ฝ่ายค้านเดินหน้า ยื่นถอดถอน "มาร์ค" พร้อม 3 รมต.ส่วน "กรณ์-กษิต" โดนแค่อภิปราย

ปธ.วิปฝ่ายค้าน นำสมาชิก พท.ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาล เผย 12 ข้อหา "มาร์ค" ส่อทุจริต-ไร้วุฒิภาวะ-สั่งทหารฆ่าประชาชน พร้อม 5 รมต. แถมยื่นถอดถอน แต่ "กรณ์-กษิต" รอดโดนแค่อภิปราย ด้าน"ปู่ชัย"ขอเวลาดูเอกสาร 1-2 วัน

วานนี้ (24 พ.ค.53) ที่รัฐสภา เวลา 12.00 น.คณะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายวิทยา บูรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้นำรายชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 159 คน เข้ายื่นเรื่องต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อขอถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย 3 รัฐมนตรี คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง, นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขอให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการตามขั้นตอนในการถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

จากนั้นในช่วงบ่ายได้เข้าพบนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อนำรายชื่อ ส.ส.จำนวน 184 คน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ แยกเป็น 2 ญัตติ คือ 1.ญัตติของเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ 2.ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 5 คน โดย 2 ใน 5 รายชื่อรัฐมนตรีที่ยื่นการอภิปรายแต่ไม่ได้ยื่นถอดถอน คือ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากมีความผิดพลาดในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่หลักฐานไม่เพียงพอที่จะยื่นถอดถอนได้

"การอภิปรายครั้งนี้ เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับมือสนับสนุนจากเสียงของพรรค ร่วมรัฐบาล และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนก็ไม่ได้หวังเป็นนายกฯ แต่ทำตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งฝ่ายค้านเพียงต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาลว่า เกิดอะไรขึ้นในอนาคตของประเทศต่อไปอย่างไร" นายวิทยา กล่าวปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

ยื่นปภิปรายซักฟอก 5 รมต.

ทั้งนี้ ในการยื่นถอดถอนฝ่ายค้านยังไม่ให้รายละเอียดเนื้อหาต่อสื่อมวลชน ส่วนรายละเอียดตามเอกสารของฝ่ายค้านระบุรายชื่อผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 มีรายละเอียดดังนี้

1.นายสุเทพ ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ มีพฤติกรรมส่อกระทำผิดต่อหน้าที่ตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค. 53 กรณีสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และทำผิดตามกฎหมาย คือผิดต่อ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กำลังทหารเข้าไปข่มขู่คุกคามในสถานีไทยคม และทำการทำลายสัญญาณการสื่อสารโทรทัศน์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการ สื่อสาร นอกจากนี้นายสุเทพยังได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. กระทำการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยการบุกรุกภูเขา กระทำการออกโฉนดอันเป็นเอกสารสิทธิ์และเตรียมการจัดสรรที่ดินขายโดยไม่ชอบ

2.นายกรณ์ ดำเนินนโยบายด้านการเงินการคลังและงบประมาณของประเทศผิดพลาดบกพร่อง ไม่ดำเนินงานตามแผนงานการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2552-2554 และแผนนิติบัญญัติ 2552-2554 ซึ่งมุ่งแสวงการก่อหนี้สาธารณะ จนขณะนี้หนี้สาธารณะสูงเกินกว่า 60% และเป็นภาระผูกพันต่อประเทศชาติ โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและความจำเป็นในการใช้จ่ายของประเทศ และภาระหนี้สาธารณะที่มีอยู่นำเงินที่ได้จากการกู้ไปดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ทั้งที่โครงการแต่ละโครงการไม่ได้สร้างประโยชน์กับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มีการสูญเปล่าในหลายโครงการ ที่เรียกว่า “กู้มาโกง” ซึ่งงบประมาณแผ่นดินที่กู้มาส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างซ่อมถนน เม็ดเงินไม่ได้ลงไปถึงประชาชนและภาคการผลิตอันก่อให้เกิดรายได้ที่แท้จริง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยไม่เป็นไปตามแผนนิติบัญญัติ

3.นายกษิต บริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศในสายต่อประชาคมโลก มีพฤติกรรมข่มขู่ ก้าวร้าวต่อมิตรประเทศ สร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อฝ่ายที่เห็นต่างกับตนเอง มุ่งทำลายล้างนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามในทุกวิถีทาง โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและนโยบายที่ได้แถลงไว้

4.นายชวรัตน์ มีพฤติกรรมทีส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ให้บริษัทเครือญาติของตนเองเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐในหลายโครงการ โดยตนเองมีส่วนร่วมเข้าไปลงมติเห็นชอบกับโครงการดังกล่าวในฐานะรัฐมนตรี ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายเงินมากกว่าที่ควรจ่ายหลายพันล้านบาท รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ แทรกแซงและแสวงหาประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ปล่อยปละละเลยหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ของกรมการปกครอง อนุมัติให้มีการขออนุญาตจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว

5.นายโสภณ บริหารราชการโดยการกำหนดนโยบายเพื่อมุ่งแสวงหาประโยชน์ในทางทรัพย์สินและประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน รู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมให้พวกพ้องหรือผู้สนับสนุนทางการเมืองของตนเองเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากโครงการที่ได้กำหนดขึ้น มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการเอื้อประโยชน์ ให้บริษัทเอกชนที่เป็นพวกพ้องของตนเอง และญาติของรัฐมนตรีในพรรคการเมืองของตนเองได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบจาก การประมูลงาน และเป็นคู่สัญญากับรัฐ ส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียเงินงบประมาณเกินกว่าความเป็นจริงหลายพันล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในญัตติยังระบุด้วยว่า จากพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของทั้ง 5 รัฐมนตรี ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างร้ายแรงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและทรัพยากรธรรมชาติต้องถูกทำลายลง ไม่มีความเสมอภาคในการได้รับการจัดสรรทรัพยากรจากภาครัฐของประชาชน เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้ข้าราชการประจำเสียขวัญกำลังใจที่จะปฏิบัติราชการ กระทบต่อระบบการแต่งตั้งราชการอย่างร้ายแรง ภาพลักษณ์การทุจริตคอร์รัปชั่นของข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนชาวไทยและประชาคมโลกส่งผลให้การจัดลำดับเครดิตของ ประเทศตกต่ำลงและการทุจริตในโครงการของรัฐนับวันจะยิ่งขยายวงกว้างออกไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากปล่อยให้รัฐมนตรีทั้ง 5 คนบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะทำให้เสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติยากต่อการเยียวยาได้

 

ระบุ 12 ข้อหา ยื่นซักฟอกอภิสิทธิ์

ส่วนข้อกล่าวหาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์นั้นระบุถึงพฤติการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล 12 ข้อ คือ มุ่งบริหารราชการแผ่นดินเพื่อมุ่งประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง ส่งผลให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ขาดความรู้ความสามารถมีพฤติกรรมส่อว่าจงใจไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่แถลงไว้ กำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ รู้เห็นปล่อยปละละเลยให้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดินอย่างกว้างขวาง กำหนดนโยบายเพื่อเอื้อทุจริตเชิงนโยบาย บริหารราชการแผ่นดินไม่เป็นตามหลักนิติธรรม ไม่มีความเสมอภาค 

ใช้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษย์ชนอย่างร้ายแรง สั่งการให้ทหารใช้อาวุธสงครามชนิดร้ายแรงเข้าปราบปรามประชาชนหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตหลายครั้ง กลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีให้ประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบ ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาฐานก่อการร้าย นอกจากนี้ ยังละเว้นที่จะดำเนินคดีกับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำผิดกฎหมาย โดยยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ไม่อำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียม ไม่สามารถดูแลความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บริหารการต่างประเทศและด้านเศรษฐกิจล้มเหลว ขาดไร้วินัยการเงินการคลัง ไม่ดำเนินการเรื่องที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนเป็นภัยพิบัติของประเทศ และขัดขวางต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ 

ลุแก่อำนาจบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของตนเอง ปกปิดความผิดของตนเองและพวกพ้อง ครอบงำแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ใช้อำนาจแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการปล่อยให้นักการเมืองแสวงหาประโยชน์จากการแต่งตั้ง และขาดความจริงใจในความปรองดองและสมานฉันท์ พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศและประชาชนอย่างร้ายแรง หากปล่อยให้บริหารประเทศต่อไป ย่อมส่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างยากที่จะเยียวยาได้

 

“ชัย” ชี้ตรวจสอบใน 1-2 วัน ก่อนส่งให้รัฐบาลกำหนดวัน 

ด้านนายชัย ชิดชอบ กล่าวภายหลังรับญัตติว่า จะตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้ เพราะฝ่ายนิติบัญญัติต้องการให้เกิดความสมานฉันท์ ให้ทุกฝ่ายได้ระบายความในใจจะได้เกิดประโยชน์ เมื่อตรวจสอบญัตติเสร็จสิ้นจะส่งให้รัฐบาลกำหนดวันอีกครั้ง คาดว่าน่าจะเทียบเคียงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 24-26 มิ.ย.2551 ได้ สำหรับตนจะพยายามตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ให้เสร็จเร็วที่สุด

 

เรียบเรียงจาก: มติชน, ไทยรัฐ 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์