‘พันธมิตรฯ’ ดาหน้าประณาม ‘อภิสิทธิ์’ ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า

เพราะทำให้การก่อการร้ายขยายตัวไปทั่วประเทศ ไม่สามารถหยุดขบวนการล้มสถาบันของขบวนการรัฐไทยใหม่ได้ เป็นการยกบ้านเมืองให้กับขบวนการอันธพาลก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ ลั่นถ้าไม่บังคับใช้กฎหมายก็ให้ ‘มาร์ค’ ลาออกไป ด้าน “สมศักดิ์ โกศัยสุข” จี้ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ฆ่า “พิภพ” น้อยใจนายกฯ ทิ้งประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล

พันธมิตรฯ ไร้ 'สนธิ' แถลงข่าวประณามมาร์คปรองดองกับขบวนการก่อการร้าย

วันนี้ (6 พ.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน และนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกฯ ร่วมกันออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 9 ประณามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการปรองดองกับขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่

โดยการแถลงข่าวในวันนี้ไม่มีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ คนสำคัญและหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เช่นเคย โดยนายสุริยะใส เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 9/2553 ซึ่งในแถลงการณ์และตลอดการแถลงข่าวได้เรียกคนเสื้อแดงว่า "ขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่" โดยแถลงการณ์มีรายละเอียดดังนี้ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

แถลงการณ์ ฉบับที่ 9/2553
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง ประณามนายกรัฐมนตรีในการปรองดองกับ “ขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่”

จากกระบวนการปรองดองที่จะแก้ไขวิกฤตของชาติ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม 2553 นั้น ได้ประกาศด้วยว่าหากผู้ชุมนุมสลายก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 นายกรัฐมนตรีก็จะทำการยุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 โดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้มีการประชุมและมีมติให้กำหนดท่าที ดังต่อไปนี้

 

1. เราเห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศไทยครั้งใหญ่ และสร้างรัฐสวัสดิการ ซึ่งควรจะดำเนินการมาตั้งนานก่อนหน้านี้แล้วโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ดังที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เคยเรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2551 แต่แผนกระบวนการปรองดองของนายกรัฐมนตรีนั้นขาดความชัดเจน และเป็นการแถลงราวกับว่ารัฐบาลทำตัวเหนือปัญหาเป็นคนกลางท่ามกลางความขัดแย้งหรือทะเลาะกันของคนสองกลุ่ม ทั้งๆ ที่รัฐบาลเองเป็นผู้ประกาศว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีผู้ก่อการร้าย มีอาวุธสงครามจำนวนมาก มีกองกำลัง เป็นที่ซ่องสุมของกลุ่มอันธพาลซึ่งมีพฤติกรรมคุกคามและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ มิใช่ไปเจรจาปรองดองยอมจำนนกับขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่อยู่ในขณะนี้

2. ท่ามกลางปัญหาดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การประกาศว่าจะให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 นั้น เราถือว่าเป็นการทำลายกระบวนการปฏิรูปประเทศและทำลายกระบวนการยุติธรรมหลักนิติรัฐอย่างย่อยยับ ทำให้นักการเมืองจะสนใจแต่การแย่งชิงอำนาจในการเลือกตั้ง ทำให้ข้าราชการจะไม่ทำหน้าที่ในการเอาคนทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับนักการ เมืองมาลงโทษทั้งกลุ่มอันธพาลทางการเมืองที่ติดอาวุธ ขบวนการก่อการร้าย และขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ขบวนการสื่อการเมืองเพื่อโค่นล้มอำนาจฝ่ายตรงกันข้าม จะทำให้บรรยากาศนับตั้งแต่วันประกาศวันยุบสภา วันเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง จะกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไร้ขื่อแป และเหตุการณ์จะยิ่งรุนแรงและพินาศยับเยินมากกว่าที่ผ่านมาหลายเท่าทวีคูณ ซึ่งฝ่ายที่ได้อำนาจรัฐโดยรัฐไทยใหม่จะเข้าครอบงำหน่วยงานราชการในกระบวนการ ยุติธรรมก่อนถึงศาล โฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อของรัฐ และใช้อาวุธสงครามเข่นฆ่าประชาชน

ยิ่งไปกว่านั้น การละเว้นไม่เข้าตรวจอาวุธ และดักจับอาวุธ โดยปล่อยให้กลุ่มคนเสื้อแดงถ่วงเวลาในการขนถ่ายอาวุธออกจากที่ชุมนุมนั้น ถือเป็นสิ่งอันตรายที่จะคุกคามประชาชนและระบอบประชาธิปไตยในอนาคต จนนำไปสู่รัฐไทยใหม่ของขบวนการก่อการร้ายในที่สุด

3. เราขอประณามการประกาศวันเลือกตั้งเป็นการล่วงหน้าว่า เป็นการทำลายกระบวนการปฏิรูปประเทศไทย เปิดโอกาสให้ขบวนการก่อการร้ายขยายตัวไปทั่วประเทศ และไม่สามารถหยุดยั้งขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ของขบวนการรัฐไทยใหม่ได้ ซ้ำร้ายยังจะเป็นการยกบ้านเมืองให้กับขบวนการอันธพาลก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ การประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้าจึงเป็นเพียงการเอาตัวรอด และเป็นความเห็นแก่ตัวของนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใส่ใจกับความเสียหายของชาติบ้านเมือง และประชาชนที่จะต้องตกเป็นเหยื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเมืองที่รออยู่ เบื้องหน้าโดยที่ปราศจากความรับผิดชอบ

4. การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นการล่วงหน้าว่าเป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 นั้น แสดงให้เห็นว่า เป็นผลมาจากการเจรจาลับๆ ระหว่างระบอบทักษิณกับรัฐบาล โดยฝ่ายรัฐบาลมุ่งหวังเพียงแค่ต้องการใช้งบประมาณในปีนี้และจัดตั้งงบประมาณ รายจ่ายในปีหน้า มุ่งหวังจะได้โยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะทหารและตำรวจ และมุ่งหวังที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองของพรรคร่วม รัฐบาลรวมถึงการหาทางช่วยเหลือไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบพรรค ในขณะที่ฝ่ายระบอบทักษิณและขบวนการรัฐไทยใหม่มุ่งหวังที่จะแย่งชิงอำนาจรัฐ มาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ในขณะที่เรามีข้อสงสัยว่า มีการเจรจาสมยอมกันระหว่างรัฐบาลกับนักโทษชายทักษิณว่า คดีของนักโทษชายทักษิณและครอบครัวที่ยังไม่เข้าสู่ศาลนั้นจะนิรโทษกรรมหรือ หาวิธีการดึงถ่วงหรือช่วยเหลือไม่นำขึ้นสู่ศาล จะมีการนิรโทษกรรมคดีความทางการเมืองโดยเฉพาะผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือก ตั้งทั้งหมด โดยภายใต้เงื่อนไขนี้นักโทษชายทักษิณตกลงว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกต่อไป โดยมีความสอดคล้องกับสาระในแผนการปรองดองข้อ 5 ของนายกรัฐมนตรีเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน

เราขอให้รัฐบาลแสดงความจริงใจว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และจะไม่เกิดขึ้น มิเช่นนั้นแสดงว่านักการเมืองเหล่านี้มีการเจรจาสมยอมกันเพื่อผลประโยชน์ของ นักการเมืองเพียงไม่กี่คนโดยหักหลังและทรยศต่อประชาชนอย่างไร้จริยธรรม เราขอยืนยันว่าเราจะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยนักการเมืองที่ทำเพื่อผล ประโยชน์ของนักการเมืองและการนิรโทษกรรมของนักการเมืองอย่างถึงที่สุด

5. บัดนี้ขบวนการก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ ไม่ได้สลายการชุมนุมตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเอาไว้ก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 และยังเรียกร้องข้อต่อรองอื่นๆ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เพิ่มเติม ทั้งในทางเปิดเผยและในทางลับอันเป็นผลมาจากความอ่อนแอของรัฐบาล เราขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนและยกเลิกการประกาศแผนปรองดองกับขบวนการ ก่อการร้ายของรัฐไทยใหม่ และทบทวนยกเลิกการประกาศกำหนดวันการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยให้มุ่งเน้นการปฏิรูปประเทศและรัฐสวัสดิการควบคู่ไปกับการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคืนสันติสุขและสร้างหลักประกันในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชน

6. เราขอยืนยันว่า การไม่มีจิตสำนึกของแกนนำคนเสื้อแดงในการปกป้องชีวิตของมวลชน และการไม่บังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาเป็นผลทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของทหารหาญและประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่ายตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มา หากรัฐบาลยังเพิกเฉยไม่บังคับใช้กฎหมาย และไม่ลงโทษหรือโยกย้ายข้าราชการและนักการเมืองที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เราขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายและมีความจริงใจในการปฏิรูประเทศไทยเข้าทำหน้าที่แทน เพื่อคืนหลักนิติรัฐ คืนหลักนิติธรรม และคืนสันติสุขให้กับประชาชนชาวไทย

 

ด้วยจิตคารวะ

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 6 พฤษภาคม 2553
ณ บ้านพระอาทิตย์

 

จำลองอัด ‘อภิสิทธิ์’ ยอมตามคำขู่ผู้ก่อการร้าย อันตรายต่อชาติราชบัลลังก์

หลังการแถลงข่าว พล.ต.จำลอง กล่าวว่า นายกฯ ใช้ทหารมือเปล่าให้ต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย ทำให้ทหารและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก แทนที่จะใช้กฎหมายจัดการ กลับมายอมทำตามคำขู่ของผู้ก่อการร้าย ถือว่าเป็นอันตรายต่อชาติและราชบัลลังก์ หากนายอภิสิทธิ์ เชิญตัวแทนพันธมิตรฯ เข้าชี้แจงแผนปรองดอง พันธมิตรฯ ก็พร้อมจะไป เพื่อยื่นข้อเสนอดังกล่าว

 

ถ้าไม่ฟังก็ลาออกไป แต่พันธมิตรฯ ยังไม่ได้คิดว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ

ตนยืนยันว่า การออกมาของพันธมิตรฯไม่ได้ไล่นายอภิสิทธิ์ แต่เผื่อไว้ว่า ถ้าไม่ฟังความเห็นกันก็ควรที่จะลาออกไป ซึ่งพันธมิตรฯเองก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเอาใครมาเป็นนายกฯ แทน แต่ตนเห็นว่าเมื่อดำรงตำแหน่งแล้วประเทศชาติล้มเหลวก็ต้องออกไป ทั้งนี้ ตนยังยืนยันว่า รัฐจะต้องปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งต้องยอมรับว่า หลังจากที่นายกฯ ประกาศแผนดังกล่าว ทำให้ทหารหมดกำลังใจลงไปมาก และไม่พร้อมที่จะออกไปจัดการ เพราะนายกฯทำอะไรแบบกล้าๆ กลัวๆ

 

“สมศักดิ์” ขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ฆ่า

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลับปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน แล้วอยู่ๆ จะมาปรองดองเจรจาลับๆ ระหว่างตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และตัวแทนของรัฐ โดยจะมานิรโทษกรรมทางการเมือง ถือเป็นการปล่อยปละละเลย จึงขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งไม่ได้หมายความว่า จะให้มีการเข่นฆ่า แต่ให้เคร่งครัดในการใช้ และขณะนี้มีรายงานด้วยว่า ได้มีการปล่อยให้กลุ่มก่อการร้ายขนอาวุธออกจากพื้นที่ ทั้งนี้ นายกฯ มีหลักประกันอะไรจึงเชื่อว่าจะสามารถเลือกตั้งได้ นายกฯ จะต้องทบทวนแผนดังกล่าว หากไม่ทำก็ลาออกไป

 

โอ่ ‘พรรคการเมืองใหม่’ พร้อมเลือกตั้งเสมอ จำลองบอกชาติสำคัญกว่าพรรค

“ถ้านายกฯ ยอมปรองดองกับขบวนการติดอาวุธ อีกหน่อยก็คงมีคนติดอาวุธมาชุมนุมเรียกร้องได้ทั้งนั้น ซึ่งอะไรที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายนี่ต้องจัดการ” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ข้อเสนอดังกล่าวนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งพรรคพร้อมที่จะลงเลือกตั้งเสมอ ขณะที่ พล.ต.จำลอง กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงในเรื่องดังกล่าว พรรคจะรุ่งเรืองหรือไม่ก็เป็นเรื่องของพรรค แต่ชาติถือเป็นเรื่องสำคัญกว่า

 

พิภพน้อยใจนายกฯ ทิ้งประชาชนที่สนับสนุน จี้นายกฯ ชี้แจงไปเจรจาลับทักษิณหรือไม่

ด้านนายพิภพ กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯ กำลังทิ้งประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลมาตลอด เพื่อสู้กับระบอบทักษิณ อยู่ๆ นายกฯกลับมาปรองดอง ซึ่งแผนปรองดองแห่งชาติ ในข้อ 1-4 นั้น เป็นสิ่งที่ควรทำมาตั้งแต่สมัยจัดตั้งรัฐบาลแล้วแต่ไม่ทำ ตนเชื่อว่า ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 14 พ.ย. ก็จะไม่สามารถทำได้ เพราะปัญหาต้องแก้ไขระยะยาว โดยเฉพาะในเรื่องความยากจน ที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ฉะนั้น ตนจึงงมองว่า นี่เป็นเพียงแค่คำประกาศที่สวยหรู

ส่วนในข้อ 5 นั้น ดูเหมือนว่ามีการตกลงระหว่างรัฐบาลและพรรคพวกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นใจความทั้งหมดของข้อตกลงในการนิรโทษกรรม ทั้งนี้ นายกฯ จะต้องชี้แจงและอธิบายให้ชัดเจนว่า เป็นข้อตกลงในการเจรจาลับหรือไม่ ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศไทยหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศ เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ว่าตนเองจะแพ้คดี จึงหนีออกไปก่อนศาลจะพิพากษา ซึ่งขณะนี้ก็ต่อสู้เพื่อให้นิรโทษกรรมตัวเอง ทั้งนี้ พันธมิตรฯไม่กังวลว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับมาหรือไม่

 

พันธมิตรฯ ไม่ยอม ‘มาร์ค’ ทอดบันไดให้ผู้ก่อการร้าย

ทางด้าน นายสำราญ รอดเพชร กล่าวว่า ตนเชื่อว่า นายกฯ จะทำปัญหาให้เป็นปมใหญ่ และสอบไม่ผ่านแผนดังกล่าวแน่ ทั้งนี้ ตนยังตั้งข้อสังเกตว่า การใช้กฎหมายของรัฐตั้งแต่เกิดเหตุ มีการออกหมายจับมาแล้ว 30 คน แต่จับได้เพียงแค่ 6 ราย จึงเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่ากระบวนการการบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล

ขณะที่ นายศิริชัย ไม้งาม กล่าวว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะทำให้ประชาชนไม่ได้ใช้สิทธิ และเสรีภาพให้กับผู้แทนฯในการบริหารประเทศ เช่นเดียวกับ นางมาลีรัตน์ ที่กล่าวว่า นายกฯ กำลังทอดบันไดให้กับกลุ่มก่อการร้าย ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็พยายามต่อรองเพิ่มเติมเพื่อเคลียร์อาวุธภายใน พื้นที่ หรือต่อรองกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงขอถามนายอภิสิทธิ์ ว่า ที่บอกว่าฟังเสียงประชาชนนั้นฟังเสียงของใคร บัดนี้เวลาของนายอภิสิทธิ์ น้อยลงทุกขณะ ถ้าทบทวนข้อเสนอก็ถือว่ายังไม่สาย

อย่างไรก็ตาม นายปานเทพ กล่าวเสริมว่า ตนได้รับข้อมูลว่า มีการเจรจาลับระหว่างกลุ่มของพ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาล โดยฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกอบด้วย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ สมัยยุค พ.ต.ท.ทักษิณ กับฝ่ายของรัฐบาลที่ประกอบด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งผลการเจรจาเป็นที่ไม่สบายใจแก่พันธมิตรฯ อย่างมาก เพราะเป็นการเอาผลประโยชน์ของคน 2 กลุ่มมาเดิมพันชาติ โดยฝั่งรัฐบาลก็จะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ได้โยกย้ายข้าราชการ ทหารตำรวจ และเพื่อนิรโทษกรรมทางการเมืองแก่พรรคร่วมแลกกับการยุติคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะได้ประโยชน์จากการซุกคดีที่เหลือของ พ.ต.ท.ทักษิณ นิรโทษกรรมทางการเมืองแก่ กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน โดยจะให้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ขึ้นชิงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งหากสมประโยชน์กันแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไม่กลับมาดำเนินการทางการเมืองอีก ขณะที่หลังการเลือกตั้งหากพรรคใดได้อันดับ 1 ก็จะจับมือกับพรรคอันดับ 2 เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหากการเจรจาดังกล่าวเป็นจริงก็ถือเป็นการเอาประโยชน์ของคนไม่กี่คนมาทำ ให้บ้านเมืองพินาศ ทั้งนี้ ตนขอให้ นายอภิสิทธิ์ ออกมายืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง เพื่อเป็นหลักประกันว่า จะไม่ทำให้พันธมิตรฯต้องออกมาเคลื่อนไหวเช่นเดิม

 

สุริยะใสลั่นพันธมิตรฯ จะรณรงค์คัดค้านการแก้ รธน.

ด้าน นายสุริยะใส กล่าวปิดท้ายว่า ขณะนี้ พันธมิตรฯ ยังไม่กำหนดเวลาเพื่อรอคำตอบของนายอภิสิทธิ์ ซึ่งการประณามนายกฯ ในครั้งนี้ก็ถือเป็นเรื่องรุนแรงที่สุดแล้วสำหรับรัฐบาลชุดนี้ โดยในสัปดาห์หน้าพันธมิตรฯ จะเริ่มรณรงค์คัดค้านการแก้ รธน.โดยจะประสานนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นถอดถอน 102 ส.ส.ที่ขอเข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญ และถอดถอน นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร.เข้าสภา หลังจากที่ล่ารายชื่อประชาชนได้มากกว่า 40,000 รายชื่อแล้ว ซึ่งพันธมิตรฯ ยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมือง

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เย็นวันนี้ ตนจะพบกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อชี้แจงแผนสร้างความปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อ หรือ โรดแม็ป ส่วนกลุ่มเสื้อหลากสี ได้นัดพบในวันพรุ่งนี้

 

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ [1][2]
เสียงการแถลงข่าว (ที่มา: Managerradio)

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์