อันเฟรลเสนอทางออกและแผนการเลือกตั้ง ชี้วิน-วินทุกฝ่าย

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีนำเสนอโรดแมพสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าให้พิจารณา โดยระบุว่าเป็นทางออกที่ วิน-วิน

 

17 เม.ย.53 เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections or ANFREL) เผยแพร่แถลงการณ์ว่าด้วย ทางออกและแผนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมให้กับรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเท่าเทียมกัน มีรายละเอียดดังนี้  

0000

 
 แถลงการณ์
 
Road Map for Peaceful Solution and Win/Win Game
for Thai Government and Red Shirts
17 เมษายน 2553
 
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections or ANFREL)
ทางออกและแผนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ให้กับให้กับรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดง
 
หลายฝ่ายได้เสนอให้เปิดการเจรจารอบที่สามระหว่าง รัฐบาลไทยและผู้แทนคนเสื้อแดง ทางอันเฟรลเชื่อมั่นว่าสังคมไทยมีทางออก โดยสามารถจัดทำแผนการการลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมให้กับรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดงอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งข้อเสนอดังต่อไปนี้น่าจะเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย และเดินหน้าเลือกตั้งได้อย่างอิสระเสมอภาคโดยประชาชนไทยต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยโดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ด้วยความเชื่อมั่นที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่ปราศจากความรุนแรง
 
เนื่องด้วยคู่กรณีอาจจะกังวลว่าการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏรในครั้งต่อไปนี้จะทำให้รัฐบาลได้เปรียบกว่าพรรคการเมืองที่ฝ่ายเสื้อแดงสนับสนุนอยู่เพราะรัฐบาลอาจจะใช้กลไกของรัฐอำนวยความสะดวกให้ตนได้คะแนนเสียงมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็เกรงว่าจะลงพื้นที่เลือกตั้งไม่ได้ในทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดต่างๆในภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเสื้อแดงเองก็กังวลเช่นกันว่าอาจจะลงไปหาเสียงภาคใต้ไม่ได้ ส่วนประชาชนและผู้สมัครรับการเลือกตั้งและหัวคะแนนก็เกรงกลัวอย่างยิ่งว่าจะเกิดความรุนแรงปะทะกันระหว่างการหาเสียง หรือในวันเลือกตั้ง อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งที่ฝังลึกเป็นความเกลียดชังอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นความกังวลที่จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกลัวความรุนแรงจนไม่อยากออกมาใช้สิทธิเช่นกัน และนั่นย่อมจะทำให้ผู้จัดการเลือกตั้งทุกจังหวัดประสบความล้มเหลว เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้จนทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ หรือต้องมีการเลือกตั้งใหม่มากมายในหลายจังหวัด บรรยากาศการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่านดังนี้เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยและในหลายประเทศกำลังประสบปัญหานี้มาตลอด 
 
เพื่อไม่ให้เหตุการณ์การสูญเสียในชีวิตและเงินงบประมาณของรัฐ และเพื่อให้เกิดบรรยากาศความสมานฉันท์ ก่อนการยุบสภา จึงเสนอให้ทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าวเพื่อเปิดทางให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเมืองของประเทศไทย โดยยอมให้มีการจัดตั้งกลไกเพื่อให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรมกับพรรคเล็กและฝ่ายค้านเป็นสำคัญ เพราะรัฐบาลย่อมมีความได้เปรียบอยู่แล้ว   โดยมีขั้นตอนที่ประเทศต่างๆได้นำมาใช้เป็นกลไกให้เกิดการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วดังนี้
 
  1. ทั้งสองฝ่ายต้องยุติความขัดแย้ง   เริ่มต้นด้วยการเจรจาเรื่องกลไกการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรมก่อนการยุบสภา และต้องให้เวลาในการจัดกลไกต่างๆเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม กลไกดังกล่าวอาจจะเป็นการให้มี พรบ.พิเศษ กำหนดให้มีคนกลางขึ้นมาสร้างความเป็นธรรมในการเลือกตั้งและเป็นที่ยอมรับของสังคม ที่เรียกว่า Non Party Care Taker Government  หรือรัฐบาลรักษาการณ์ ขึ้นมาคุมอำนาจในทุกกระทรวง เป็นระยะเวลา60 วันก่อนการเลือกตั้ง และ 30 วันหลังการเลือกตั้ง เพื่อสร้างสูญญากาศให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่พรรคตนเอง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะตกอยู่ในสภาวะพรรคการเมืองและผู้สมัครรับการเลือกตั้งธรรมดาๆ ทำการหาเสียงเลือกตั้งในระยะเวลา 60 วันนี้เท่านั้น รัฐบาลรักษาการณ์จะไม่มีอำนาจสั่งการให้ผู้ใดทำการเอื้อประโยชน์แก่ตนในการหาเสียงอย่างเด็ดขาด รัฐบาลรักษาการณ์น่าจะมีมากกว่า 10 คนจะคุมเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่างๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนตามปกติ เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวผู้แทนจากรัฐบาลรักษาการณ์เพราะไม่ใช่นักการเมือง (ข้อเสนอนี้มาจากการศึกษาการแก้ปัญหาในประเทศบังคลาเทศและใช้ปฏิบัติมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้)
 
  1. ในเนื้อหาของการเจรจา ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีข้อตกลง เป็นสัญญาประชาคมที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงในทุกพื้นที่ ไม่มีการหมายหัว หรือคิดลอบทำร้าย โดยผู้แทนทุกภาคส่วนร่วมเป็นสักขีพยาน และเป็นหน้าที่ของพรรค และคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องทำหน้าที่แจกจ่ายข้อตกลงดังกล่าวให้สมาชิกพรรค หัวคะแนน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้รับรู้อย่างทั่วถึงกัน ใครละเมิดข้อตกลงนี้จะต้องโทษมากเป็นพิเศษกว่าปกติ
 
  1. ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมทั้งบทบาทของสื่อมวลชนจะต้องร่วมมือกันขอความร่วมมือให้หน่วยงานต่างๆ ป่าวประกาศให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึงกันเพื่อเปิดโอกาสให้ คนไทยทุกคน ต้อนรับพรรคทุกพรรคที่ลงไปหาเสียงอย่างบริสุทธิใจ ไม่สร้างอุปสรรคใดๆ หรือใช้ความรุนแรงเข้าสกัดการเดินทางลงไปเยี่ยมเยียนประชาชน ห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด หรือกลไกใดๆกีดกันการเดินทางลงพื้นที่อย่างเสรี ทั้งนี้ถือว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนของการสมานฉันทน์ของคนไทยทั้งชาติในเวลาเดียวกัน
 
  1. เมื่อเจรจาตกลงทำความเข้าใจกันได้แล้ว ทุกพรรคการเมืองจะต้องให้มีการทดลองลงพื้นที่ใน 76 จังหวัด ได้อย่างอิสระ ด้วยตราพรรค ชื่อพรรค ตัวบุคคล ตัวจริงเสียงจริง รวมทั้งผู้แทนของพรรคคนอื่นๆ เพื่อทดสอบความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมัน ลดความเกลียดชัง ทั้งนี้เพื่อให้สภาวะทางการเมืองกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างแท้จริงและเพื่อไม่ให้มีการเสียเลือดเนื้อแม้แต่น้อยนิด
 
  1. กกต. และ คู่ความขัดแย้งทั้งสองฝ่าย รวมทั้งบทบาทของสื่อมวลชนจำเป็นจะต้องดูแล ตรวจสอบไม่ให้มีการใช้อำนาจอิทธิพล จากกลุ่มการเมืองระดับต่าง ๆ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พระสงฆ์ ผู้นำศาสนา หรือข้าราชการ นักธุรกิจ ผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นอื่นๆ หรือสื่อมวลชนเองให้วางตัวเป็นกลาง ไม่ทำหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทำการข่มขู่ ให้สัญญาผลประโยชน์ก่อนและหลังการเลือกตั้ง ผู้ละเมิดกฏกติกาสัญญา จะต้องได้รับโทษอย่างจริงจังโดยไม่มีการยกเว้นหรือเลือกปฏิบัติอันเนื่องจากความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง
 
  1. การซื้อเสียงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองเป็นพิเศษในทุกการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากครั้งนี้จะมีการแข่งขันกันสูงมาก จนถึงกับมีเดิมพันชีวิต และอนาคตทางการเมืองของตนเอง จึงเห็นว่าควรจะลงโทษผู้ละเมิดกฏหมายในความผิดดังกล่าวทั้งผู้ซื้อเสียงและขายเสียง อย่างจริงจัง ไม่ควรปล่อยปละเหมือนดังที่ผ่านมา ด้วยความเห็นใจว่าผู้รับเงินนั้นเป็นคนยากคนจนจึงปล่อยให้รับเงินจนเคยชินและคิดว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
 
  1. ในขณะที่มีการดำเนินการดังกล่าวนั้น ทุกพรรคและทุกภาคส่วนควรให้มีการประชุม หาทางปฏิรูปสังคม ปรับโครงสร้างเพื่อประชาชนไปพร้อมๆ กัน เพื่อมิให้ประเด็นดังกล่าวถูกลืมเลือนไปในอนาคต และเพื่อเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงใจของนักการเมืองทุกคน และเป็นโอกาสที่ภาคประชาชนได้แสดงออกในประเด็นสำคัญต่างๆ เพราะประเทศเป็นของทุกคน มิใช่เป็นของผู้นำไม่กี่กลุ่ม
 
  1. เสนอให้มีการจัด ศาลเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง การพิจารณาคดีการเลือกตั้งควรมีความรวดเร็วและเป็นธรรม กกต. จะมีบทบาทหน้าที่เพียงการจัดการการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพแต่สามารถพิจารณาตัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นได้
 
อนึ่งขอให้ทุกฝ่ายยอมรับความจริงว่า เราได้สูญเสียเลือดเนื้อชีวิต เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ เสียโอกาสในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ปราศจากความรุนแรงไปมากแล้ว การให้เวลาเพื่อต่อยอดในสิ่งที่สูญเสียไปนั้นไม่ถือว่าเป็นการซื้อเวลาให้ใครทั้งสิ้น ควรคำนึงว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นการให้เวลาแก่ตนเองอย่างมีนัยสำคัญให้โอกาสประเทศชาติ และให้บทบาทคนทั้งประเทศในการมีส่วนร่วมปรับเปลี่ยนสังคมไทยให้คุ้มค่ากับชีวิตของผู้สูญเสียไป ทั้ง 8 ข้อนี้ควรจะได้รับการปฏิบัติอย่างถาวรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใดๆ  และได้โปรดพิจารณาเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสังคมไทย
 
 
สมศรี หาญอนันทสุข
ผู้อำนวยการบริหารของอันเฟรล
 
 
 
----------------------
ศึกษารัฐบาลรักษาการณ์ของประเทศบังคลาเทศเป็นต้นแบบ, CHAPTER IIA (of the Bangladesh Constitution)

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์