เสื้อแดงขอนแก่นยอมปล่อยทหาร-รถแล้ว หลังกักไว้นานข้ามวัน ด้าน "สุเทพ" สั่งเอาผิดม็อบยึดรถทหาร

"สุเทพ" สั่งเอาผิดม็อบยึดรถทหารที่ขอนแก่น หลังเสื้อแดงยอมปล่อยพร้อมจัดอาสาสมัครคุมไปด้วยพิสูจน์ไม่เข้ากรุงสลายม็อบ ศอฉ.ขนทหาร-ตร.4 กองร้อย เคลียร์แดงขอนแก่น เชื่อโยง 3 เกลอ จวกข่าว "เด็ดหัวโจกแดง" แค่หวังสร้างประเด็นขยายชุมนุม

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (22 เม.ย.53) กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นได้ยอมปล่อยขบวนทหารและรถทหาร พร้อมอาวุธยุทธ์โทปกรณ์ทั้งหมดไปได้ ภายหลังแกนนำประสานแกนนำที่กรุงเทพฯ คือ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เพื่อหารือ และนายณัฐวุฒิ ได้ยอมให้ปล่อยขบวนทหารและขบวนรถทั้งหมด พร้อมกับให้อาสาสมัครกลุ่มคนเสื้อแดง 10 คน ขึ้นไปกับขบวนรถเพื่อพิสูจน์ว่าทหารทั้งหมดไม่ได้เดินทางไปสลายการชุมนุมที่กรุงเทพฯ

จากนั้นแกนนำได้เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันอยู่ประมาณ 300 คน เพื่อให้เข้าใจและสลายตัวในที่สุด ก่อนจะไปร่วมชุมนุมต่อกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่รวมตัวกันอยู่ที่หน้าสวนรัชดานุสรณ์ด้านหน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่นต่อไป

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เมื่อเวลา 10.30 น. นายพยัต ชาญประเสริฐ รอง ผจว.ขอนแก่น ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศักดิ์ดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.อ.กนก ภู่ม่วง ผบ.กองพันทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย และนางซาบีน่า ซาห์ พร้อมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นจำนวนหนึ่ง ได้เข้าเจรจากันที่ห้องประชุมสถานีรถไฟขอนแก่นเพื่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงปล่อยรถทหาร จำนวน 77 นาย พร้อมอาวุธยุโทปกรณ์และยานพาหนะที่กักเอาไว้ตั้งแต่บ่ายวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ใช้เวลานาน 2 ชม.การเจรจาของทั้งสองฝ่ายก็ไม่เป็นผล ทั้งสองฝ่ายต้องเดินออกจากห้องเจรจาไปเฉยๆ

นางซาบีน่า ซาห์ แกนนำคนเสื้อแดงกล่าวว่า ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้ว่าจะปล่อยขบวนรถไฟบรรทุกรถทหารให้เดินทางไป ปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ เนื่องจากเบื้องต้นกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศไม่ยอมให้รถทหารเคลื่อนออกจากสถานีรถไฟ เพราะไม่เชื่อใจทหารว่าจะลงไปปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จริง โดยขณะนี้ลำพังเพียงตนเองคนเดียวและแกนนำเสื้อแดงขอนแก่นไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องขึ้นอยู่กับทางแกนนำ นปช.จากส่วนกลางว่าจะยอมให้คนเสื้อแดงปล่อยรถทหารไปหรือไม่

"สุเทพ"สั่งเอาผิดม็อบยึดรถทหารที่ขอนแก่น รับตร.ทำงานไม่แข็งแรง
ส่วนมติชนออนไลน์  รายงานว่า ที่รัฐสภานายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีสั่งดำเนินคดีผู้ชุมนุมที่ยึดรถทหารในจังหวัดขอนแก่นว่า ตนสั่งให้ตำรวจรายงานความคืบหน้าอยู่เป็นระยะ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่กีดขวางทหารนั้น คงต้องใช้เวลา ซึ่งคนที่มีหน้าที่ก็ติดตามรวบรวมพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่น เกิดขึ้นซ้ำ 2 หน แล้ว ศอฉ.จะมีมาตรการใดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ใช้มาตรการในการรักษากฎหมายตามปกติ และเมื่อเกิดเรื่องขึ้น ตำรวจต้องเข้าระงับเหตุ ในเมื่อมีการกักกันหน่วยเหนี่ยวทำให้บุคคลเสียอิสรภาพ ตำรวจก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนการจะส่งกำลังไปขัดขวางไม่ให้คนเสื้อแดงทำอีก คงจะทำไม่ได้ เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่า คนเสื้อแดงเขาคิดจะทำอะไรมากไปกว่านี้ อย่างไรหรือไม่ จะไปคอยตามขัดขวางทั้งหมดคงไม่ได้ แต่มีหน้าที่ต้องไปแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ

เมื่อถามย้ำว่า ตำรวจเกียร์ว่างต่อคำสั่งรัฐบาลโดยสิ้นเชิงเลยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไม่ชัดนัก แต่ไม่แข็งแรง จึงต้องทำให้ตำรวจทำงานเข้มแข็งมากกว่านี้ เมื่อถามว่าเป็นเพราะตำแหน่ง ผบ.ตร. ยังเป็นเพียงรักษาการอยู่ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่เชื่อว่าตำรวจต้องพิจารณาและชั่งใจให้ดีว่า เราเป็นผู้รักษากฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงต้องทำหน้าที่ของตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องมีการคาดโทษต่อ ระดับ ผบช.ของตำรวจหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คาดโทษใคร แต่พยายามให้ความคิดว่าในเมื่อมีหน้าที่ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมอบอำนาจรักษาความสงบให้ทหารเป็นหลักหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า "ไม่ หน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำ" เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้มาถึงจุดที่ต้องประการกฎอัยการศึกแล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า "ยังครับ"
 
 
ศอฉ.ขน ทหาร-ตร. 4 กองร้อย เคลียร์แดงขอนแก่น เชื่อโยง3เกลอ
ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษก ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ.ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุมว่า ที่ประชุมพูดถึงการตั้งด่านสกัดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่จะไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ โดยที่แรกคือ อ.บ้านผ่า จ.ขอนแก่น แต่ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ส่วนที่ อ.พล จ.ขอนแก่น ก็เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารไปปฏิบัติการของ ร.13 พัน 2 จำนวน 200 นาย ในพื้นที่ภาคใต้ และทหารจาก ร.8 พัน 2 จำนวน70 นายไปในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการขนรถ 2.5 ตัน ขึ้นไปกับขบวนรถไฟ เพื่อเดินทางไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ถ้าหากปฏิบัติงานในพื้นที่ กทม. เราไม่เอารถ 2.5 ตัน นำขึ้นรถไฟให้ยากลำบาก

"การดำเนินการของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพราะกำลังทหารจำเป็นต้องดูแลประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ การกังขังหน่วงเหนี่ยว ไม่เป็นผลดีและเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ศอฉ.ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด และมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ไปสนับสนุนเจรจาอยู่ แต่ถ้าไม่เป็นผล ต้องแจ้งความดำเนินคดีกันไป ซึ่งจัดกำลังจำนวน 4 กองร้อย คือ ทหาร 3 กองร้อย ตำรวจ 1 กองร้อย ไว้คลี่คลายสถานการณ์ โดยกำลังทหารออกไปจะมีการติดอาวุธ ขณะเดียวกัน ศอฉ.พิจารณาเห็นว่ามีการสนทนากันระหว่างแกนนำของผู้ดำเนินการ กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า สถานการณ์ใน กทม.กับ ขอนแก่น มีความโยงใยต่อกัน หากไม่มีเหตุอันควรและทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท" พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
 

ศอฉ.จวกข่าว "เด็ดหัวโจกแดง" แค่หวังสร้างประเด็นขยายชุมนุม
ก่อนหน้านี้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษก ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ. ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุม ถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะฟ้องร้องยูเอ็นว่า ถ้าเดินทางไปกันเยอะ เจ้าหน้าที่จะจับปรับทันที ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องยูเอ็น ให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาจัดการนั้น ตนไม่อยากมองว่า เป็นการพัฒนาอะไร ขณะนี้ท่านกำลังเหลือเวลาน้อยและเหลือโอกาสน้อยแล้ว เหลือเวลาก็ประโคมข่าวขอความช่วยเหลือ และไปฟ้องต่างชาติ ทั้งที่เป็นเรื่องของบ้านเรา เจ้าหน้าที่ไม่อยากให้รุนแรง หากเด็ดขาดวันนี้จบไปนานแล้ว แต่การสูญเสียมันเยอะ
 
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า กองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะเด็ดหัวแกนนำเสื้อแดงเพื่อสร้างสถานการณ์นั้น พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ได้รับทราบข่าวนี้แต่หลัก การในการนำม็อบทั่วโลก มักจะสร้างความรุนแรงหยิบฉวยชีวิตคนใดคนหนึ่งนำมาขยายสร้างเป็นประเด็น

เมื่อถามว่า ขณะนี้ทาง ศอฉ. จะประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ศอฉ.ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะการประกาศกฎอัยการศึกจะกลายเป็นว่าทหารเอาภาระทั้งหมดมาแบกไว้บนบ่า ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ขณะนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมาะสมที่สุด และการเคลียร์พื้นที่เราใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เพียงพอแล้ว ขณะนี้เพียงแต่เราค่อยๆ บีบกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปทีละน้อย ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำรั้วมาล้อมลอบการชุมนุมนั้น จะเป็นอุปสรรคของกลุ่มคนเสื้อแดงมากกว่าในการออกนอกพื้นที่ กรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการ เช่น การใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งอาจจะทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมหนีไปไหนไม่ได้
 
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์