หากเขาสั่งให้ผมยิง!

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เมื่อครั้งที่ผมมาฝึกทหารที่เยอรมันใหม่ๆ ได้ไม่ถึงปี ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนชาวเยอรมันชื่อ Anke ผู้สนใจในประเทศไทยเป็นพิเศษ ถึงขนาดเข้าเรียนในคณะ "ไทยศึกษา" ที่มหาวิทยาลัยฮัมบรูก ซึ่งมีเพียงสองที่ในเยอรมัน Anke ได้เคยถามคำถามที่ยากที่สุดคำถามหนึ่งต่อผม แม้สิ่งที่เธอถามจะผ่านมาแล้วสิบปีเต็ม แต่ผมก็จำคำถามนั้นได้ดี

"หากเธอได้รับคำสั่งให้ไปปราบผู้ชุมนุมในสมัยพฤษภาทมิฬ และผู้บังคับบัญชาสั่งให้เธอยิงประชาชน เธอจะยิงไหม?"

ผมได้แต่นั่งอึ้งต่อคำถามของเธอ ตอบอะไรไม่ถูก อีกทั้งในตอนนั้น ผมเพิ่งผ่านระบบการฝึกทหารไทยมาใหม่ ๆ ทำให้ไม่มีอะไรที่เป็นหลักการไปตอบเธอได้เลย ผมได้แต่พูดติดตลกตอบเธอไปว่า

"ฉันเป็นทหารเรือ ไม่มีใครสั่งให้ฉันไปปราบม็อบหรอก !"

แต่คำถามนั้นก็อยู่ในใจผมเรื่อยมา ผมพยายามหาคำตอบให้กับตนเอง และได้แต่หวังว่าผมและเพื่อนร่วมอาชีพของผมคนอื่น ๆ ไม่ต้องเจอกับสถานณการณ์ ที่ตัดสินใจลำบากแสนลำบากอย่างนั้นอีก

เวลาผ่านไปสิบแปดปีเต็ม ไม่ขาดไม่เกิน แล้วสถาณการณ์เช่นนั้นก็หวนกลับมาอีกรอบ ตอนนี้ผมให้คำตอบกับตัวเองได้แล้ว ... 

ในระบบการฝึกทหารของเยอรมัน สิ่งแรก ๆ ที่ทหารต้องเรียนรู้พร้อม ๆ กับท่าซ้ายหัน ขวาหัน ก่อนจะไปจับปืน คือการเรียน "กฏหมายทหาร" เรียนเพื่อให้รู้ว่า เป็นทหารไปทำไม, ทหารมีสิทธิและไม่มีสิทธิอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุด ทหารจะปฏิบัติตามคำสั่งได้เมื่อไร ผมคงไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ทหารจะปฏิบัติตามคำสั่งได้ก็ต่อเมื่อ

•           คำสั่งนั้นถูกต้องด้วยกฏหมาย (ของเยอรมัน)
•           คำสั่งนั้นไม่ผิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน
•           คำสั่งนั้นไม่ผิดต่อ กฏบัตร UN

ทหารนายใด ปฏิบัติคำสั่งที่ขัดต่อหลักการดังกล่าว ทหารนายนั้นถือว่ามีความผิด

ผมยังพูดแซวกับเพื่อนทหารชาวเยอรมันตอนเรียนเลยว่า เป็นทหารเยอรมันนี่ยากนะ สั่งอะไรมาต้องคิดดูก่อนว่าทำได้หรือเปล่า ไม่เหมือนทหารไทย สั่งไรมา กูทำหมด

และเมื่อทหารเห็นว่า คำสั่งนั้นผิดต่อหลักดังกล่าว สิ่งที่ทหารต้องทำคือ ห้ามปฏิบัติตามคำสั่ง และแจ้งผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่าผู้สั่งให้ทราบ เพื่อดำเนินการกับผู้สั่งตามกฏหมายต่อไป

สาเหตุที่ระบบคำสั่งของทหารเยอรมันค่อนข้างซับซ้อน เพราะเขาได้ผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมา มีความบอบช้ำจากสงครามมากมาย มีความรู้สึกผิดต่อผู้เสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้น จนตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองว่า "Never Again" และผลที่ตามมาคือระบบกฏหมายที่รัดกุม รวมไปถึงกฏหมายทหารข้างต้น ซึ่งเป็นการป้องกันความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นได้ในระดับปฏิบัติการ

นั่นคือคำตอบทางกฏหมายที่ผมได้ หากผมเป็นทหารเยอรมัน ผมมีสิทธิทิ้งปืน เดินไปแจ้งความกับคนสั่ง และไม่ต้องมีความลำบากใจ ที่จะต้องมานั่งคิดว่า จะทำตามคำสั่งด้วยการยิงประชาชนดีหรือไม่

แต่คำตอบที่ผมได้รับ ไม่ได้ช่วยอะไรผมได้มากนัก เพราะผมเป็นทหารไทย ผมไม่มีอะไรอย่างนั้นรองรับ

แต่ความเป็นทหารบอกผมว่า ผมเป็นทหารเพื่อป้องกันประเทศชาติและประชาชนจากศัตรูภายนอก ผมไม่ได้เป็นทหารเพื่อรักษาอำนาจให้ผู้บังคับบัญชา ด้วยการฆ่าประชาชนที่ผมควรปกป้อง ความเป็นมนุษย์บอกผมว่า ผมไม่มีสิทธิคร่าชีวิตผู้อื่นที่ไม่มีทางต่อสู้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ความเป็นมนุษย์บอกผมว่า ผมไม่มีสิทธิคร่าชีวิตผู้อื่น เพียงเพราะคนคนนั้นมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากผม

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์