โสภณ พรโชคชัย : นัยสำคัญของการเผาหลัง 19 พฤษภาคม 2553

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ถ้าทรัพย์สินของผมถูกเผาเช่นที่เกิดขึ้นหลายแห่งทั่วประเทศในช่วงนี้ ผมก็คงเสียใจที่เสียทรัพย์ที่ผมหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ยิ่งถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการเล็ก ๆ ในห้างร้านต่าง ๆ ก็เท่ากับผมสิ้นเนื้อประดาตัว ไหนยังบรรดาลูกจ้างก็พลอยตกงานไปด้วย

หลายคนที่โดนอย่างนี้ก็คงแค้นใจ และอยากฆ่าคนเผาให้ตาย ซึ่งอาจมีทั้งผู้ชุมนุมและผู้ฉวยโอกาสให้ร้ายสร้างสถานการณ์ นี่คือความแตกแยกในสังคมที่ยากจะประสานอีกแล้วนับตั้งแต่นี้ไป ต่อไปนี้สังคมไทยอาจเริ่มเข้าสู่คำทำนาย (สาปแช่ง) เขมรที่ผมเคยนำมาเล่าว่า “วันหนึ่งประเทศไทยจะต้องบ้านแตกสาแหรกขาดยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยประสบมาเสียอีก” ตามบทความที่ผมเขียนเรื่อง “บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย”

เขาเผาทำไม ก่อนอื่นเราต้องลองเข้าไปนั่งในใจของคนเผาเฉพาะที่เป็นผู้ชุมนุมก่อน ว่าคนเหล่านี้แต่เดิมไม่ใช่อาชญากร แต่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แล้วพวกเขากลายมาเป็นอาชญากรได้อย่างไร ตอนมาชุมนุมเรียกร้อง พวกเขาคงไม่คิดว่าจะจบลงด้วยการเป็นมือเผาเหมือนกัน

แต่นอกจากข้อเรียกร้องของพวกเขาจะไม่บรรลุแล้ว (สมควรบรรลุหรือไม่ ผมไม่ขอวิจารณ์) พวกเขายังถูกล้อมและถูกขู่บุกเข้าไปสลายแทบทุกวัน จึงย่อมเครียด ที่สำคัญยิ่งเห็นญาติมิตรที่มาชุมนุมตายทุกวัน และสุดท้ายก็ถูกล้อมปราบตามการตัดสินใจของรัฐบาล ความบ้าเลือดก็เกิดขึ้นมา นี่คือผลของการสลายการชุมนุม ที่รัฐบาลอาจไม่สนใจหรือไม่คิดเผื่อไว้

ขณะนี้บางคนอาจแอบยิ้มในใจ บางคนก็อาจหัวเราะชอบใจที่พวกแดงตาย และอยากให้ตายมากกว่านี้อีก จะได้หมดเสี้ยนหนามแผ่นดินเสียที ผมเคยเขียนบทความเรื่อง “ใช้กำลังปราบแดง จะกลียุคเช่นสามก๊ก ... รบกันอีกร้อยปี!!” ผมชี้ให้เห็นว่า การสลายการชุมนุมด้วยกำลังอาวุธ จะสร้างผลเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติอย่างไม่จบสิ้น

สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็อาจจะได้เห็น
1. ระเบิดพลีชีพ ทางใต้รบกันมา 7 ปีแล้วเพราะศาสนาและเชื้อชาติที่ฝังลึกก็ยังไม่เคยมีใครยอมเอาชีวิตเข้าแลก แต่อาจจะมีที่กรุงเทพมหานครนี่เอง ที่ผ่านมาอาจมีแต่กรณีนายนวมทอง ไพรวัลย์ที่ขับแท็กซี่ชนรถถัง แล้วฆ่าตัวตายประท้วง แต่ต่อไปอาจไม่ใช่แค่นั้น

2. การลอบสังหารผู้นำประเทศ ดูอย่างกรณีนางอินทิรา คานธี ปราบปรามพวกซิกข์ จนถูกผู้อารักขาแสนซื่อชาวซิกข์ฆ่าตายอนาถ ผู้นำไทยทุกระดับที่พวกแดงหมดหวัง คงต้องระวังผู้อารักขาที่ไม่ได้พูดภาษาไทยภาคกลางแต่กำเนิดไว้บ้างแล้ว

3. สงครามใต้ดินที่จะแบ่งแยกประเทศไทย ขนาดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยรบกับรัฐบาลมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 ยังแทบไม่เคยเผาศาลากลาง แต่นี่วันเดียว ศาลากลางถูกเผาไปหลายจังหวัด อย่างนี้ได้แต่ภาวนาว่านี่จะไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสงคราม

อย่างไรก็ตาม การเผาทำลายในทำนองเดียวกันนี้ในอดีต บางครั้งก็ไม่ใช่อาชญากรรม แต่กลับตาลปัตรกลายเป็นวีรกรรม ดูอย่างกรณี 14 ตุลาคม 2516 และ 17 พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นต้น การบีบคั้นทำให้เกิดการเผาทำลายในเหตุการณ์ทั้งสองก่อนหน้านี้เช่นกัน มีการเผาตึกหลายแห่ง รถทั้งของรัฐและเอกชน และทรัพย์สินสาธารณะมากมาย เจ้าของรถเมล์ที่ถูกยึด เจ้าของรถที่ถูกเผา คนเสียทรัพย์ ก็เสียใจเหมือนกับครั้งนี้

ที่น่าแปลกก็คือ คนเผาไม่ถูกจับดำเนินคดีแต่กลายเป็นวีรชนที่โค่นระบอบเผด็จการสำเร็จ และที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าก็คือ ‘ทรราช’ ที่สั่งฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ทั้งสอง ก็ได้กลับมาอยู่เมืองไทยอย่างแทบไร้มลทิน หาใครกล้าไปแตะต้องไม่ หาความผิดไม่ได้ หรือ “เจ๊า” กันไป

แน่นอนว่า อาชญากรผู้ก่อความผิดวางเพลิงหรือทำลายทรัพย์สินทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ล้วนต้องจับตัวมาลงโทษให้สาสมกับความผิด แต่รัฐบาลก็ควรรับผิดชอบกับความเสียหายนี้ด้วย ก่อนการดำเนินการปราบปราม รัฐบาลอาจไม่ได้ใช้ความรอบคอบเพียงพอในการประเมินถึงผลเสียที่จะเกิดตามมาอีกมหาศาล และจะเกิดตามมาอีกไม่รู้จบ

ท่านเห็นว่าจากวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสงบ หรือจุดเริ่มต้นของความเสื่อมทรุด

หมายเหตุ:
บทเรียนการสิ้นชาติเขมรสำหรับประเทศไทย http://www.facebook.com/note.php?note_id=379119098796
ใช้กำลังปราบแดง จะกลียุคเช่นสามก๊ก ... รบกันอีกร้อยปี!!
http://www.facebook.com/note.php?note_id=383972263796
นางอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีหญิงของอินเดีย http://en.wikipedia.org/wiki/Indira_Gandhi
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์