ศอฉ.ลั่นจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซองหากผู้ชุมนุมเข้ามาใกล้

ศอฉ.ลั่นมีกำลังพร้อมสลายการชุมนุม แต่ไม่บอกว่าเมื่อไหร่ รอบนี้ถ้าผู้ชุมนุมเข้าใกล้จะมีการเตือนด้วยแก๊สน้ำตา น้ำ เครื่องหูดับ และปืนลูกซอง แจงจะใช้อย่างสมเหตุสมผลพอเหมาะกับเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมทำความผิดกฎหมายต่อไปได้ เล็งออกหมายเรียกผู้ร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน

วานนี้ (27 เม.ย.) เวลา 19.40 น. ณ แหล่งสมาคมนายทหาร กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งสองช่วงของวันนี้ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศอฉ. เป็นประธานการประชุม

 

เผยใช้ทหาร-ตำรวจตั้งด่าน 6 จุดรอบพื้นที่ชุมนุมตรวจอาวุธ

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ในเวลาตั้งแต่ 04.00 น. - 06.00 น. วันนี้ (27 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้ประสานการปฏิบัติเข้าวางกำลังในบริเวณพื้นที่ เพื่อจะครอบคลุมย่านราชประสงค์ โดยจัดตั้งเป็นด่านตรวจ ด่านสกัดแข็งแรง ประกอบกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ที่มีจำนวนเพียงพอในแต่ละด่านรวม 6 ด่าน คือ ด่านแยกพญาไท แยกศาลาแดง แยกพงษ์พระราม แยกนราธิวาส-สีลม แยกอังรีดูนังต์ และแยกอโศกมนตรี ซึ่งภารกิจหลักของด่านทั้ง 6 แห่งจะทำหน้าที่ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ควบคุมและลิดรอนการนำอาวุธสงครามเข้าและออกจากพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ รวมทั้งดำเนินการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย

 

ขู่พร้อมสลายการชุมนุม รอวันเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่

นอกจากนั้น ในเวลา 16.00 น. มีการประชุมร่วมกันระหว่างนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ ผบ.ตร. ผบ.ชน. ผบ.ตำรวจภูธรทั้ง 9 และในส่วนของทหารระดับผู้บัญชาการทหารบก ลงมาจนถึงระดับเจ้ากรม มีรองนายกฯ สุเทพ เป็นประธาน โดยได้มีการเน้นย้ำซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เพื่อที่จะคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจถึงการเตรียมการขอพื้นที่การชุมนุมคืน หรือจะเรียกว่าการสลายการชุมนุมก็สุดแล้วแต่ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมเรื่องกำลัง รอวันเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่คงไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ว่าเมื่อไร

 

ยันรอบนี้หากผู้ชุมนุมเข้าใกล้จะใช้ปืนลูกซอง

โฆษก ศอฉ. กล่าวต้องขอเน้นย้ำอีกครั้งว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในการเข้าปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ด้วยการยึดตามกรอบ กฎ กติกา 7 ประการ โดยไม่มีการใช้อาวุธกระสุนกับพี่น้องประชาชน คงมีเฉพาะการยิงขึ้นฟ้า หรือการยิงเพื่อป้องกันชีวิตของตนเองเท่านั้น ในวันนี้คงต้องเปลี่ยนไป หลักการโดยรวมเหมือนเดิม คือยึดตามหลักสากล เบาไปหาหนัก แต่คงต้องมีระยะห่างระยะต่อ เพราะเราคงไม่สามารถปล่อยให้เข้ามาถึงตัวได้ จะต้องมีระยะปลอดภัยตั้งแต่ 100 เมตรเป็นต้นมาก็คงจะต้องเริ่มเตือนด้วยแก๊สน้ำตา น้ำ เครื่องขยายเสียงกำลังส่งสูง จะไม่ยอมให้เข้าใกล้ในระยะเกินกว่า 30 - 40 หลา เจ้าหน้าที่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ปืนลูกซอง แต่ต้องเรียนอีกครั้งว่าวิธีการใช้อาวุธจริงนั้นเรามีการซักซ้อมการปฏิบัติ เพื่อสามารถชี้ชัดต่อสังคมได้ว่าไม่ได้มุ่งที่จะเอาชีวิตกับผู้ชุมนุม มีความสมเหตุสมผลพอเหมาะกับเหตุการณ์ และเพียงพอที่จะระงับยับยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมกระทำความผิดตามกฎหมายต่อไปได้

 

เตือนตำรวจทหารถ้าหย่อนยานจะไม่สามารถทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่รองนายกฯ สุเทพระบุว่าเจ้าหน้าที่คนใดที่ไม่สมัครใจจะทำหน้าที่ในการสลายการชุมนุมขอให้แจ้งความจำนงเพื่อจะให้ไปทำหน้าที่อื่น ในวันนี้มีการแจ้งความจำนงมาหรือไม่ โฆษกศอฉ. กล่าวว่า วันนี้ก็ได้ยินท่านพูดเหมือนกัน ท่านพูดถึงการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ ทั้งทหารและตำรวจก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน เราเป็นข้าราชการเหมือนกัน ท่านให้กำลังใจทั้งทหารและตำรวจ ให้ร่วมกันทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน บ้านเมืองอยู่รอดได้ด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ถ้าวันนี้ทุกคนหย่อนยาน ไม่สามารถที่จะทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายได้แล้ว วันข้างหน้าจะไม่มีใครสามารถตอบสังคมได้ว่าเราจะเดินกันไปอย่างไร รองนายกฯ ได้กำชับต่อไปด้วยว่า ถ้าหากท่านใดที่คิดว่ามีปัญหาไม่สามารถปฏิบัติได้ ขอให้มาบอกท่าน ท่านจะส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น และคนที่มีความสามารถในการทำหน้าที่ ก็มีความพร้อมทำหน้าที่

 

ให้ทุกคนตั้งแต่ผู้สั่งการและกำลังพลรับผิดชอบร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม ยอมรับได้ว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไม่ค่อยกล้าทำอะไรมาก วันนี้ผู้บังคับบัญชาได้ให้ความมั่นใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไรบ้าง ว่าถ้าเขาทำไปแล้วเขาจะไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หรือไม่ต้องมาถูกดำเนินคดีในภายหลัง โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนในศอฉ. รับผิดชอบร่วมกันตามภาระหน้าที่ ผู้สั่งรับผิดชอบในฐานะผู้สั่ง ผู้อำนวยการรับผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการ ผู้กำกับการปฏิบัติ หัวหน้าผู้รับผิดชอบ แม้กระทั่งกำลังพลคนสุดท้ายก็รับผิดชอบตามสิ่งที่สั่งการมา ใครทำมากเกินกว่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ ถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเกร็งต่อเหตุการณ์กรณีที่ว่าก็คงไม่ เพราะว่าศาลได้ชี้ชัดแล้วว่าการสลายการชุมนุมนั้นทำได้ แต่ต้องทำตามขั้นตอนหลักสากลจากเบาไปหาหนัก ซึ่งวันนี้เรามีการชี้แจงทำความเข้าใจในขั้นตอนทั้งหลายชัดเจนแล้ว แต่ความจำเป็นเรื่องการใช้อาวุธกระสุนจริงนั้นมีความจำเป็น เพราะทหาร ตำรวจก็มีเลือดเนื้อมีชีวิตเหมือนกัน มีสิทธิ์ที่จะปกป้องชีวิตของเขาได้ เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ได้บ่งบอกแล้วว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธร้ายแรง มีอาวุธหลายอย่างที่ทำขึ้นและสามารถเอาชีวิตได้ทั้งสิ้น

 

ฟ้องปืนยังไม่ได้คืน 68 รายการ

"อย่างที่เคยเรียนให้ทราบว่า มีการนำเอาอาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่ที่นำมายิงขึ้นฟ้า และยิงเพื่อปกป้องชีวิตของตนเองในการปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมาไปวางกองบนเวที กลุ่มแกนนำก็บอกเองว่าการ์ดของตนเอง ที่เห็นว่าเป็นไอ้โม่งนั้นเอาปืนมาส่งให้ จนป่านนี้ปืนทั้งหลายเหล่านั้นจำนวน 68 รายการ ยังไม่ได้รับคืนเลย ก็แสดงว่ากลุ่มแกนนำได้เอาไปแจกจ่ายหมดแล้ว คงมีหลงไปที่นายเมธี อมรวุฒิกุล 1 กระบอก แล้วก็โดนจับได้ รับสารภาพ และให้การที่เป็นประโยชน์ในเรื่องอาวุธปืนเหล่านี้ ซึ่งก็คงจะต้องไปว่ากันในกระบวนการทางศาล เมื่อเรื่องยุติ" โฆษกศอฉ. กล่าว

 

เล็งออกหมายเรียกผู้ร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ ศอฉ. ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการออกหมายเรียกโครงข่ายที่เป็นขบวนการล้มสถาบันหรือไม่ โฆษกศอฉ. กล่าวว่า เรื่องนี้รองนายกฯ สุเทพ จะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดด้วยตนเอง ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการที่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการยุติธรรม และคืนวันนี้ได้เรียกประชุมฝ่ายกฎหมายและอัยการมาหารือเพื่อออกหมายเรียกผู้ร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกไปแล้ว 135 คน แต่เข้ามาชี้แจงตามหมายเรียก 85 คน

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก
ศอฉ. ยันทหาร ตำรวจ พร้อมผนึกกำลังปฏิบัติการขอคืนพื้นที่แยกราชประสงค์ โดยรอเวลาที่เหมาะสม, 27 เม.ย. 53, ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์