กระทรวงแรงงานจ่าย 2 ล้านบาทค่าจัดวันแรงงาน

องค์กรแรงงานร่วมเดินขบวนวันแรงงานจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปสนามหลวง ยื่นข้อเรียกร้องรัฐบาล 9 ข้อรับรองอนุสัญญาไอแอลโอ 87 และ 98 รัฐมนตรีบอกกำลังดำเนินการแต่ต้องดูความมั่นคง เผยปีนี้สนับสนุนงบจัดงานวันแรงงาน 2 ล้าน ด้าน "กรรมกรแดง" เรียกร้องผู้ใช้แรงงานไม่ฆ่ากันตามที่พวกอนุรักษ์นิยมปั่นหัว

การเดินรณรงค์วันแรงงานสากลในกรุงเทพ เมื่อ 1 พ.ค. 53 [ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติมที่นี่]

นายไำพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อ 1 พ.ค. 53 ระหว่างการจัดงานวันแรงงานที่สนามหลวง

 

เดินขบวนวันแรงงานสากล 'สรส.-คสรท.' ร่วมเดินด้วยเป็นปีแรกในรอบสิบปี
เมื่อเวลา 07.00 น. วานนี้ (1 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันแรงงานสากล หรือวันแรงงานแห่งชาติตามที่กระทรวงแรงงานเรียก ภายใต้คำขวัญ "แรงงานไทยเข้มแข็ง ร่วมแรงสามัคคี สดุดีองค์ราชัน" โดยกิจกรรมในปีนี้มีการจัดเดินขบวนของแรงงานจากหลายสหภาพแรงงานทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ นำโดยสภาแรงงาน 12 แห่ง สหพันธ์แรงงานวิสาหกิจแห่งประเทศไทย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)

โดยในปีนี้นับเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ซึ่งทุกจะแยกเดินขบวนต่างหากและไม่ใช่งบประมาณจัดงานจากกระทรวงแรงงาน ได้ตัดสินใจร่วมเดินขบวนกับองค์กรแรงงานและสหภาพแรงงานอื่นๆ เพื่อไปยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลด้วย

โดยบรรยากาศวันแรงงานปีนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 7.00 น. ที่ลานพระบรมรูปรงม้ามีการจัดพิธีทำบุญทางศาสนาถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 9 รูป มีนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธี

จากนั้นเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้ใช้แรงงานนับพันคนได้รวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังท้องสนามหลวง ไปร่วมงานวันแรงงานแห่งชาติ เมื่อขบวนแรงงานมาถึงสนามหลวงแล้วมีพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลแห่งการบรมราชาภิเษกปีที่ 60 และเฉลิมพระชนมพรรษา และนายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่เป็นประธานเปิดงานปีนี้แทนนายกรัฐมนตรี

โดยหลังเสร็จพิธีช่วงเช้าที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นายไพฑูรย์และผู้ติดตามได้แวะทานอาหารที่ร้านอาหารสกายไฮ ข้างสำนักงานหนังสือพิมพ์สยามรัฐด้วย ก่อนที่จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีที่ท้องสนามหลวงต่อ

โดยกิจกรรมอื่นๆ ที่ท้องสนามหลวงยังมีการแสดงดนตรี มีเต๊นท์แจกอาหารและเครื่องดื่มของหน่วยงานเอกชนที่มาสนับสนุนการจัดงาน มีซุ้มกิจกรรม ซุ้มให้คำปรึกษาทางกฎหมายแรงงานของสหภาพแรงงานกลุ่มต่างๆ นอกจากนี้อดีตพนักงานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งถูกเลิกจ้าง ได้มาจำหน่ายชุดชั้นในยี่ห้อ Try Arm ซึ่งเป็นการออกแบบและตัดเย็บเองของพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเหล่านี้ด้วย

 

ยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อ จี้รับรอง ILO 87 และ 98
สำหรับข้อเรียกร้องของแรงงาน 9 ข้อในปีนี้ คือ 1.รัฐต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้กับลูกจ้างในกรณีที่สถานประกอบ การปิดกิจการ เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน 2.รัฐต้องยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้ของลูกจ้างในกรณีค่าชดเชย และเงินรายได้อื่นๆ ซึ่งเป็นเงินงวดสุดท้าย 3.รัฐต้องแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 มาตรา 118 ให้ลูกจ้าง จากเดิมอายุงาน 10 ปีขึ้นไป จ่าย 10 เดือน เป็นอายุงาน 10 ปีขึ้นไป เพิ่มอีกปีละ 1 เดือน

4.เรื่องประกันสังคม รัฐต้องขยาย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 กรณีป่วยเนื่องจากการทำงานให้มีสิทธิการรักษาพยาบาลเหมือนกับผู้ประกันตนใน พ.ร.บ.ประกันสังคม รัฐต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2553 มาตรา 39 กรณีจ่ายเงินสมทบของผู้ประกันตนจ่ายเท่าเดียว รัฐต้องแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์เป็นอายุไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์ 5.รัฐต้องยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2552 และการขายรัฐวิสาหกิจทุกกิจการ 6.รัฐต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 7.รัฐต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 8.รัฐต้องจัดให้มีศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบการหรือในนิคมอุตสาหกรรมแล้ว แต่กรณี โดยให้สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำค่าใช้จ่ายในกิจกรรมนี้ไปลด หย่อนภาษีได้ และ 9.รัฐต้องตั้งคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานเป็นคณะทำงานติดตามและประสานงานข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2553

 

รมว.แรงงานเผยปีนี้สนับสนุนงบ 2 ล้านในการจัดงาน
ด้านนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่การจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ องค์การแรงงานทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจร่วมกันจัดเป็นหนึ่งเดียวในรอบ 10 ปี ภายใต้คำขวัญแรงงานไทยเข้มแข็ง ร่วมแสดงความสามัคคี สดุดีองค์ราชัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีผ่านคณะกรรมการจัดงานที่ได้เข้าพบเมื่อวานนี้ใน การจัดงานร่วมกัน และรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณจัดงาน 2 ล้านบาท

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ดูข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงาน 9 ข้อแล้ว โดยหลายข้อรัฐบาลดำเนินการอยู่ เช่น การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้ลูกจ้าง ในกรณีที่สถานประกอบการปิดกิจการ เลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน, รัฐต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเรื่องนี้ได้ผ่านวาระ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อยู่ในขั้นกรรมาธิการ

 

เรื่องรับรอง ILO ขอพิจารณาเรื่อง 'ความมั่นคง'

ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาไอแอลโอฉบับที่ 87, 98 นั้นรัฐบาลพร้อมดำเนินการและได้เตรียมการไว้แล้วหลายเดือน เพียงแต่สุดท้ายยังต้องดูเรื่องความมั่นคง และต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาส่วนการจัดตั้งศูนย์เด็กเล็กนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า ในปีนี้กลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่มีข้อเรียกร้องเรื่องการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ โดยรัฐบาลได้ปรับขึ้นไปให้แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สำหรับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารที่จะถึงนี้จะเสนอของบประมาณ 387 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย ผู้ใช้แรงงานที่จดทะเบียนกับประกันสังคม 63,000 ราย และนอกระบบ หาเช้ากินค่ำอีกส่วนหนึ่ง รวมทั้งสิ้น 93,000 ราย

 

มาร์คอวยพรในวันแรงงาน โอ่ปีนี้สถานการณ์แรงงานไทยดีกว่าปีที่แล้ว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวเนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2553 ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มีใจความว่า

ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีไปยังพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ที่ทำงานด้านแรงงานทุกท่าน แรงงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดผลผลิต ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ สถานการณ์ด้านแรงงานไทยในปีนี้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ผู้ใช้แรงงานต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากความตกต่ำอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจโลก แต่จากการที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทั้งในประเทศและในนานาประเทศได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งของประเทศไทยและของโลกมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ด้านแรงงานดีขึ้นด้วย

 

โวลั่นสามารถชะลอการเลิกจ้างภายใต้มาตรการ 3 ลด 3 เพิ่ม

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาผู้ใช้แรงงานหลายด้าน เพื่อให้ผ่านพ้นสภาพวิกฤต โดยมีมาตรการที่สำคัญได้แก่ การร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อชะลอการเลิก จ้าง การดำเนินมาตรการ 3 ลด 3 เพิ่ม การขยายระยะเวลาให้ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างได้รับเงินประกันสังคมกรณีว่างงาน จากเดิมไม่เกิน 180 วันเป็นไม่เกิน 240 วัน และการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมชั่วคราว เป็นต้น

ปีนี้รัฐบาลมีแนวทางในการดำเนินการอีกหลายด้านเพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย มีสภาพการจ้างและการทำงานที่ดี มีสวัสดิการที่เหมาะสม และมีความปลอดภัยในการทำงาน เช่น การส่งเสริมและขยายความคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงาน 24.1 ล้านคน การเตรียมขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่คู่สมรสและบุตรให้ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย การเพิ่มสวัสดิการโครงการ "สวัสดิการบ้าน สำนักงานประกันสังคมเพื่อผู้ประกันตน" และปรับปรุง พ.ร.บ.เงินทดแทนพุทธศักราช 2537 พ.ร.บ.ประกันสังคมพุทธศักราช 2553 เพื่อเพิ่มขอบเขตความคุ้มครองและสิทธิของลูกจ้างและผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น รวมทั้งกระทรวงแรงงานก็ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานเมื่อวันแรงงานแห่งชาติ  ปีพุทธศักราช 2552 อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่สถานประกอบกิจการเลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชย และยังมีโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งกระทรวงแรงงานเป็นผู้ดำเนินการอีกหลายโครงการ

"ดังนั้น ปีนี้นอกจากจำนวนคนว่างงานจะลดลงจากปีที่ผ่านมาแล้ว การดำเนินงานด้านสวัสดิการแรงงาน การพัฒนาแรงงาน และการแรงงานสัมพันธ์ของรัฐบาล ก็จะได้รับการยกระดับให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ส่วนมาตรการที่รัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานด้านต่างๆ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังคงดำเนินการต่อไป และรัฐบาลได้เตรียมแนวทางดำเนินงานไว้สำหรับอนาคต ที่ช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ การพัฒนาระดับฝีมือ และสามารถกลับสู่การจ้างงานได้มากขึ้นด้วย

 

'สภาองค์การลูกจ้างฯ' โวยประธานจัดงานแหกมติดอดเชียร์มาร์ค ลั่นไม่เห็นด้วย

ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวว่า เมื่อ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง พร้อมด้วย นายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี 2553 ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อ้างว่าเป็นตัวแทนนำตัวแทนแรงงาน 12 องค์กรลูกจ้าง และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และสมาพันธ์แรงงานงานแห่งงานแห่งประเทศไทย มาให้กำลังใจที่รัฐสภา

โดยนายชินโชติได้มอบกระเช้าดอกไม้ให้นายอภิสิทธิ์ พร้อมกล่าวว่า ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ มีความหนักแน่นในการบริหารชาติบ้านเมือง ฟังคนส่วนใหญ่ของประเทศ พวกผู้นำแรงงานทั่วประเทศถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ อย่าไปฟังคนกลุ่มเดียว ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯซึ่งตลอดเวลาก็เห็นว่านายกฯหนักแน่นมาตลอดและขอให้ หนักแน่นต่อไป ด้านนายทวี กล่าวสั้นๆ ว่า ขอให้นายกฯอย่ายุบสภา

ต่อมา สภาองค์การลูกจ้างศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 12 องค์กรแรงงานที่ถูกอ้างชื่อ ได้เผยออกหนังสือชี้แจงลงวันที่ 1 พ.ค. เรื่อง "ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง ผู้นำแรงงานเชียร์มาร์ค" ระบุว่า ทั้งนายทวีและนายชินโชติทำกันเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม และทำผิดวัตถุประสงค์ที่ให้ไปยื่นข้อเรียกร้องไม่ใช่ไปให้กำลังใจ พร้อมประกาศไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเผด็จการ-มือเปื้อนเลือดและต้องการแก้ไข ปัญหาด้วยสันติวิธี (อ่านละเอียดข่าวที่นี่)

 

ห่วงภัยแล้งทำแรงงานได้รับผลกระทบ เชื่อถ้าชุมนุมยืดเยื้อจะเกิดผลกระทบ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงานในปีนี้ ก็คือ การที่ไทยต่างก็ต้องประสบกับปัญหาภาวะอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งยาวนานฝนทิ้งช่วง มีแรงงานในภาคเกษตรจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบ และเนื่องมาจากสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและบางจังหวัด ในขณะนี้ ทั้งผู้ใช้แรงงานที่เข้าไปร่วมการชุมนุมและผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในสถานประกอบการ ณ บริเวณที่มีการชุมนุมต้องหยุดงานหรือถูกเลิกจ้าง ซึ่งในกรณีหลังนี้ แม้ว่ารัฐบาลได้จัดมาตรการช่วยเหลือ ทดแทนหรือแบ่งเบาภาระของพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบแล้วก็ตาม แต่หากสถานการณ์ชุมนุมยังคงยืดเยื้อต่อไป จะยิ่งส่งผลกระทบต่อฝ่ายต่างๆ มากขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นและกำลังดำเนินการแก้ไขให้สถานการณ์คืนสู่ความสงบโดยเร็ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

"กรรมกรแดง" เรียกร้องผู้ใช้แรงงานไม่ฆ่ากันตามที่พวกอนุรักษ์นิยมปั่นหัว
ขณะที่กลุ่มแนวร่วมกรรมกรเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มกรรมกรแดง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่รวมตัวกันสนับสนุนคนเสื้อแดงหรือ นปช. ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในวันแรงงานว่า เนื่องในวันกรรมการสากลชนชั้นผู้ใช้แรงงานทั้งหลายจงสามัคคีกัน ไม่ต้องฆ่ากันตามคำเรียกร้องของพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดที่แสดงตนเป็นผู้รัก ชาติฝ่ายเดียว ดังนั้นในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน กลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย ขอเสนอทางออกเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติต่อผู้ใช้แรงงาน รัฐบาล และประชาชนดังนี้

1.รัฐบาลต้องยุติการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความแตกแยกและลุกขึ้นมา ฆ่ากันเอง 2.รัฐบาลต้องยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง เพราะเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงานอย่างมากมายมหาศาล และทำให้เศรษฐกิจเสียหายทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน 3.รัฐบาลต้องคืนอำนาจประชาชนด้วยการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่และจะเป็นวิถีทางแก้วิกฤติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตยเหมือนนานาอารยะประเทศ 4.ประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมต้องมีส่วนต้องมีความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์