ปากคำ ‘หน่วยกู้ภัย’ : Q: “ยิงทำไม นี่รถพยาบาล?” A: “ก็พวกมึงขว้างกู”


สรายุทธ อำพันธ์


ชุดที่สวมปฏิบัติการ


รถคันที่ถูกยิง


รูกระสุนเข้าไปโดนพยาบาลด้านใน


ภายในรถ


เลือดและเนื้อของเพื่อนพยาบาลที่นั่งอยู่ในรถ


เราผิดใช่ไหม


ธีรภัทร - หัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่ลงไปเจรจากับทหาร

 

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา ทั้งจากปฏิบัติการ ‘ขอพื้นที่คืน’ ปฏิบัติการ ‘กระชับพื้นที่’ การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงของรัฐบาล และปฏิบัติการของกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่าย ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินตามมาอย่างประเมินค่ามิได้ ในภาวะคับขันที่ดำเนินไประหว่างความเป็นกับความตายเช่นนี้ สิ่งที่มีค่ามากที่สุด คือความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ทว่าความปลอดภัยของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดความสูญเสียของมวลมนุษย์เอง กลับลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย

‘ประชาไท’ มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ ‘สรายุทธ อำพันธ์’ ชายหนุ่มอายุ 22 ปี พนักงานประจำหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู – สภากาชาดไทย ขณะรับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเข้าใส่ที่มือเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 53 เขาเป็นเจ้าหน้าที่ทางสาธารณสุขที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารรายแรกตั้งแต่เริ่มมีเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น

สรายุทธเล่าว่า ตนและเพื่อน 3 คน ถูกเรียกเข้าไปเสริมพื้นที่บริเวณบ่อนไก่ เลยไปจอดรถไว้ที่ลานจอดรถโรงแรมพินนาเคิล ซอยงามดูพลี

เวลาประมาณ 16.00 น.ทหารเริ่มต้อนคนเข้ามาในซอยงามดูพลี เมื่อเสียงปืนเริ่มเข้ามาใกล้ เพื่อนกู้ภัยผู้หญิงเลยบอกว่า ให้ไปหลบในรถก่อนดีกว่า จะได้ปลอดภัย

ธีรภัทร หัวหน้าหน่วยกู้ภัยที่ทำงานร่วมกับสรายุทธ เล่าว่า ตนได้ลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ทหาร แต่กลับไม่สามารถยับยั้งกระสุนปืนได้ และในตอนนั้นไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว เหลือเพียงแค่รถพยาบาลของพวกเขา

“มีการขว้างหินขว้างอะไรกันอยู่บนถนนใหญ่ด้านนอก พอมีเสียงปืนไล่ กลุ่มผู้ชุมนุมก็วิ่งเข้ามาในซอยงามดูพลี บางส่วนวิ่งเข้ามาในโรงแรมพินนาเคิล สักครู่หนึ่งมีทหารเข้ามา 7-8 นาย ทุกคนถืออาวุธปืน ทหารคนหนึ่งชี้หน้าถามผมว่า ‘มึงด้วยหรือเปล่า!?’ ผมก็เลยเปิดประตูรถ พยายามชูมือแสดงตัว บอกว่า ‘ไม่เกี่ยว นี่พยาบาล’ พอพูดจบเขาก็ยิงเลย เพราะมีทหารบางนายมานั่งประทับปืนรออยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นการตั้งใจยิง” ธีรภัทรกล่าว

สรายุทธเสริมว่า ขณะนั้นตนเห็นทหารอีกนายหนึ่งประทับปืนอยู่ที่มุมตึก ระยะไม่เกิน 10 เมตร เมื่อสิ้นคำของธีรภัทร เขาได้กดศีรษะของเพื่อนผู้หญิงให้หลบลง เอื้อมมือซ้ายพยายามจะเปิดไฟในรถเพื่อแสดงตัว แต่กระสุนถูกยิงเข้ามาในทันที

“ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าถูกยิง นึกว่าหัวหน้าถูกยิงเพราะเขาอยู่ข้างล่างรถ แต่ปรากฏว่าแขนซ้ายเราเลือดพุ่ง”

“เสียใจ.. เพราะวันที่ 10 เม.ย. ผมก็ช่วยพวกเขา (ทหาร) เยอะมาก ผมคิดว่าเราปลอดภัยแล้วที่อยู่บนรถพยาบาลที่มีสัญลักษณ์ทุกอย่างชัดเจน แล้วอีกอย่างก็มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารว่า เราไม่เกี่ยว ในใจตอนนั้นคิดว่า เขาคงมาค้นรถเราเฉยๆ อันนั้นรับได้อยู่แล้ว เพราะถือว่าไม่มาคุกคามเรา ผิดหวังครับ ถ้าวันนั้นผมกดหัวพี่ผู้หญิงไม่ทัน กระสุนคงเข้าที่หัวเขาแล้ว แต่ผมคิดว่า ผมโชคดีกว่าคนอื่น เพราะคนที่โดนทีหลังผมนั้นตายหมด”

ธีรภัทรเสริมว่า นี่ไม่ใช่การยิงเพื่อป้องกันตัว และไม่ได้อยู่ในกฎการใช้กำลัง 3 ข้อ ของศอฉ. “จากนั้นผมก็วิ่งไปดูน้องแล้วรีบพาไปส่งโรงพยาบาล ตอนออกจากโรงแรมมิราเคิลก็ต้องผ่านทหารกลุ่มนั้น ด้วยความโมโหและตกใจ ผมเลยถามไปว่า “ยิงทำไม นี่รถพยาบาล?” พวกเขาเลยบอกว่า “ก็พวกมึงขว้างกู” ก็มีบ้านนี้เมืองนี้นั่นแหละ ที่ยิงใส่รถพยาบาล”

สรายุทธกล่าวว่า หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็มีการประชุมกันของทางสภากาชาด, ศอฉ. และศูนย์เอราวัณ มีการวางแผนว่า การเข้ารับคนเจ็บจะไม่มีการขับรถเข้าไปรับ เนื่องจากมีความอันตรายสูง นอกจากนี้ยังมีการจัดหาเสื้อเกราะให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่ยังไม่สามารถแจกจ่ายได้ครบทุกคน

“การทำงานตอนแรกๆ กดดัน เพราะเสื้อแดงหาว่าผมขนทหาร ลำเลียงอาวุธให้ทหาร แยกราชประสงค์ประกาศห้ามรถพยาบาลเข้ามาที่ราชประสงค์ ก็เลยถอยห่างมาพักหนึ่ง พอมีการสลาย ก็มีข่าวอีกว่า รถพยาบาลจะขนอาวุธของเสื้อแดงออกมาด้านนอก สรุปแล้วคือเป็นแพะตลอด อยู่ที่ว่าใครจะปล่อยข่าวเราอย่างไร” สรายุทธกล่าว

สรายุทธกล่าวทิ้งท้ายถึงการรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า “พอตูมตามขึ้นมา เจ้าหน้าที่กู้ภัย – สื่อมวลชน บาดเจ็บหรือตายนั้น มีการรายงานข่าวก็จริง แต่สาเหตุที่แท้จริงไม่มีการชี้แจง ว่าทำไมถึงถูกยิง เป็นเพราะสัญลักษณ์เขาไม่ชัดเจนหรืออะไร กลับไม่มีการชี้แจงตรงนี้ สื่อไปรายงานว่า ตรงนี้ตรงนั้นถูกเผา มันก็เหมือนเป็นการตอกย้ำเกินไป”

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์