝ่ายค้านหลายรัฐบาล ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้ ถ้าในความทรงจำของตน จำได้กรณีนายวีระ มุสิกพงศ์ ซึ่งวันนั้นอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเลขาธิการพรรคได้รับโปรดเกล้าฯเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในปี 2529 ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่นายสมัคร สุนทรเวช ได้อภิปราย จนต้องมีการประชุมลับ จากนั้นนายวีระก็ ลาออกจากนั้น 1 สัปดาห์ ส่วนอีกกรณีที่มักจะพาดพิงถึงคือกรณีนายปรีดี พนมยงค์ คนรุ่นตนและนายจักรภพรู้เท่ากัน และตนสารภาพว่าไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รู้แต่ว่าตั้งแต่มาอยู่ที่พรรค หัวหน้าพรรคทุกคนได้ยกย่องนายปรีดีทุกคน เพราะสองหัวหน้าเป็นศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ส.ก.ของพรรคยังมีส่วนในการผลักดันให้ตั้งชื่อถนนปรีดี พนมยงค์ และถนนประดิษฐ์มนูธรรม นายจักรภพอย่าได้เบี่ยงเบนไม่ว่าปัจจุบัน หรืออดีต เพราะสาระสำคัญคือนายจักรภพขาดความเหมาะเพราะได้แสดงทัศนคติซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย

“วันนั้นนายสมัครก็ไม่ได้รอคำพิพากษาเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากเหตุการณ์ทั้งหมดจากการจาบจ้วงสถาบันจนบานปลาย นายสมัคร ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ชี้แนะไปแล้ว และจะไม่ให้ขยายลุกลามใหญ่โตไปไหนอีก”

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก
สกู๊ปพิเศษ : 'อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ' แถลงโต้ 'จักรภพ เพ็ญแข', เดลินิวส์, 28 พ.ค. 2551

“มาร์ค” ถาม “ทักษิณ” อำมาตย์หรือไพร่ เป็นนายกฯ 5 ปี รวยมหาศาล ปล่อยชาวบ้านหนี้ล้นตัว, 19 มี.ค. 53 http://talk.mthai.com/topic/100826

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์