เครือข่ายสันติวิธีเดินธรรมยาตรา หวังให้เกิดสันติสุขในบ้านเมือง

เครือข่ายสันติวิธีเดินขบวนเรียกร้องความสันติให้กับประเทศชาติ เพื่อเป็นกุศลสู่ขวัญ แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย ตั้งแต่บริเวณราชประสงค์ถึงแยกคอกวัว 

 
ที่มาภาพ: เฟซบุ๊คเครือข่ายสันติวิธี

30 พ.ค. 53 - เครือข่ายสันติวิธีและองค์กรพันธมิตร ร่วมเดินธรรมยาตราด้วยความสงบ ตระหนักรับรู้ถึงความทุกข์ของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดสันติสุขสามัคคีในบ้านเมือง และต้องลบเลือนรอยเลือดและคราบน้ำตาด้วยความรักและเมตตาต่อกัน

เครือข่ายสันติวิธีและองค์กรพันธมิตร ร่วมเดินธรรมยาตรา หรือสันติยาตรา สู่สังคมสันติสุข โดยตั้งขบวนจากหน้าโรงพยาบาลตำรวจ แยกราชประสงค์ มีพระภิกษุและภิกษุณี นำขบวน เดินจากราชประสงค์ สู่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เป็นหนึ่งในองค์กรได้รับผลกระทบจากความไม่สงบของบ้านเมือง

พระไพศาล วิสาโล ประธานเครือข่ายพุทธิกา ได้กล่าวภาวนาขอให้บุญกุศลที่ได้ร่วมกันทำในวันนี้ ทำให้เกิดสันติสุขกับบ้านเมือง และขอให้ความสงบสันติ คืนสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน ถนนราชประสงค์และถนนราชดำเนิน มีรอยเลือดและคราบน้ำตาที่ไม่อาจล้างด้วยน้ำ จากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วใช้น้ำล้างทำความสะอาด แต่ไม่อาจลบเลือน ถนนทั้งสองสายต้องลบเลือนด้วยความรักและความเมตตาต่อกัน กิจกรรมธรรมยาตราเป็นการเดินด้วยความสงบ เพื่อที่จะสร้างความตระหนักรับรู้ถึงความทุกข์ของทั้งสองฝ่ายให้หายจากความเศร้า และขอให้การเปล่งวาจาที่ทำร้ายจิตใจกันมีมานานก่อนหน้านี้ เป็นการเปล่งเสียงเพื่อความสามัคคีแทน เมื่อขบวนธรรมยาตราถึงอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ได้มีกิจกรรม มีพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลสู่ขวัญแด่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย ถวายสังฆทาน ภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

ทั้งนี้ เครือข่ายสันติวิธี จะร่วมกันติดตามแผนปรองดองของรัฐบาล และนำเสนอความเห็นการปฏิรูปของประเทศไทย เน้นการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อให้เกิดความร่วมมือแก้ไขปัญหาให้กับทุกฝ่าย

ด้านนางสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิผู้บริโภค กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงทั้งหมดในช่วงที่มาชุมนุมในกรุงเทพฯ 68 วันโดยคณะกรรมการที่มาจากคนกลาง ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทั้งเรื่องการใช้ความรุนแรง การก่อการร้าย ใครยิงใครและการเผาในที่ต่างๆมาอย่างไร ซึ่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายจะทำให้แก้ไขความขัดแย้งในสังคมได้อย่างแน่นอน หากไม่มีการค้นหาข้อเท็จจริง แผนปรองดองที่นายกรัฐมนตรีต้องการทำให้สำเร็จคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้การค้นหาความจริงไม่ใช่เพื่อทำเป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงหรือเป็นวีรชนของชาติ เพราะเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ผ่านมาในช่วง 4-5 ปีเป็นเรื่องความขัดแย้งที่สังคมไทยต้องก้าวข้ามไปให้ได้ มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งค้นหาความจริงให้มากที่สุดเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับและเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะเป็น ฝ่าย นปช. คนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง คนเสื้อหลากสี และผู้อยู่เบื้องหลังทุกส่วน หลังจากนั้นจะเกิดความปรองดองได้อย่างแท้จริง เชื่อว่าสังคมยังมีความหวังในการใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาและไม่กลับไปสู่ความรุนแรงอีกเพราะคนไทยทุกคนต่างเจ็บปวดกลับเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองมามากพอแล้ว ดังนั้นภาครัฐจะต้องเร่งหาความจริงให้กับสังคมให้มากที่สุดและไม่ควรเอาความจริงแค่ครึ่งเดียวมาทำให้คนไทยทั้งประเทศยอมรับ

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย, เดลินิวส์, คมชัดลึก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์