ศอฉ.เข้าเคลียร์ 10 ตึกสูงย่านราชประสงค์ คาดเสร็จเย็นนี้

ศอฉ. เปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ รับลงทะเบียนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 15.00 น. วันนี้ เผยเคลียร์ "ราชประสงค์" แล้วยังเหลือ 10 ตึกสูงพร้อมเคลียร์ คาดเสร็จเย็นนี้ เตรียมผ่อนปรนข้อจำกัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

(21 พ.ค.) เวลา 11.05 น. ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศอฉ. แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายงานสถานการณ์การคลี่คลายเหตุการที่เกิดขึ้นในรอบคืนที่ผ่านมา และแนวทงการดำเนินการต่อไป ดังนี้

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาสถานการณ์โดยรวมได้คลี่คลายตามลำดับ ถึงแม้อาจจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบ้างในบางพื้นที่ แต่ในภาพรวมแล้วการก่อความไม่สงบ การวางเพลิง การคุกคามข่มขู่ประชาชน ถือว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาในพื้นที่และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง การประชุมศอฉ. วันนี้มีการประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อวางมาตรการเพิ่มเติมในการคลี่คลายสถานการณ์หลายประการคือ ศอฉ. ได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้น ประกอบด้วยกองกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน จาก 3 เหล่าทัพ พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าไปดูแลพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งการดำเนินการของหน่วยงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะเข้าไปคุ้มครองให้ความมั่นใจพร้อมกับการเยียวยาในเบื้องต้น ดูแลชุมชน ดูแลความสงบเรียบร้อย มิให้เกิดการก่อความไม่สงบหรือก่อการร้าย รวมทั้งวินาศกรรมต่างๆ จะมีการจัดตั้งสายตรวจร่วมระหว่างทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย โดยวันนี้จะได้เริ่มปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการจัดระบบสนธิกำลังกันแล้ว

"จะเป็นการปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อคืนพื้นที่สู่สภาพปกติโดยเร็ว เมื่อสภาพพื้นที่ปกติแล้ว หน่วยเฉพาะกิจนี้จะได้คืนพื้นที่สู่การบริหารจัดการของตำรวจต่อไป หน่วยงานเหล่านี้จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในแง่ของการฟื้นฟูดูแล เยียวยาแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชนมีในพื้นที่ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่สามารถแจ้งให้หน่วยงานเหล่านี้ทราบ" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าว

ตั้งโต๊ะรับเรื่องร้องทุกข์ รับลงทะเบียนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ บ่ายสามวันนี้
พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ศอฉ. ได้อนุมัติให้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ที่ศอฉ. จะเปิดทำการวันนี้เวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ ลงทะเบียนผู้ประกอบการที่มีปัญหา มีผลกระทบจากเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศอฉ. เพื่อรับเรื่องดำเนินการฟื้นฟู เยียวยา แก้ไขช่วยเหลือปัญหาของประชาชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

"การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการในเบื้องต้น ที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู รักษาปัญหา สภาพจิตใจ และความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยในส่วนของการปฏิบัติการนั้น วันพรุ่งนี้จะมีการแถลงให้ประชาชนได้รับทราบถึงการปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินคดี เรื่องอาวุธยุทธปกรณ์ที่ยึดมาได้จากพื้นที่ต่างๆ วันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้พบอาวุธ สิ่งที่ผิดกฎหมาย ที่หลายคนสงสัยเป็นกังวลว่าจะมีการซ่องสุมกำลัง จะมีการสะสมอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุกคามความสงบสุข รวมทั้งเรื่องการวางเพลิง ซึ่งเรื่องนี้มีความชัดเจนตามลำดับว่าการตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ที่ได้ทำกันอย่างต่อเนื่องนั้นก็มีหลักฐานเพียงพอที่จะมาชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนคนไทย กับทูตานุทูต ทูตทหาร และชาวต่างชาติ ได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในรอบหลายวันที่ผ่านมา" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าว

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันถึงแนวทางในการดำเนินการหลังจากนี้ไปจะมี 3 เรื่อง คือ 1. การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะมีการจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเฉพาะกิจที่จะมีหน่วยงานเข้าไปในพื้นที่เพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยในช่วงนี้ก่อนที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับตำรวจเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว รัฐบาลจะได้ดำเนินการเพื่อฟื้นฟู ปรับสภาพพื้นที่ ปรับสภาพสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องกฎหมาย การดำเนินคดี ซึ่งขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และทุกฝ่ายจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

2. การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ในรอบหลายวันที่ผ่านมา ประชาชนคงเห็นแล้วว่า ข่าวสารที่ออกไปบางเรื่องเป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บางเรื่องก็มีความคลาดเคลื่อน ทำให้เกิดความรู้สึก เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งรัฐบาลจะต้องหาทางที่จะสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ที่จะให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจถึงข้อเท็จจริงต่างๆ โดยอีกประมาณ 1 ชั่วโมงนี้ นายกรัฐมนตรีจะมาสื่อสารกับประชาชนผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจอีกครั้ง ทั้งนี้ มีความจำเป็นต้องรบกวนเวลาประชาชนบ้างในช่วงนี้

3. รัฐบาลจะเข้าสู่แผนในการดำเนินการทางการเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีแผนเรื่องการปรองดองอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ความสำคัญเฉพาะหน้าคือเรื่องความปลอดภัย การฟื้นฟูสภาพจิตใจ เยียวยาแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยในเรื่องแผนปรองดอง นายกรัฐมนตรีจะได้ชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอีกครั้ง


เคลียร์ราชประสงค์แล้ว พร้อมเคลียร์ 10 ตึกสูงต่อ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก ศอฉ. แถลงว่า ทางศอฉ.ได้นำเสนอรัฐบาลว่าการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้น มีข้อกำหนด มีเงื่อนไขในรายละเอียดหลายประการที่ทำให้ประชาชนอาจจะใช้ชีวิตไม่สะดวก ไม่เป็นไปตามปกติเต็มที่นัก ก็คงจะมีการผ่อนคลายเงื่อนไขข้อกำหนดบางประการให้เกิดความเหมาะสมขึ้น โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า นอกจากนี้ในเรื่องของการเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดในบริเวณราชประสงค์ ซึ่งตั้งแต่เมื่อวานนี้ได้ดำเนินการกันอย่างเต็มที่ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) เริ่มวางกำลังตั้งแต่บริเวณแยกเฉลิมเผ่า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) วางกำลังบริเวณแยกสารสิน และกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) วางกำลังบริเวณแยกชิดลม ทั้ง 3 กองพลได้ปรับรูปขบวนเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ในรายละเอียดเข้าสู่แยกราชประสงค์พร้อมๆ กันทั้ง 3 ทิศทาง ขณะนี้สามารถที่จะตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นราบได้ครบสมบูรณ์แล้ว คงเหลือแต่อาคารตึกสูงอีกจำนวน 10 อาคารสูง ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบในวันนี้ ประกอบด้วย

1. ตึก ภปร. ของโรงพยาบาลตำรวจ 2.โรงแรมราชดำริ 3.อาคารรีเจ้นท์เฮ้าท์ 4. อาคารนันทวัน 5. ตึกเซนต์รีจีส 6. อาคาร The Address 7. โรงแรม Four Season 8. อาคารราชดำริ เซ็นเตอร์พอยท์ 9. อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 10. โรงแรมเอราวัณ คาดว่าจะสามารถที่จะดำเนินการตรวจสอบทั้ง 10 อาคารนี้ได้เสร็จสิ้นภายในเวลา 15.00 น.วันนี้ และจะส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของกทม.ได้ภายในเวลา 18.00 น. ของวันนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่ห้วงจากนี้ไปเจ้าหน้าที่ทหารจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเน้นในเรื่องของการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เรื่องความปลอดภัยของประชาชนในการดำรงชีวิตต่อไปอีกระยะหนึ่ง

โฆษก ศอฉ.กล่าวว่า จากกรณีที่ได้มีการตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดแล้ว และยุติการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไปแล้ว ก็จะเริ่มดำเนินการที่จะยกเลิกมาตรการในการจำกัดการบริการสาธารณะในพื้นที่ ซึ่งได้มีการทยอยยกเลิกการจำกัดการบริการมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่ว่าภายในวันนี้ระบบไฟฟ้า ประปาทุกชนิด รวมทั้งการบริการสาธารณะในด้านอื่นๆ รถไฟฟ้า ระบบขนส่งทั้งรถเมล์โดยสาร ระบบขนส่งทางคลองแสนแสบคงจะได้ดำเนินการอย่างเต็มระบบภายในวันนี้เป็นต้นไป

คงจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ต่างๆ ต่อ
เวลา 11.25 น. ณ แหล่งสมาคมนายทหาร กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก ศอฉ. กล่าวถึงสถานการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาว่าโดยรวมถือว่าดีขึ้น แต่ก็คงต้องประเมินสถานการณ์ในช่วงวันนี้อีกวันหนึ่ง อย่างไรก็ตามแต่เท่าที่ดูเมื่อคืนก็ถือว่าพี่น้องประชาชนมีโอกาสที่จะสามารถทำภารกิจในช่วงหัวค่ำได้และผ่อนปรนเวลาไปจนถึงเวลา 21.00 น. ซึ่งตรงนี้เราได้มีการยืนยันมาโดยตลอดว่าถ้าพี่น้องประชาชนท่านใดที่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางออกไปนอกบ้านด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดเราพร้อมที่จะชี้แจงทำความเข้าใจและอะลุ่มอล่วยได้ เพียงแต่ขอให้มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่รับฟังได้หรือมีเอกสารหลักฐานที่จะยืนยันว่ามีความจำเป็นต้องออกไปซึ่งเรื่องนี้ก็ขอดูคืนนี้อีกสักคืนหนึ่งก่อน

ต่อข้อถามว่า การผ่อนคลายเงื่อนไขสถานการณ์นอกเหนือจากเคอร์ฟิวมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่ที่ได้มีการพูดคุยกัน โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ในกรณีของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมีการประกาศเส้นทางอยู่หลายเส้นทางที่ห้ามใช้นั้นก็คงจะไปดูในรายละเอียดว่ามีข้อกำหนดเพิ่มเติมตามมาตราของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอันหนึ่งอันใดที่สามารถผ่อนปรนได้ เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความรู้ว่าใช้ชีวิตได้สะดวกมากขึ้น

โฆษก ศอฉ. กล่าวถึงกรณีอาวุธที่หายไปเมื่อเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมาว่า ได้คืนน้อยมาก แต่ที่วัดปทุมวนารามเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ สามารถยึดอาวุธได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งคงจะต้องนำมารวมกัน ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้ารองนายกรัฐมนตรี(สุเทพ เทือกสุบรรณ) ให้รีบรวบรวมอาวุธทั้งหมดตั้งแต่ต้นและมานำเรียนให้ประชาชนได้รับทราบว่ามีการตรวจยึดอาวุธได้จำนวนมากจริงๆ ตั้งแต่ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงครั้งใหม่ที่ยังไม่แถลงข่าวด้วย ซึ่งคงจะได้มีการดำเนินการพรุ่งนี้

ต่อข้อถามว่า แสดงว่าพรุ่งนี้พื้นที่ราชประสงค์ถือว่ามีความปลอดภัยใช่หรือไม่ โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบถือว่าปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงจะตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ต่างๆ ต่อไปก่อนเพื่อให้ความปลอดภัยพี่น้องประชาชน ส่วนการประชาชนสามารถที่จะใช้เส้นทางสัญจรได้หรือไม่นั้น โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ใช้เส้นทางสัญจรได้ แต่ในเรื่องของระบบรถไฟและระบบการขนส่งทั้งหลายนั้น วันนี้เราส่งให้กทม.ไปดำเนินการในเวลา 18.00 น. ซึ่งหน่วยต่างๆ ที่รับผิดชอบเรื่องการบริการสาธารณะก็ต้องมาดำเนินการต่อ ถ้าใครดำเนินการได้ทันภายในเวลา 18.00 น .เขาก็จะดำเนินการทันที ส่วนใครที่ดำเนินการยังไม่ทันนั้น พร้อมเมื่อไรก็จะว่ากันไป ซึ่งคาดว่าเรื่องน้ำและไฟฟ้าน่าจะเป็นระบบได้ภายในเวลา 18.00 น.ของวันนี้

ต่อข้อถามว่า คิดว่าจะต้องมีการตั้งจุดตรวจสกัดต่อไปอีกระยะเวลาเท่าใด โฆษก ศอฉ.กล่าวว่า เวลายังไม่ได้กำหนดแต่ต้องดูตามห้วงสถานการณ์ที่เหมาะสมว่าขณะไหน แต่ขณะนี้มีโทรศัพท์ของประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมากที่ ศอฉ.ว่าขอให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจได้อยู่ดูแลความปลอดภัยไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน

ต่อข้อถามว่า เมื่อพ้นเคอร์ฟิวไปแล้วเกรงหรือไม่กลุ่มที่เป็นผู้ก่อความวุ่นวายที่ยังจับไม่ได้อาจจะออกมาทำอะไรในระหว่างนี้ ตรงนี้ ศอฉ.จะดูแลอย่างไรต่อไป โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ตรงนี้คือจุดประสงค์ที่เราจำเป็นต้องให้ทหาร ตำรวจได้อยู่ปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน

ต่อข้อถามว่า ได้มีการพูดถึงจะมีการต่อ พ.ร.ก.ไปอีก 3 เดือนหรือไม่ หรือจะเป็นแค่การปรนบางมาตรการไปก่อน โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า ระยะเวลา พ.ร.ก.เราไม่ได้มีการพูดถึง คงเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์ แต่ที่เราพูดถึงในวันนี้คือข้อกำหนดเงื่อนไขในรายละเอียดปลีกย่อยของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าอะไรที่สามารถผ่อนปรนหรือผ่อนคลายได้ก็น่าจะมีการยกเลิก เพื่อให้ประชาชนได้มีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น

ต่อข้อถามว่า มาวันนี้กองกำลังติดอาวุธไปอยู่ที่ไหน กระจายออกไปนอกพื้นที่หรือยัง โฆษก ศอฉ.กล่าวว่า อธิบายความลำบากเหมือนกันเรื่องอย่างนี้ อย่างยกกรณีของบุคคลที่มีอาวุธและลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่นั้น ไม่มีใครที่จะถืออาวุธเดินออกมาเขาอาจจะทิ้งหรือซุกซ่อนไว้ตรงไหนแล้วตัวเขาก็ปะปนออกมากับคนโดยทั่วไปซึ่งเราก็ดูไม่ออก เพราะว่า การก่อการร้ายที่ว่าไม่หมายถึงคนต่างชาติ หมายถึงคนไทยด้วยกันเองแต่มีพฤติกรรมในลักษณะของการก่อการร้าย เพราะฉะนั้นในพื้นที่ต่างๆ หลังจากที่ กทม.ได้รับพื้นที่รับผิดชอบไปแล้ว เจ้าของอาคาร ที่พักทั้งหลายเขามีโอกาสได้ตรวจสอบพื้นที่ของตนเองก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะพบอาวุธที่ซุกซ่อนอยู่อีกก็ขอให้นำมาคืนทางเจ้าหน้าที่ด้วย

ต่อข้อถามว่า แกนนำหลักๆ ที่ยังจับไม่ได้จะมีการดำเนินการอย่างไร โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า มีข้อมูลข่าวสารกันอยู่ในการติดตามตัว แต่ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รายงานผลเข้ามาว่าได้ผลถึงขั้นไหนแล้ว

ต่อข้อถามว่า ในส่วนของต่างจังหวัดจะมีการดำเนินการอย่างไรในเรื่องของการใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะคล้ายกับที่ทำในกทม.หรือไม่ โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึง แต่สถานการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาในต่างจังหวัดนั้น เท่าที่ได้รับรายงานก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เรียบร้อยและสามารถที่จะควบคุมได้

ต่อข้อถามว่า เมื่อคืนระหว่างที่มีการประกาศเคอร์ฟิวได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทางศอฉ.ได้มีการดำเนินการอะไรบ้าง โฆษก ศอฉ. กล่าว่า ถ้าจะมีที่ได้รับโทรศัพท์ก็คือที่ราชวิถี 1 คือไฟที่ดับไปแล้วพอลมกระโชกก็คุกรุ่นขึ้นอีกกว่าจะประสานงานกันได้ และสามารถดับได้เสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ 05.00 น.

 

ที่มา: กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก  

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์