ปราบม็อบแดงตอนนี้เท่ากับทำลายประเทศไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ในขณะนี้มีผู้รู้หลายสำนักออกมาแสดงความเห็นว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงก่อให้เกิดความพินาศแก่เศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง  ผมมีความเห็นต่าง  แต่ขออนุญาตสาบาน (เพราะกลัวจะไม่เชื่อ) ว่า ผมไม่เคยไปชุมนุมกับคนเสื้อแดงแต่อย่างใด  หรือไม่เคยได้รับอามิสหรือมีความสนิทชิดเชื้อกับทักษิณ  แต่เป็นความเห็นต่างบนพื้นฐานวิชาการเป็นสำคัญ
 
ความวุ่นวายทางการเมืองนั้น อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในห้วงเวลาหนึ่ง กรณีตัวอย่างที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งก็คือเหตุการณ์การจลาจลของวัยรุ่นที่ไม่ใช่ผิวขาวในฝรั่งเศส เมื่อปี 2548 ซึ่งมีการเผารถยนต์เกือบหมื่นคัน และกินเวลายาวนานนับเดือน นอกจากนั้นยังเกิดซ้ำในปี 2550 และไม่แน่ว่าในอนาคตจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในฝรั่งเศสในอนาคตอันใกล้อีกหรือไม่
 
ความเสียหายจากเหตุการณ์ข้างต้นนี้ คงจะสูงมากจนหาค่ามิได้เลยหากประเมินเป็นรายวันแบบที่นักวิชาการไทย สมาคมธุรกิจและเจ้าของธุรกิจใหญ่น้อยออกมาประกาศให้ทราบนั้น  ดังที่ทราบกันว่าฝรั่งเศสมีนักท่องเที่ยวประมาณ 80 ล้านคนต่อปี ในห้วงเวลาจลาจลดังกล่าว จำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไปก็คงพอ ๆ กับที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยทั้งปีเลยทีเดียว
 
เหตุการณ์ร้ายแรงอีกกรณีหนึ่งก็คือ การวางระเบิดในเมืองบาหลี ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2545 จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 202 คน และเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2548  เหตุการณ์ร้ายแรงนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวหดหายลงไปเป็นจำนวนมาก  นักท่องเที่ยวเกิดความไม่มั่นใจในความปลอดภัยไปอีกนานนับปี
 
การชุมนุมทางการเมืองที่เนิ่นนานนับเดือน ๆ มีปรากฏให้เห็นทั้งในไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศจนถึงขั้น “โคม่า” แต่อย่างใด เพราะเศรษฐกิจกับการเมืองแม้สัมพันธ์กันแต่ก็แตกต่างกันโดยพื้นฐาน  นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าใจได้ว่าการเมือง ย่อมแก้ไขด้วยการเมืองกันไป
 
แต่วิกฤติการณ์ทางการเมืองจะร้ายแรงและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างประเมินค่ามิได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ใช้อาวุธปราบปรามอย่างเอาเป็นเอาตาย เช่นที่เกิดขึ้นในกรณีปราบปรามประชาชนของพม่าเมื่อ พ.ศ.2531 ซึ่งจนถึงวันนี้เศรษฐกิจของพม่าก็ยังไม่ฟื้น  และกรณีเทียนอันเหมินของจีน เมื่อ พ.ศ.2532 ซึ่งรัฐบาลจีนก็ยังพยายามแก้ภาพพจน์จนถึงวันนี้  พวกที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหารของพม่าก็ลงต่อสู้ใต้ดิน รัฐบาลทหารก็ไม่ค่อยมีเวลาทำงานเพราะต้องคอยค้ำจุนบัลลังก์ของตนเองเป็นสำคัญ
 
ผมไม่ได้เข้าข้างคนเสื้อแดง แต่ผมขอตำหนิรัฐบาลที่สร้างบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครโดยไม่จำเป็น เช่น

· การส่งทหารนับพัน ๆ นายไปอยู่เต็มถนนสีลม จนกลายเป็นม็อบสีเขียว
· การส่งรถหุ้มเกราะหรือรถจี๊ปไปประจำการตามสี่แยก 
· การส่งกองกำลังจำนวนมากมายไปประจำการตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ อย่างเอิกเกริก
· การส่งพลซุ่มยิงไปประจำการตามตึกต่าง ๆ อย่างกับกำลังทำสงครามกลางเมือง 
· การส่งทหารไปประจำการทั้งในและนอกสนามบินสุวรรณภูมิ เดินกันขวักไขว่จนนักท่องเที่ยวตกใจ
· การที่รัฐบาลย้ายที่ทำการเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร
 
นอกจากนี้การสร้างภาพว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธ มีระเบิดร้ายแรง ระเบิดขวด ระเบิดเพลิง ไม้ปลายแหลม ฯลฯ  แล้วทหารก็ถืออาวุธร้ายแรงพร้อมกระสุนจริงออกมาเต็มเมือง ก็ทำให้เกิดบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวโดยไม่จำเป็น  ภาพที่รัฐบาลสร้างขึ้นนี้ ดูคล้ายศรีลังกาในช่วงที่ยังไม่เสร็จสิ้นสงครามกลางเมืองระหว่างชาวสิงหลกับชาวทมิฬ ซึ่งผมไปพบมาในปี 2550 เป็นต้น
 
ผมขอลงทุนสาบานอีกทีว่า ผมไม่เคยได้รับอะไรจากทักษิณทั้งสิ้น แต่จำเป็นต้องขออนุญาตกราบเรียนรัฐบาลว่า ถ้าความเสียหายที่รัฐบาลอ้างนั้นสูงถึงนับพันล้านจริง  รัฐบาลก็ควรจะจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่เพราะเสียเงินพอ ๆ กัน หรืออาจน้อยกว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่กล่าวอ้างถึงมากนัก  การจัดการเลือกตั้งใหม่ในขณะที่คณะกรรมการ กกต. และองค์กรอิสระทั้งหลายก็ไม่ได้ถูกฝ่ายค้านครองงำเช่นที่เคยกล่าวอ้างในสมัยทักษิณ  โอกาสของการเลือกตั้งที่ยุติธรรมจึงมีขึ้นได้อย่างแน่นอน  แต่โอกาสที่รัฐบาลจะได้กลับมาหรือไม่ ผมไม่อาจทราบได้
 
วันนี้รัฐบาลคงต้องเลือกเอาว่าจะทำร้ายประเทศชาติด้วยการปราบปรามคนเสื้อแดง (ซึ่งไม่ดีในสายตารัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาล) หรือจะจัดการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม  แต่ถ้ารัฐบาลเลือกการใช้กำลังปราบปราม  ผมเชื่อว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของประเทศไทย  พวกคนไทยชั้นสูงก็จะเตรียมตัวเป็น “ไทยอพยพ” ทำวีซ่า กรีนการ์ดไปอยู่ประเทศตะวันตกได้เลย เพราะประเทศไทยที่รักยิ่งของเราก็จะเข้าสู่สงครามกลางเมืองในทันที  ทรัพย์สินก็คงจะสูญค่าเหมือนครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในกรุงกัมพูชา และถึงแม้เขมรจะได้มูลค่าทรัพย์สินกลับมาหลังสงครามสงบ เจ้าของทรัพย์ก็ไม่ใช่คนเดียวกันแล้ว!
 
คนตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร คือรัฐบาล ผมขอสนับสนุนให้รัฐบาลไตร่ตรองดูครับ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์