ศอฉ.ไฟเขียวเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ ทหาร-เสื้อหลากสี-เสื้อแดง เผชิญหน้าที่สีลม

ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธ-ยอมรับเจ้าหน้าที่ “ซุ่ม” บนตึกสูงเพื่อความปลอดภัย ชี้หลากสีชุมนุมไม่ผิด พ.ร.ก. เพราะไม่กระทบความมั่นคงชาติวอนเสื้อแดงอย่าใช้คนเป็นโล่มนุษย์ ล่าสุดมีการเผชิญหน้าระหว่างทหารติดอาวุธ-เสื้อแดง-เสื้อหลากสี ที่แยกลุมพินี เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อยเมื่อคนเสื้อชมพูตะโกนต่อว่าเสื้อแดงถูกจ้างมา

 

ภาพการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อหลากสี และทหารที่เข้าตรึงกำลัง ที่สีลม (19 เม.ย.53)


ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธอ้างไว้ป้องกันตัว

19 เม.ย. 53 - พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ. ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า การประชุมมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธาน โดยมีการเลือกผู้บังคับบัญชาระดับปฏิบัติการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอนการปฏิบัติภารกิจของทหารที่ต้องเดินหน้ากับความกดดันกับผู้ชุมนุม ซึ่งมีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการ 7 ขั้นตอนเบาไปหาหนักตามสมควรแก่เหตุ ขณะเดียวกันยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ ใช้อาวุธ ป้องกันชีวิตของตนเองได้ และ ขอฝากถึงแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าไม่ควรใช้ คนชรา ผู้หญิง และ เด็ก เป็นโล่กำบัง เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าละอาย

อย่างไรก็ตามกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำการบนตึกสูง โดยรอบพื้นที่การชุมนุมนั้นมีความจำเป็นเพื่อป้องกันผู้ก่อการร้าย และไม่มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ชุมนุมไปยังถนนสีลม เนื่องจากพื้นที่แยกราชประสงค์ เพียงพอกับผู้ชุมนุมอยู่แล้ว และมองว่าเป็นความคิดเห็นของแกนนำเท่านั้น นอกจากนี้ โฆษก ศอฉ. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้นเห็นว่าขณะนี้รัฐบาลก็ทำงานภายใต้ความกดดันอยู่แล้ว

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ หลังพบกลุ่มมือที่ 3 ใช้กำลัง และอาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยให้เพิ่มชุดคุ้มกัน พร้อมอาวุธประจำกาย ดูแลชุดตรวจค้น หรือด่านตรวจ ด่านสกัดต่างๆ พร้อมอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ใช้อาวุธได้ในกรณีที่จำเป็น หลังจากการแจ้งเตือนด้วยวาจาไม่เป็นผล หรือถูกลอบทำร้าย ซึ่งจะเป็นการป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุ แต่ไม่ประสงค์ต่อชีวิต

นอก จากนี้ ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพิ่มกำลังดูแลพื้นที่ไม่น้อยกว่า 20 กองร้อย ตั้งแต่แยกราชประสงค์ ถึงสีลม หลังกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศขยายพื้นที่การชุมนุม จึงมีการเพิ่มความเข้ม 7 จุดสำคัญในบริเวณดังกล่าว อาทิ แยกอังรีดูนังต์ แยกศาลาแดง ศาลาแดงตัดสาทรเหนือ แยกคอนแวนต์ตัดสาทรเหนือ แยกถนนทรัพย์ตัดสุรวงค์ แยกนราธิวาสตัดสาทรเหนือ และศาลาแดงตัดสีลม รวมถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าด้วย

ขณะที่การตั้งด่านตรวจต่างๆ ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งสกัดกั้นไม่ให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมเพิ่มเติม ตลอดจนเพิ่มความเข้มชุดลาดตระเวน ป้องกันกลุ่มมือที่ 3 และจัดกำลังดูแลตึกสูงต่างๆ อย่างใกล้ชิด.

ทหารติดอาวุธ-เสื้อแดง-เสื้อหลากสี เผชิญหน้ากันที่สีลม

ผู้สื่อข่าวประชาไทได้รายงานว่ามี ทหารติดอาวุธ-เสื้อแดง-เสื้อหลากสี เผชิญหน้ากันที่สีลม 13.00 น. แยกศาลาแดง มีกลุ่มคนเสื้อแดงราว 500-600 คนรวมตัวตั้งเต๊นท์อยู่บริเวณสวนลุมพินี ขณะที่บนสะพานลอยมีทหารประจำการราว200 นาย ติดอาวุธบรรจุแม็กกาซีนพร้อม ทั้ง M 16 และปืนลูกซอง ส่วนฝั่งห้างโรบินสัน มีกลุ่มคนเสื้อหลากสีราว 500 คน พร้อมรถลำโพงรวมตัวกันเปิดเพลงหนักแผ่นดิน เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี สถานการณ์ยังเป็นไปโดยปกติยังไม่มีเหตุการณ์ตึงเครียดก่อนคนเสื้อชมพูจะสลายตัวไป จนกระทั่ง14.00 น.ยังคงมีคนเสื้อชมพูบางส่วนอยู่บริเวณดังกล่าว และมีเหตุชุลมุนเล็กน้อยเมื่อมีบางคนเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนเสื้อแดงแล้วตะโกนว่าคนเสื้อแดงถูกจ้างมา ทำให้เกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อยโดยการ์ดและตำรวจได้เข้ามากันคนทั้งสองกลุ่มออกจากกัน

การ์ดเสื้อแดงเผชิญหน้ากับทหารปืดทางเข้าสีลม - ทหารเคลื่อนชิงพื้นที่สีลมต้านแดงบุก

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 19 เมษายน กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 1,000 คน ได้มารวมตัวกันอยู่ที่ ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ติดกับแยกศาลาแดง ถ.สีลม ตัดกับ ถ.พระราม 4 เพื่อจะเคลื่อนพลเข้าถนนสีลม แต่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 4 กองร้อย ปิดล้อมไว้ที่แยกศาลาแดง ช่วงหน้าโรงแรมดุสิตธานี เพื่อกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนพลเข้าถนนสีลมได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันแค่ 100 เมตร และต่างดูท่าที่กันอยู่และยังไม่มีการปะทะหรือการสลายชุมนุมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ ทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 27 รักษาพระองค์ จำนวน 5 กองร้อย พร้อมอาวุธครบมือ เดินทางเข้าประจำการ ด้านหน้าธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลม พร้อมทั้งเข้าประจำภายในสวนลุมพินี ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง เตรียมถังแก็ส วางไว้โดยรอบสวนลุมพินี

จากนั้นเวลา 04.10 น. วันที่ 19 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริเวณสวนลุมพินี ใกล้กับอนุสาวรี ร.6 ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง มาปักหลักอยู่จำนวนหนึ่ง โดยแถวหน้ามีการ์ดวางกำลังอย่างหนาแน่น พร้อมทั้งมีแกนนำคอยพูดปราศรัยบนเวทีให้พี่น้องเสื้อแดงระมัดระวังตัวให้มาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่งวางกำลังอยู่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีศาลาแดง เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปยังย่าน ธุรกิจถนนสีลม

ศอฉ. สั่งตร.คุมสีลมเต็มอัตราลั่นการ์ด นปช.ประกบ จนท.ไม่ได้

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 18 เมษายน ที่ ศฮฉ. นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมศอฉ.รอบค่ำ ว่า นายสุเทพ เป็นประธานการประชุม มีผบ.เหล่าทัพ รักษาราชการแทนผบ.ตร. เข้าร่วม หารือเรื่องการขยายพื้นที่การชุมนุมที่กลุ่มชุมนุมที่ราชประสงค์จะขยาย พื้นที่ชุมนุม โดยศอฉ.มีแนวทางชัดเจนว่า จะไม่ให้มีการขยายพื้นที่ไปในบริเวณอื่น โดยจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และการเตรียมการมอบหมายให้ตำรวจดำเนินการดูแลควบคุมไม่ให้มีการขยายพื้นที่ ไปบริเวณอื่น ต้องขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลต้องการให้สถานการณ์ไม่ขยายตัวไปพื้นที่อื่นและจะมีการดำเนินการอย่าง จริงจัง โดยเฉพาะบริเวณถนนสีลม แต่ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า ตึงเครียด ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับรัฐ ผู้ชุมนุมให้รักษากฎเกณฑ์กติกา ไม่อยากให้มีการดำเนินการมาตรการต่างๆ และการส่งการ์ดประกบเจ้าหน้าที่รัฐบนตึกสูงนั้นปกติประชาชนธรรมดาไม่สามารถ ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ เพราะผิดกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ถนัด แต่ถ้ากลุ่มชุมนุมมีความกังวลก็ร้องมาได้ จะได้หาทางสร้างความมั่นใจให้ต่อไป

ตั้งด่านเข้มได้ผล ตั้งข้อหาไปเพียบ

นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้ศอฉ.รับทราบการดำเนินการของตำรวจในหลายพื้น ที่มีการตั้งจุดตรวจด่านตรวจเพื่อตรวจตราการชุมนุม มีการตรวจยึดรถและดำเนินคดีบุคคลที่จะเข้ามาชุมนุมในหลายด่าน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ศอฉ. จะดำเนินการเคร่งครัดเข้มข้นตามด่านต่างๆเพื่อไม่ให้บุคคลที่ตั้งใจจะเข้ามา ทำผิดกฎหมายผ่านด่าน วันนี้หลายด่านมีการตั้งข้อกล่าวหาบุคคลที่ทำผิดแล้ว โดยใช้กฎหมายจราจร และการเข้าข่ายผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งหากตรวจวัตถุประสงค์หากเดินทางมาชุมนุมในพื้นที่มีการประกาศจะถือว่า มีความผิด โดยจะแจ้งว่าเป็นพื้นที่ไม่อนุญาตให้เข้า และลงบันทึกชื่อบุคคลไว้ เป็นมาตรการปกติของศอฉ.

สุเทพ สั่งรร.โดยรอบห้ามให้ที่พัดพิงแกนนำฝ่าฝืนจะใช้กฎหมายบังคับ

นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้นายสุเทพให้ความสำคัญให้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทั้งหลาย ทั้งโรงแรมที่พักต่างๆ ช่วยกันสอดส่องให้ร่วมมือเจ้าหน้าที่ว่าบุคคลที่เข้าพักเป็นกลุ่มคนที่มี หมายจับหรือทำผิดกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ ราชประสง ประตู้น้ำ ปทุมวัน และใกล้เคียง และหากฝ่าฝืนก็จะมีกฎหมายเข้าไปดูแล”นายปณิธานระบุ

ชี้หลากสีชุมนุมไม่ผิด พ.ร.ก. เพราะไม่กระทบความมั่นคงชาติ

นายปณิธานกล่าถึงการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ของศอฉ.ว่า ศอฉ.ยังให้น้ำหนังการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์และพื้นที่ที่จะออกไปข้างนอก เป็นหลักเพื่อดูแล เพราะการเคลื่อนไหวต่อจากนี้นปช.จะไม่ยอมบอกว่าจะไปที่ไหน ผิดกับก่อนหน้านี้ที่จะมีการประสานมาก่อน ดังนั้นเข้าหน้าที่ต้องคาดเดาให้ออกและจะต้องเคลื่อนที่เข้าดูแลได้อย่างรวด เร็ว ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยจี้รัฐบาลจัดการการชุมนุมของม็อบหลากสีที่เป็นการผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น การประกาศ พ.ร.ก.ใช้สำหรับการชุมนุมที่กระทบความมั่นคงรัฐและชีวิตประชาชน ดังนั้นหากเป็นการชุมนุมที่ไม่กระทบเงื่อนไขก็ดำเนินการได้ ส่วนการชุมนุมของเสื้อแดงนั้นถือว่ากระทบชัดเจน

ขนตำรวจปราบจลาจลภาค 9 จากสงขลา 155 นายเสริมทัพ กทม.

พ.ต.อ.สุนทร เฉลิมเกียรติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เป็นประธานในการปล่อยแถวชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน กองร้อยที่ 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จำนวน 155 นาย ที่ออกเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อสับเปลี่ยนกำลังในการสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อย ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงใน กทม. ภายใต้การควบคุมดูแลของ พ.ต.อ.อนิรุทธ์ อิ่มอาบ ผกก.สภ.คอหงส์ โดยได้เน้นย้ำไม่ให้ชุดควบคุมฝูงชนพกพาอาวุธ และให้อยู่ในระเบียบวินัยปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

สำหรับ ชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน ในพื้นที่จังหวัดสงขลามีทั้งหมด 5 กองร้อย รวมทั้ง ของตำรวจภูธรภาค 9 อีก 1 กองร้อย ที่ช่วยเสริมและสนับสนุนกำลังชุดควบคุมฝูงชนของจังหวัด แต่ละจังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ขณะนี้ ชุดกองร้อยควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรภาค 9 ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร และกองร้อยควบคุมฝูงชน กองร้อยที่ 2 ที่กำลังออกเดินทางในวันนี้ จะไปทำการสับเปลี่ยนกำลัง

 

ที่มาข่าวบางส่วนจาก: สำนักข่าว INN, มติชนออนไลน์, ไทยรัฐออนไลน์

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์