บทบ.ก.ไฟแนนเชียลไทมส์: คนไทยต้องเจรจา ไม่ใช่วางมาด

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียลไทมส์ เสนอให้สังคมไทยกลับคืนสู่กระบวนการการเจรจา ระบุยิ่งความไม่สงบยืดเยื้อออกไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้นว่าการประท้วงที่โดยทั่วไปเป็นไปอย่างสันติจะยิ่งมีโอกาสกลายเป็นการต่อสู้แบบเต็มรูปแบบระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงกับกลุ่ม “เสื้อแดง”

000

ความรุนแรงที่ยังดำเนินต่อไปตามถนนหนทางในกรุงเทพฯนับเป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้มีคนตายจากการปะทะกันแล้วกว่าสามสิบคน ในจำนวนนี้เจ็ดคนเสียชีวิตลงในช่วงเวลาแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมา

ยิ่งความไม่สงบยืดเยื้อออกไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้นว่าการประท้วงที่โดยทั่วไปเป็นไปอย่างสันติจะยิ่งมีโอกาสกลายเป็นการต่อสู้แบบเต็มรูปแบบระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงกับกลุ่ม “เสื้อแดง” ที่บอกว่าพวกเขาถูกกีดกันออกจากกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย

สิ่งที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรงน่าจะเป็นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่ละทิ้งวิธีการเจรจากับคนเสื้อแดงและพยายามจะเข้ากั้นเขตรอบพื้นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงที่อยู่ใกล้ย่านธุรกิจกรุงเทพฯ การกระทำอย่างนั้นได้บั่นทอนสถานะของแกนนำเสื้อแดงกลุ่มที่เห็นด้วยกับการเจรจา ในขณะที่กลับไปส่งเสริมกลุ่มที่ต้องการการเผชิญหน้า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีก็สร้างความแปลกแยกกับผู้ประท้วงไปแล้วด้วยการประกาศแผนยุติการประท้วงตามลำพัง นายกรัฐมนตรียังคงมีทีท่าไม่เต็มใจที่จะทำอะไรกับคนที่เขามองเห็นว่าเป็นอันธพาล

นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จำเป็นต้องหาวิธีการที่แตกต่างจากเดิม แม้ว่าอาจจะจริงที่ว่าในกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นมีฝ่ายที่ต้องการความรุนแรงอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ง่ายที่จะมองข้ามข้อเรียกร้องของพวกเขา ซึ่งรวมไปถึงให้มีการจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้น คนเสื้อแดงอ้าง และอ้างถูกด้วยว่า ทักษิณ ชินวัตร ต้นตอของขบวนการของพวกเขา ถูกโค่นจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหาร และรัฐบาลที่เข้าใจพวกเขาอีกสองรายก็ถูกโค่นด้วยวิธีการที่ถือว่าเป็นการใช้กฏหมา่ยรัฐธรรมนูญอย่างเลือกสรร นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งในสองคนนั้นถูกปลดเพราะรับเงินจากการไปปรากฏตัวในรายการโชว์ทำอาหาร แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลที่ตกเป็นที่โต้เถียงกันของนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

น่าดีใจที่ในวัฒนธรรมไทยนั้นไม่ค่อยยอมรับการใช้ความรุนแรง และยังมีความไม่ยินยอมพร้อมใจปรากฏให้เห็นอยู่ไม่ว่าจะในส่วนของผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงในอันที่จะปล่อยให้สถานการณ์รุนแรงจนเกินจะควบคุมได้ แต่อารมณ์ของผู้คนกำลังเปราะบางอย่างยิ่ง การยิงผู้นำคนเสื้อแดง ที่ดูเสมือนเป็นฝีมือของนักแม่นปืนชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นได้อีก

สิ่งที่เป็นที่ต้องการในเวลานี้คือการเจรจา ทั้งสองฝ่ายต่างจะต้องมองเรื่องนี้ด้วยใจที่เปิดกว้างและล้มเลิกท่วงทำนองที่เขื่องโขและการพูดจาผูกขาดความถูกต้องซึ่งไม่ทำให้ได้อะไรขึ้นมานอกจากจะตั้งกำแพงกั้นตัวเอง การเจรจาจำเป็นต้องให้ได้ผลสองอย่าง อย่างแรกคือการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ระบุไว้ก่อนหน้านี้จะให้เป็นเดือนพย. แต่มันจะต้องเร็วกว่านั้น อย่างที่สอง กลุ่มเสื้อแดงจะต้องได้รับหลัีกประกันว่าพวกเขาจะได้ผ่ายนกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ซึ่งในเรื่องนี้ สิ่งที่น่าวิตกก็คือกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลซึ่งยึดครองสนามบินเมื่อปีที่แล้วกลับไม่เคยต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด

จนถึงขณะนี้ประเทศไทยยังเอาตัวรอดจากหายนะมาได้ แม้ว่าการประัท้วงจะไม่ได้สันติไปทั้งสิ้นเสียทีเดียว แต่กองทัพก็ไม่เต็มใจในอันที่จะหันกระบอกปืนเข้าใส่ชาวบ้าน แต่เราไม่อาจจะหวังพึ่งความอดทนอันนี้ได้ตลอดไป รวมทั้งของกลุ่มคนเสื้่อแดงด้วย นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะต้องเลิกวางท่าแล้วเจรจาก่อนที่จะสายเกินไป

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์