ใบตองแห้ง...ออนไลน์: ทางแพร่งสู่สงคราม

กลับจากสาดน้ำสงกรานต์หยุดยาว 6 วัน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง สรุปง่ายๆ ว่ารัฐบาลได้ชัยชนะใน “สงครามแถ” จากที่ควรจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์นองเลือดวันที่ 10 เมษายน กลับปัดความรับผิดชอบไปให้ “ผู้ก่อการร้าย” แล้วยังถีบข้อเรียกร้องให้ยุบสภาของเสื้อแดงตกหายไปอีกต่างหาก

ก็ต้องชมว่ารัฐบาลชุดนี้เข้าใจเล่นกับจริตนิยมของสื่อและคนชั้นกลาง หยิบเอาความสูญเสียของทหาร โดยเฉพาะทหารดีๆ อย่าง “พี่ร่มเกล้า” ของน้องๆ นักข่าว มากระพือความรู้สึกของคนชั้นกลาง Maxim จนท้ายที่สุดต้องบอกว่าความตายของ “พี่ร่มเกล้า” ล้ำค่านัก เพราะทำให้รัฐบาลขวัญใจจริตนิยมได้ “แห่ศพ” บิดเบือนกลบกระแสอย่างได้ผล

เหตุการณ์ที่มีคนตาย 24 คน เป็นทหารตำรวจ 6 คน ประชาชนเสื้อแดง 18 คน บาดเจ็บสาหัสอีกสิบกว่าคน บาดเจ็บไม่สาหัสอีกหลายร้อยคน กลายเป็นฝีมือของ “ผู้ก่อการร้ายชุดดำ” ไปหมดสิ้น กระทั่งเสื้อแดงก็โดน “พวกเดียวกัน” ยิง ทหารไม่เกี่ยวไม่ข้อง มือสะอาดหมดจด จับมือดมไม่เจอ

พูดถึงตรงนี้หนูอ้อยก็คงอ้างผลชันสูตรมาค้านอีก ผมไม่ลงรายละเอียด แค่ถามคำเดียวว่าการสรุปและชี้นำเหตุการณ์โดยเสธ.ไก่อูในขณะที่ประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ปิดกั้นสื่อ ควบคุมข้อมูลข่าวสาร มันแฟร์แล้วหรือครับ

การปิดกั้นสื่อไม่ได้หมายความเฉพาะปิด PTV ซึ่งไม่ได้มีความหมายกับคนวงนอกหรอก มีแต่พวกเสื้อแดงดู คุณปิด PTV ก็ไม่ได้มีผลให้คนเสื้อแดงเชื่อรัฐบาล เพราะเขามีวิธีสื่อสารของเขา มีความคิดความเชื่อของเขา

แต่การปิดกั้นสื่อที่สำคัญคือนอกจากจะยึดทีวีรัฐ และสื่อกระแสหลักที่เอียงข้างรัฐบาล มาให้ความข้างเดียวแล้ว ยังปิดกั้นคุกคามสื่อกระแสหลักกระแสรองที่พอจะมีความเป็นกลางอยู่บ้าง ไม่ให้สามารถเสนอข้อมูลข่าวสารอีกด้าน เพื่อปิดล้อมคนที่อยู่กลางๆ ให้คล้อยตามกระแสจนเห็นม็อบที่ถูกใช้กำลังทหารเข้าสลาย กลายเป็น “กบฎ” และ “ผู้ก่อการร้าย” ไปเสียฉิบ

ยึดทำเนียบไม่เป็นกบฎ ยึดสนามบินไม่เป็นผู้ก่อการร้าย แต่อีกฝ่ายถูกทหารยกพลเข้าขยี้ แล้วเกิดมี “ตัวช่วย” มือแม่นๆ มายิงทหารขวัญใจคนชั้นกลางบาดเจ็บล้มตาย กลับกลายเป็นโจรไปทั้งข้อง ถามว่าวันนั้นที่คุณอยู่ในม็อบเสื้อเหลืองยึดสนามบิน ถ้ามีทหารตำรวจเข้ามาสลาย แล้วมี “เขาเป็นใครมาจากไหนไม่มีใครทราบ” มาช่วยปุปุปุ คุณจะสะใจไหม ตอบตามความจริง อย่าบิดเบือนกระทั่งความรู้สึกตัวเอง

โธ่ ก็วันที่ 7 ตุลายังมี “มือที่สาม” ยิงตำรวจมาแล้ว (เขาว่ามือที่สามไม่ใช่การ์ดพันธมิตร) คนชั้นกลางไม่เห็นรู้สึกรู้สา กับการที่ตำรวจถูกยิง ถูกแทง ถูกขับรถทับ

รัฐบาลได้ชัยชนะใน “สงครามแถ” โดยที่ไม่ต้องตอบคำถามว่า เหตุใดจึงต้องประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ทั้งที่มีแค่เหตุการณ์ที่รัฐสภาซึ่งระดับความรุนแรงไม่เท่ากับพัทยาปีที่แล้ว เหตุใดจึงต้องส่งกำลังเข้าสลายม็อบที่ผ่านฟ้า ทั้งที่บอกให้ม็อบสลายตัวจากราชประสงค์กลับมาผ่านฟ้า โดยคืนก่อนหน้านั้นนายกฯ ผู้ดีออกมาแสดงอารมณ์ ประกาศ “เอาคืน” ไม่ยอมแพ้ม็อบที่บุกยึดสถานีไทยคมลาดหลุมแก้ว

รัฐบาลไม่ได้ตอบคำถามว่า เหตุใดจึงเข้าสลายม็อบในยามวิกาล ซึ่งง่ายต่อการเกิดเหตุร้าย กลับมามองเรื่องนี้ใหม่ ผมไม่อยากเชื่อว่ารัฐบาลหรือทหารโง่ แต่ยามวิกาลคือยามที่ทำอะไรได้สะดวก เปล่า ไม่ได้คิดแบบพวกเสื้อแดงว่าทหารจะเข้าไป “ฆ่าประชาชน” ให้ตายเป็นเบือ แต่ยามวิกาลอย่างน้อยก็เอื้อ ถ้าจำเป็นต้องสลายม็อบโดยลัดขั้นตอนตามกฎหมาย

ก็อย่างว่าอะนะ ไอ้วิธีตามขั้นตอนที่ว่าต้องแจ้งเตือน ใช้รถฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา ใช้โล่กระบอง ฯลฯ ไม่มีทางสลายม็อบเสื้อแดงได้ เห็นๆ อยู่

บางคนยังมองแง่ร้ายไปกว่านั้น กระทั่งตั้งคำถามว่ารัฐบาลและกองทัพไม่รู้หรือว่าการบุกเข้าสลายม็อบแบบ “หน่อมแน้ม” และลากยาวไปถึงค่ำ จะทำให้เกิดการปะทะแบบที่มีทหารตาย (แล้วก็มีม็อบตาย) เพราะหน่วยข่าวย่อมรู้อยู่แล้วว่ามี “มือที่สาม” เพียงแต่ตอนที่คิดแผนนี้ อาจจะคิดแค่ “พลีชีพไอ้เณร” เพื่อความชอบธรรมของอำนาจรัฐ แต่ไม่คิดว่าจะโดนส่องถึงตัวโคนตัวม้า

จริงหรือเปล่าไม่ทราบ แต่รัฐบาลไม่ต้องตอบคำถามเหล่านี้ เพราะสามารถแถไปได้ ทำให้กระแสตีกลับ โดยอาศัยสื่อของรัฐ สื่อกระแสหลักที่เอียงกะเท่เร่ รวมทั้งความปัดเป๋ของ “คนเป็นกลาง” ที่ไม่กลางจริง อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ซึ่งจู่ๆ ก็มีกรรมการคนที่ 8 โผล่มามีบทบาทเจ้ากี้เจ้าการ)

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีตัวแทนคนชั้นกลาง อย่างม็อบหลากสี (ก็พันธมิตรนั่นแหละ ไม่ได้ตกแต่งภาพ ถ้าไม่ใช่พันธมิตรของจริงจะนัดกันมาได้มากขนาดนั้นหรือ แต่แสดงตัวเป็นพันธมิตรไม่ได้เพราะพูดแล้วเข้าตัว) ออกมาปลุกกระแสสุดขั้วสุดโต่ง ย้อนยุค 6 ตุลา ก่อนที่มหาจำลอง (ลานพระรูป) จะออกมาขีดเส้นให้รัฐบาลปราบม็อบใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นลูกเสือชาวบ้านจะจัดการเอง

ใครเคยเห็นบ้างครับ ที่รัฐบาลผู้เชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา ประกาศเรียกคนเข้าไปรายงานตัวโดยไม่ต้องแจ้งข้อหา ผมไม่เคยเห็น เคยเห็นแต่คณะปฏิวัติ แต่นี่ไอ้เทือกทำได้เหมือนหัวหน้าคณะปฏิวัติ

แปลว่ารัฐบาลสามารถขี่กระแสจนทำได้ทุกอย่างแล้ว คนกรุง คนชั้นกลาง นักธุรกิจ นักลงทุน นักเล่นหุ้น มอบฉันทามติให้ “ฆ่ามัน” เหลือแค่ยังไม่ได้ส่งกำลังเข้าไปฆ่าม็อบจริงๆ เท่านั้น เพราะยังไม่จำเป็น รัฐบาลสามารถสร้างกระแสปิดล้อมแล้วค่อยๆ “นวด” ให้ม็อบเสื้อแดงอ่อนล้า เจอความกดดัน เพราะหลังสงกรานต์ตั้งแต่วันนี้ไปก็จะเปิดทำงาน ไม่ใช่แค่รถติด โดนคนกรุงด่า แต่คนเสื้อแดงเองที่ ณ วันนี้ส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ หรือคน ตจว.มาทำงานกรุงเทพฯ ก็จะต้องไปทำมาหากิน อาจจะกลับมาได้ตอนเย็นตอนค่ำ แต่ช่วงดึกถึงกลางวันก็จะเบาบางลง เห็นได้ว่าตอนนี้รัฐบาลก็ประกาศจะเข้มงวดเรื่องการเข้าออก

รัฐบาลใช้การปิดล้อมโดยไม่ต้องกังวล เพราะข้อเรียกร้องให้ยุบสภาของคนเสื้อแดงถูกถีบตกไปแล้วใน “สงครามแถ” กลายเป็น “สงครามปราบผู้ก่อการร้าย” แบบอัลกออิดะห์ระเบิดตึกเวิลด์เทรด แล้วจอร์จ บุช สั่งบุกอิรักได้ทั้งที่ไม่เกี่ยวกัน

ณ วันนี้จึงกล่าวได้ว่าม็อบเสื้อแดงแพ้ไปเกินครึ่งตัวแล้ว ทั้งที่เป็นฝ่ายสูญเสีย มีคนบาดเจ็บล้มตาย เพราะนี่คือ “สงครามชนชั้น” จริงๆ ต่อให้คนเสื้อแดงตายเป็นร้อย ก็ไม่มีผลสร้างความสะเทือนใจต่อคนชั้นกลางอำมหิตนิยม เท่ากับ “พี่ร่มเกล้า” ตายคนเดียว

ผมเดาเอาว่าแกนนำเสื้อแดงก็รู้สถานการณ์ ว่าตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำทางกระแส ถ้าเอาแต่ตากแดดอยู่ราชประสงค์ก็คงต้องแห้งตาย จึงพยายามจะประกาศการเคลื่อนไหวในวันอังคารนี้ นั่นคือการเสี่ยง แต่ก็เป็นการเสี่ยงที่ไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร (ขออภัย ที่ส่วนตัวผมคาดว่าคงมีแต่แพ้กับแพ้)

ถ้าจะฝากเตือนกัน ไม่ทราบว่าถึงหรือเปล่า ก็คือแกนนำเสื้อแดงควรประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้อง ถ้ารู้ว่าแพ้ ก็อย่าดันทุรังแลกชีวิตมวลชน ต้องหาทางถอย รักษามวลชน รักษาการจัดตั้ง รักษาสถานะทางการเมือง เพราะต่อให้มวลชนเสื้อแดงตายเป็นพันๆ เลือดนองไปทั้งราชประสงค์ ก็ไม่มีผลให้คนกรุงคนชั้นกลางเห็นใจอยู่ดี ไม่มีผลต่อสื่อ นักวิชาการ พันธมิตร ผู้อวดอ้างว่ามีศีลธรรมจรรยา ไม่ส่งผลอะไรทั้งสิ้นทางการเมือง นอกจากต่อคนจนคนชั้นล่าง คนเหนือคนอีสานด้วยกัน

ตายซักห้าพัน กทม.ล้างเลือดแล้ว วันรุ่งขึ้น ห้างไฮโซลดกระหน่ำซัมเมอร์เซล ผู้ดี คนชั้นกลาง เซเลบส์ ก็จะแห่มาช็อปปิ้งกระเป๋าแอร์เมสเสื้อเวอร์ซาเชกันให้สมอยาก

ผมอาจจะพูดให้เป็นดรามา แต่ไม่ได้เกินเลยในความรู้สึกที่แท้จริงของคนใส่เสื้อสีชมพู รักในหลวง ห่วงลูกหลาน เข้าวัด ทำบุญ มีหนังสือพระเต็มตู้ มีจิตใจเมตตา บริจาคผ้าห่มให้คนจน บริจาคหนังสือให้โรงเรียนในชนบท เรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์ ฯลฯ แต่เชื่อว่า “ฆ่าพวกทักษิณไม่บาป”

ฉะนั้นถ้ามองว่าการต่อสู้ยาวไกล แกนนำเสื้อแดงก็ต้องหาทางลง “ถอย” อย่างมีระบบ เพื่อรักษามวลชน รักษากำลังไว้ หาทางโยนเผือกกลับไปให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ขวัญใจอำมหิตนิยม ต้องเคลียร์เหตุการณ์ 10 เมษายนกับสื่อต่างชาติ หลังยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉิน

ยอมรับว่าตัดสินใจยากนะครับ ถอยยาก แต่ถ้าคิดใคร่ครวญให้ดีต้องกล้าถอย

ในทางตรงข้าม ถ้าจะฝากเตือนผู้มีอำนาจ รวมถึงคนชั้นกลางผู้มีอำนาจ ทั้งสื่อ นักวิชาการ พันธมิตร ก็อยากเตือนว่า ถ้าคุณปราบหรือสนับสนุนการปราบม็อบเสื้อแดงในครั้งนี้แล้ว คุณจะสบายใจได้ เพราะจะไม่มีม็อบยกมาทางด่านเจดีย์สามองค์ทุกฤดูแล้งอีกแล้ว

ผมคิดว่านี่คือม็อบเสื้อแดงครั้งสุดท้าย เพราะนับแต่นี้จะไม่มีการต่อสู้ด้วย “สันติวิธี” อีก เพราะเมื่อคุณปลุก 6 ตุลา ผลก็จะเกิดเหมือนหลัง 6 ตุลา

ถ้าม็อบเสื้อแดงถูกปราบด้วยความรุนแรง แกนนำและมวลชนจำนวนมากถูกจับ (หรือถูกยิงฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน) ในชนบทอาจมีการกวาดล้างใหญ่ เช่นแถวเชียงใหม่มีข่าวจะ “จัดการ” แกนนำระดับท้องถิ่น จะใช้วิธีเหมือนนักธุรกิจซาอุฯ ไหม ยังไม่ทราบ

มวลชนเสื้อแดงที่เคียดแค้น บอกแล้วว่าเฉพาะแถวหน้าที่ประจัญบานกับทหารตำรวจก็มีเป็นหมื่นคน ผมไม่คิดว่าเขาจะมาม็อบอีก ในเมื่อม็อบแล้วไม่มีทางชนะ คนบางส่วนอาจจะท้อ แต่คนบางส่วนอาจจะไม่ ถ้าเขาจะสู้ต่อแล้วจะเดินวิถีทางไหน โลกสมัยนี้หมดยุคจับปืนเข้าป่าแล้ว แต่จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็น “กบฎ” ต่ออำนาจรัฐ และตอบโต้ได้เท่าที่จะสามารถตอบโต้ หรือเท่าที่สามารถรวมกลุ่มจัดตั้งกันได้

รุนแรงหรือไม่รุนแรง ก็แล้วแต่จะมีผู้ชี้นำไปทางไหน หรือสามารถทำได้แค่ไหน แต่เมื่อคุณปลุกผี “สงครามก่อการร้าย” คุณก็อาจจะได้เจอของจริง

เรื่องที่รัฐมนตรีไปตรวจราชการแล้วโดนม็อบเสื้อแดงรุมล้อมขับไล่ ต่อไปอาจเป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย เพราะต่อไปคุณอาจต้องขีด “พื้นที่สีแดง” ที่ไม่เพียงแค่นักการเมือง แต่แกนนำพันธมิตร นักวิชาการที่ชอบบิดเบือนออกทีวีจนชาวบ้านจำหน้าได้ หรือกระทั่งสื่อที่ยุให้ “ฆ่าพวกทักษิณไม่บาป” ก็ต้องระมัดระวังตัวด้วย

นี่ผมไม่ได้พูดเอง แต่ฟังจากน้องนักข่าวคนหนึ่งที่ซี้ปึ้กกับแกนนำพันธมิตร เขาบอกว่าถ้าวันนั้นรัฐบาลสมชายสั่งสลายม็อบที่สุวรรณภูมิ มีคนบาดเจ็บล้มตาย ความรุนแรงจะบานปลายแน่นอน นักรบ พธม.อาจจะแปรสภาพเป็น “หน่วยล่าสังหาร” เด็ดหัวฝ่ายตรงข้ามด้วยความเคียดแค้นชิงชัง

ผมไม่รู้ว่าจะเหมือนกันหรือไม่ แต่เมื่อชนชั้นนำและคนชั้นกลางปฏิเสธวิถีประชาธิปไตย ปิดกั้นไม่ให้คนชั้นล่างคนชนบทมีส่วนร่วม แถมยังปราบปรามการต่อสู้เรียกร้อง ก็เท่ากับคุณบีบให้ขบวนการเสื้อแดงก็ต้องกลายเป็น “ขบวนการใต้ดิน” ที่ต่อสู้ทุกรูปแบบวิถีทาง ทั้งบนดิน ใต้ดิน หรือรูปแบบอำพรางเพื่อต่อต้านอำนาจรัฐ

อย่าคิดง่ายๆ แบบแกนนำพันธมิตร ว่าปราบแล้วจะ “ปฏิรูปประเทศไทย” “สร้างความเป็นธรรมในสังคม” เหมือนนโยบาย 66/23 แล้วทำให้บ้านเมืองสงบ

6 ตุลาเพิ่งจะเริ่ม ยังฆ่ากันไม่พอเลย ยังไม่ได้ทำสงครามเลย จะข้ามขั้นไปถึง 66/23 ได้อย่างไรละครับ ถ้าเราพูดถึงคนที่สร้างปัญหาให้บ้านเมืองทั้งสองข้าง ทักษิณน่ะรับกรรมไปแล้ว แต่ชนชั้นนำและคนชั้นกลางยังไม่ได้รับกรรมสนองเลย ยังเสวยสุขกันอยู่ ยังคิดว่าตัวเองทำดีทำถูกอยู่ จะยอมให้จบได้อย่างไร

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์