นักศึกษา-แรงงาน ร้องยูเอ็นดูแลไทยละเมิดสิทธิมนุษยชนคนเสื้อแดง

เครือข่ายนักศึกษาและแรงงานรวมตัวที่หน้ายูเอ็น เรียกร้องเข้ามาดูแลสิทธิมนุษยชนในไทยจากกรณีปราบปรามประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมของ นปช. 

เวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 16 พ.ค. 2553 นักศึกษาและแรงงานประกอบด้วย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย , สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน, ประกายไฟ. กลุ่มทรายอาร์ม, กลุ่มเสรีปัญญาชน, กลุ่มนิสิต นักศึกษา สันติภาพเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มนักศึกษาSon Right รวมตัวกันที่หน้าองค์การสหประชาชาติเพื่อยื่นจดหมายให้กับเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้สหประชาชาติร่วมกดดันรัฐบาลไทยให้หยุดใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม และ ประณามการกระทำของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์

กลุ่มนักศึกษาและแรงงานยังขอให้สหประชาชาติจับตามองการทำงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงจากการขอคืนพื้นที่การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย ได้แต่งตั้งขึ้น เนื่องจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของไทยขาดความเป็นอิสระและเป็นกลางโดยแท้จริง
นอกจากนี้ ยังคงเรียกร้องให้สหประชาชาติกดดันให้รัฐบาลไทยแสดงเจตจำนงในการคุ้มครองและปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยเอื้ออำนวยให้การใช้กลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นไปโดยคล่อง ในกรณีที่มีการร้องเรียน รัฐบาลไทยต้องอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนเข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลและฝ่ายที่มิใช่ภาครัฐ
 
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขององค์การสหประชาชาติได้แจ้งกับนักศึกษาและแรงงานว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ได้เดินทางเข้ามาในวันดังกล่าว และให้ยื่นเรื่องไว้ โดยจะดำเนินการต่อไปในวันจันทร์ ทั้งนี้ ตัวแทนกลุ่มฯ ระบุว่าติดต่อกับนายโฮมายุน อาลีนเด เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติไว้แล้ว และจะติดตามความคืบหน้าต่อไป
 
สำหรับบรรยากาศการรวมตัวของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนในวันดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คน และได้รับความสนใจจากผู้ขับขี่ยวดยานที่ผ่านไปมา เนื่องจากกลุ่มฯ มีการจัดทำสติกเกอร์ “หยุดฆ่า” และ “Stop Kill” มาแจกจ่ายให้กับผู้ขับรถและประชาชนทั่วไป
 

จดหมายเปิดผนึก ต่อองค์กรสหประชาชาติ และประชาคมนานาชาติ
หยุดความรุนแรง หยุดการสั่งฆ่า รัฐบาลต้องหยุดปราบปรามประชาชน !!!
 
สืบเนื่องจากการปฏิบัติการ “ขอคืนพื้นที่”ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2553 ในบริเวณราชดำเนิน จนกระทั่งล่าสุดวันที่ 15 พฤษภาคม ในบริเวณราชประสงค์และใกล้เคียง ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 300 ราย การกระทำดังกล่าวขาดความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่รัฐบาลใช้กำลังทหารติดอาวุธสงครามปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ดำเนินการชุมนุมมาอย่างสันติจนกระทั่งวันที่ 10 เม.ย. นอกจากนั้นยังถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม และขัดต่อหลักการสลายการชุมนุมตามหลักสากลดังที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ ทั้งสองเหตุการณ์ถือได้ว่าเป็นการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเฉพาะจากรัฐบาลที่เป็นพลเรือน
 
จนถึงปัจจุบัน นอกจากรัฐบาลผู้สั่งการโดยอาศัยความร่วมมือจากกองทัพยังมิได้แสดงความรับผิดชอบใดๆต่อการกระทำดังกล่าว กลับยังรุกหน้าปราบปรามผู้ชุมนุม ตัดน้ำ ไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายและบานปลายมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ พวกเรา กลุ่มนักศึกษา แรงงาน และประชาชน จึงมีข้อเรียกร้องต่อสหประชาชาติ ดังนี้
 
1. ขอให้สหประชาชาติร่วมกดดันรัฐบาลไทยให้หยุดใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม และ ประณามการกระทำของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ ในการใช้อาวุธสงครามหนักปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่มีเพียงมือเปล่าและอาวุธป้องกันตัวที่หาดาบหน้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ในจำนวนนี้ยังมีเด็ก ผู้หญิง เยาวชน เจ้าหน้าที่กู้ภัย และสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศถูกอาวุธสงครามจากฝ่ายทหาร แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสลายผู้ชุมนุมเสื้อแดงตามหลักปฏิบัติสากลอย่างเห็นได้ชัด
 
2. ขอให้สหประชาชาติเร่งกดดันให้รัฐบาลไทยแสดงความรับผิดชอบต่อการปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง ขัดต่อหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางพลเมืองและการเมือง (ICCPR) และอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนอื่นๆที่รัฐบาลไทยเป็นภาคี โดยรัฐบาลต้องลาออกในทันที และให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด
 
3. ขอให้สหประชาชาติจับตามองการทำงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงจากการขอคืนพื้นที่การชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทย ได้แต่งตั้งขึ้น เนื่องจากองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของไทยขาดความเป็นอิสระและเป็นกลางโดยแท้จริง
 
4. ในโอกาสที่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกสภาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Human Rights Council) สหประชาชาติควรกดดันให้รัฐบาลไทยแสดงเจตจำนงในการคุ้มครองและปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยเอื้ออำนวยให้การใช้กลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นไปโดยคล่อง ในกรณีที่มีการร้องเรียน รัฐบาลไทยต้องอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนเข้ามาตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลและฝ่ายที่มิใช่ภาครัฐ
 
ลงชื่อ
 
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย , สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน, ประกายไฟ. กลุ่มทรายอาร์ม, กลุ่มเสรีปัญญาชน, กลุ่มนิสิต นักศึกษา สันติภาพเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มนักศึกษาSon Right
 

Open Letter to United Nations and International Community
Stop the violence; stop the killing, the government must stop the crackdown!!!
 
Since the operation "Ask back the protesting site" initiated by Thai government under Prime Minister Abhisit Vejjajiva from 10 April 2010 in Rajadamnern to latest development on 15 May 2010 in Rajaprasong area, there are at least 50 casualties and 300 injuries. The government has clearly violated the international procedure on how to disperse the protestors which the government itself has acknowledged.
 
Up until now, Thai government has not only abused its power through the army, but also has never at once accepted any responsibility of its actions. Furthermore, the government has systematically, violently, and inhumanely suppressed the protestors by trying to render all the communication in the protesting areas to be ineffective. These have led to an intensifying amount of violence on the situation. Therefore, we, the group of university student, labour, and people, would like to ask for help from the United Nation as follow;
 
1. We would to ask the United Nation to pressure Thai government to cease all the hostility and violent actions toward the protestors, and denounce the usage of heavy weaponry to suppress unarmed protestors by Thai government under the Prime-minister Abhisit. Thai government actions had led to high number of both casualties and injuries of children, underage persons, women, disaster relief personnel, local and international media correspondents. This explicitly demonstrates the failure of the government to comply with the international procedure on how to humanely disperse the protestors.
 
2. We would like to ask the United Nation to pressure Thai government to take responsibility for violently suppressing the Red Shirt protestors. The government's actions have undoubtedly violated the International Covenant on Civil and Political Rights, as well as other covenants which was ratified by Thai government. Thai government and its cabinet must immediately call parliament dissolution, and held a new election as soon as possible.
 
3. Due to the lack of independent and impartial judgment of Human Rights organizations in Thailand, We urge the United Nations to closely observe the Special Subcommittee appointed by National Human Rights Committee for investigation on the military crackdown on the 10th April 2010.
 
4. Upon the occasion that Thailand be a member of the United Nations Human Rights Council, The United Nations should pressure Thai government to exercise effective international human rights mechanism. In case of an appeal, Thai government must allow the Special Commissioner from United Nations High Commissioner of Human Rights (OHCHR) to investigate Human Rights violation issues, both on the governmental and non-governmental actors.
 
Signed by
Student Federation of Thailand, Student Federation of Northeast Thailand, ISKRA Group (Prakaifire),Try Arm Group, Thai Youth Democracy Organization (Seri Panyachon), Students for Peace Group, Son Right Student Group
 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์