สุเทพชงคดีล้มสถาบันให้ดีเอสไอ 3 พ.ค.

 
29 เม.ย53 รัฐสภา เมื่อเวลา 12.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการเปิดให้ที่ประชุมอภิปรายเหตุการณ์วิกฤติทางการเมืองต่อจากเมื่อวันที่ 28 เม.ย.นี้ โดยนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า เหตุการปะทะที่อนุสรณ์สถานฯเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีทั้งคนเจ็บและคนตาย มีการใช้อาวุธจากเจ้าหน้าที่มีการปิดถนนเหมือนสงครามการเมือง ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับการใช้อำนาจนายกฯและครม. จะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้บานปลายไปถึงไหน
 
เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของเจ้าหน้าที่ภายใต้การควบคุมของรองนายกฯ มีนายตำรวจระดับผู้การจังหวัดกาญจนบุรี ระดับพลตรีเป็นหัวหน้าชุด อาวุธที่ใช้เป็นอาวุธจริง จากนี้ไปการบริหารราชการแผ่นดินจะเกิดอะไรขึ้น และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลได้คิด และให้คำปรึกษากับรัฐบาลด้วย และขอฝากนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯให้บอกกับรัฐบาลว่าสิ่งที่ประชาชนรออยู่คือจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภา จะลาออกหรือไม่ลาออก หรือจะให้ประเทศเสียหายไปกว่านี้ และตอนนี้ก็อยู่ในพรรคที่รัฐบาลกล่าวหาว่าล้มเจ้า ซึ่งตนไม่คิดว่าจะมีการใส่ร้ายกันแบบนี้ เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากให้รัฐบาลคิดเองอาจเกิดเหตุรุนแรงกว่าเดิม สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือลดความรุนแรงโดยเร็ว จึงขอเรียกร้องว่าถ้าไม่มีความสามารถพอก็ควรคืนอำนาจให้กับประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ที่ประชุมกำลังอภิปรายอยู่ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
 
"เมื่อวานรปภ.นายกฯใช้ปืนจี้รปภ.สภา" ซึ่งปรากฎว่าประธานในที่ประชุมได้ห้ามไม่ให้พูด โดยบอกว่าเป็นเรื่องนอกสภาฯ
 
จากนั้นนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปราย ว่า ควรยกเลิกประกาศใช้พรบ.ความมั่นคง ยกเลิกการใส่ร้าย หยุดกล่าวหาว่าพวกตนล้มเจ้า ล้มสถาบัน ตนเสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศให้ชัดเจนว่าจะยุบสภาวันใด ทำปฏิทินให้ชัดเจนว่าระหว่างนี้จะทำอะไรบ้าง ไม่ใช่บอกปัดว่าเจรจาไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลจะอยู่อีก1ปี9 เดือน ควรคิดก่อนตายเตือนก่อนวายวอด เพราะเห็นชัดแล้วว่า นายกฯพยายามตัดไฟแล้วหลายครั้ง ก็ยังตัดไม่ได้แสดงว่าเครื่องตัดไฟมันเสียแล้ว
 
นายสุเทพ เทือสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ชี้แจงว่า รัฐบาลตั้งใจที่แก้ไขปัญหาด้วยความอดทน และระมัดระวังในการใช้กฎหมาย ตั้งแต่มีวิกฤตการณ์เกิดขึ้นชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผุ้ชุมนุมด้วยความเคารพของการชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ให้ติดอาวุธมีแต่โล่กระบอง แต่เมื่อมีเหตุก่อการร้ายเข้ามา รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ขณะนี้คดีผู้ก่อการร้ายดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว สุดท้ายสังคมได้ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการล้มเจ้า ไม่ว่าสถานีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ก็ถือว่าชัดเจนแล้ว ซึ่งในวันจันทร์ที่ 3 พ.ค.นี้ จะเสนอเรื่องนี้ให้ดีเอสไอพิจารณาดำเนินการว่าจะนำเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ และจะเปิดเผยรายชื่อและเครือข่ายทั้งหมด ขอให้ใจเย็นได้เห็นรายชื่อหมดแน่ 
 
นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่รัฐบาลจะดำเนินการนอกเหนือกฎหมาย ส่วนเรื่องพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตอนนี้ยังไม่มีหมายเรียก หรือหมายจับแต่อย่างใด แต่ส่วนพล.อ.ชวลิตจะเดินทางไปยังศอฉ.เองก็มีเรื่องที่ต้องพูดจากับท่าน เพราะมีบางเรื่องที่ทุกคนก็รู้ว่าท่านทำอะไร ส่วนพล.อ.ชวลิต มาทางศอฉ.ก็พร้อมต้อนรับอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่พูดว่ารัฐบาลไม่พยายามเจรจา ก็เห็นว่ารัฐบาลเจรจาถึง2ครั้ง2หน นายกฯลงไปเจรจาด้วยตัวเอง และเมื่อไม่พอใจรัฐบาลก็ไม่รบเร้า แต่อย่างใดก็ตามก็มีคนที่พยายามเจรจากันอยู่ แต่ในขบวนการมีหลายฝักหลายฝ่ายเหลือเกิน ในส่วนของกลุ่มเสื้อแดงเองพอเกินเหตุก็บอกว่าเป็นแดงเทียม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่รัฐบาลไปเจรจาเป็นแดงเทียมหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
 
ส่วนแนวทางในการแก้ไข นายกฯมีความรับผิดชอบต้องการให้บ้านเมืองเกิดสมานฉันท์หากทุกฝ่ายยอมรับได้ก็กำหนดปฏิทินร่วมกัน เพื่อนำไปสู่บ้านเมืองสงบสุขเราก็ไม่ขัดข้อง และยืนยันว่าเราไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจ นายกฯพร้อมย่นระยะเวลาการยุบสภาลงมา หากทำให้เกิดความสงบสุขแก่บ้านเมือง และยืนยันไม่เคยคิดจะปราบปราม แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากกลุ่มผุ้ชุมนุมปิดถนนก็ต้องมีการขัดขวาง จะไม่ยอมปิดถนนอีกแล้ว เพราะชาวบ้านเดือนร้อน นอกจากนี้ไม่เห็นด้วยที่เรียกร้องให้นายกฯลาออก แต่ต้องการให้นายกฯยืนหยัดในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เพื่อนำความสงบสุขให้กับบ้านเมือง
 
นายสุนัย กล่าวว่า ขอถามตรงนี้ว่าถ้าสมมุติท่านจะยุบสภาภายใน 6 เดือนนี้ แล้วกำหนดปฏิทินให้ชัดเจนเลยว่าเดือนนี้จะทำอะไร เดือนหน้าจะทำอย่างไร ส่วนผู้ก่อการ้าย ก็ดำเนินการไป ส่วนตัวคิดว่าจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแน่ และก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรจากรัฐบาลไปมากกว่าให้รัฐบาลมีข้อสรุปที่ชัดเจนให้สังคมเห็นเป้าหมาย เพราะขณะนี้รัฐบาลไม่มีเป้าหมายอะไรเลย
 
นายสุเทพ ชี้แจงว่า รัฐบาลดำเนินการตามแนวทางเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อนำไปสู่สันติ และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ชี้แจงให้แต่ละฝ่ายเข้าใจ และยืนยันว่าวันข้างหน้าหากคิดตรงกันได้แล้วทำให้เรื่องยุติ ทำให้ประชาชนเห็นพร้องต้องกันก็มาช่วยกันเถอะ เพราะสามารถทำให้เรื่องยุติได้ และไปชี้แจงให้คนแต่ละฝ่ายเข้าใจ
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายวิทยา ได้ถามย้ำถึงกรณีที่มีการใช้อาวุธปืนจริงที่อนุสรณ์สถานฯ ซึ่งนายสุเทพ ก็ยอมรับว่า เป็นสั่งการให้ใช้อาวุธจริงเอง แต่ไม่ได้ให้ใช้อาวุธสงคราม แต่เปลี่ยนให้มาใช้ปืนลูกซอง ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นตนจะขอรับผิดชอบเอง แต่อย่างไรก็ตามที่สั่งให้มีการพกปืนลูกซองเพราะเห็นแล้วว่าการที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไปปฏิบัติการแล้วถูกทำร้าย เสียชีวิต เพราะมีเพียงแค่โล่และกระบองนั้น เจ้าหน้าที่ก็เป็นลูกหลานประชาชนเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจากเบาไปหาหนัก ซึ่งสุดท้ายจริงๆถึงใช้ปืนลูกซอง เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นลูกหลานประชาชนเหมือนกัน
 

 

ที่มาเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์