"จตุพร-การุณ" ยันรายงานตัวต่อศาล 9 โมงเช้านี้

"จตุพร"ชี้ถูกปฏิบัติอย่างไรจะถือเป็นบรรทัดฐานให้กับคดีของ อภิสิทธ์-สุเทพ-ศอฉ.ด้วย ด้าน "การุณ"เชื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมแอ่นอกรับ ส่วนทนายเผย"วิเชียร"ไม่รายงานตัว เหตุ DSI ออกหมายเรียก"มิชอบ" ชี้เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"สุภรณ์-อริสมัน"มอบตัวทันที

วันนี้ (7 มิ.ย.) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย  เมื่อเวลา 13.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายการุณ โหสกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกออกหมายจับในข้อหาก่อการร้าย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ให้เข้าสอบสวนใหม่ โดยออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัวที่ศาลอาญา เพื่อขออำนาจฝากขังในวันที่ 8 มิถุนายน

ที่มา: http://www.ptp.or.th/default.aspxปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

นายจตุพร แถลงว่า จะเดินทางไปยังศาลอาญาพร้อมกับนายการุณ ในเวลา 09.00 น.วันที่ 8 มิ.ย.นี้ ส่วนนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ที่ถูกออกหมายเรียกในคดีเดียวกันนั้น ขณะนี้ยังติดต่อไม่ได้ แต่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ ถ้าอาการดีขึ้นก็จะเข้ารายงานตัวในวันเดียวกันด้วยเช่นกัน

นายจตุพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้เข้ารับทราบข้อหาก่อการร้ายไปแล้วที่ สตช.ขณะที่ยังไม่มีหมายเรียกหรือหมายจับ แต่ไม่สามารถสอบสวนได้เพราะเป็นคดีพิเศษ ซึ่งดีเอสไอต้องมีอัยการ ฝ่ายตนก็ต้องมีทนาย โดยได้นัดหมายไปพบที่ดีเอสไอแล้ววันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนของดีเอสไอให้เวลา 1 เดือน ทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและให้รวบรวมพยานหลักฐานภายในวันที่ 25 มิ.ย.ซึ่งก็นัดหมายเสร็จ ปรากฏว่า เมื่อปิดสมัยประชุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลดีเอสไอ ประกาศจะเอาตนมาคุมขังให้ได้ ทั้งที่ขั้นตอนของคดีเดินหน้าเลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว 

"เมื่อผมและนายการุณไปรายงานตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว ดีเอสไอไม่มีอำนาจที่จะขอฝากขัง แต่ทำได้เพียงส่งเรื่องให้อัยการ หากอัยการจะขออำนาจศาลฝากขังก็เป็นเรื่องที่ผมจะต้องไปต่อสู้ในศาล ไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอ แต่เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ดี เพราะจะถือเป็นบรรทัดฐานที่จะใช้ต่อไปในอนาคต เพราะอย่าลืมว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯประธาน ศอฉ. และศอฉ.ทั้งหมด ที่รวมถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ จะต้องเจอกับคดีสั่งฆ่าประชาชน 79 คดี และคดีพยายามฆ่าไม่ต่ำกว่า 1,500  คดี ก็จะถือเป็นบรรทัดฐานให้กับคดีของบุคคลเหล่านี้" นายจตุพรกล่าว

นายจุตุพร กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ศาลออกหมายจับ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.ภาค 5 กับพวกในคดีอุ้มฆ่านายอัลรูไวรี่ ซึ่งมีโทษสูงสุดประหารชีวิตเท่ากัน ที่ศาลไม่อนุมัติสั่งขัง เนื่องจากให้เหตุผลว่ายังปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมทั้งนายธาริต ในฐานะอธิบดีดีเอสไอก็ไม่เคยที่จะยื่นขอให้ศาลขังหรือคัดค้านคำสั่งศาล ถามว่าตนและนายการุณ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ส.ส.มีสถานะแตกต่างไปจาก พล.ต.ท.สมคิด ที่ตรงไหน หรือใช้ความเป็นมนุษย์และเงินเดือนมาเทียบเคียง หรือเพราะคดีพวกตนเป็นคดีการเมือง แต่ถ้าบอกว่ากรณีตนเป็นคดีการเมืองนั้น เมื่อเทียบกับนายกษิต  ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาก่อการร้าย เมื่อนายกษิตมอบตัวที่สน.ทุ่งสองห้อง สตช.ก็ไม่เคยเอาเรื่องขออนุมัติเพื่อขอคุมขัง

อย่างไรก็ตามสังเกตจากพฤติกรรมช่วง 5 วันที่ผ่านมา ถามว่าดีเอสไอกำลังเล่นเกมกับพวกตนหรือไม่ จากปกติจะส่งเจ้าหน้าที่มาติดตามหลายนาย แต่ระยะหลังได้หายไป เสมือนจงใจเปิดช่องให้หลบหนี แต่ยืนยันว่าจะไม่หลบหนีอย่างแน่นอน เพราะถ้าหลบหนีก็จะเป็นเหตุให้พรรคพวกที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายนเรศวร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้รับการประกันตัว โดยจะนำกรณีไปกล่าวอ้างว่าขนาดคนที่เป็นผู้แทนราษฎร ยังมีพฤติกรรมหลบหนี 

“แม้ดีเอสไอจะออกหมายเรียกมิชอบ แต่พวกผมก็จะไปศาลอย่างแน่นอน และได้เตรียมพร้อมข้าวของเครื่องใช้ เช่น สบู่ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ขันน้ำ ไว้แล้ว ถ้าถูกขังก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งได้เตรียมใจตั้งแต่ต้นแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อมีกฎหมายก็มีกฎแห่งกรรม แม้กฎแห่งกรรมอาจช้ากว่ากฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นเหตุให้หวั่นใจใดๆ ทั้งสิ้น และอย่าลืมว่าคุกไม่ได้มีไว้ขังเฉพาะพวกผมเท่านั้น” นายจตุพร กล่าว 

ด้านนายการุณ กล่าวว่า "เมื่อพวกผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ก็พร้อมแอ่นอกรับอย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ว่าผู้ชนะจะเขียนประวัติศาสตร์อย่างไร แต่เราก็จะมีชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย"

 

"วิเชียร" ไม่รายงานตัว-ซัด DSI ออกหมายเรียก "มิชอบ"

ส่วนนายคารม พลทะกลาง ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด และใช้ตำแหน่ง ส.ส.ในการยื่นเรื่องประกันตัวทั้งสองคน โดยจะแถลงต่อศาลว่าที่ผ่านมา นายจตุพรและนายการุณ เคยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว รวมทั้งมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่เคยคิดหลบหนี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และไม่เคยข่มขู่พยาน ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอความเมตตาต่อศาลในการขอประกันตัว

ส่วนกรณีนายวิเชียร ที่ถูกออกหมายเรียกด้วยนั้น นายคารม กล่าวยืนยันว่า จะไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน เนื่องจากได้รับหมายเรียกอย่างกะทันหัน ซึ่งขณะนี้ นายวิเชียร อยู่ที่ จ.อุดรธานี จึงไม่สะดวกในการเดินทาง ทั้งนี้นายวิเชียรได้ระบุด้วยว่าการออกหมายเรียกของดีเอสไอไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากดีเอสไอออกหมายเรียกให้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ศาลอาญา แทนที่จะเป็นที่ดีเอสเอ เพราะต้องการอาศัยอำนาจศาลขอหมายขังจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบ แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งหรือไม่ก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม นายวิเชียร ได้เคยเข้ามอบตัวที่ดีเอสไอแล้ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการยื่นคำให้การภายใน 30 วัน จึงเตรียมยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนออกไปก่อน

 

เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "สุภรณ์-อริสมัน" มอบตัวทันที 

นายคารม กล่าวด้วยว่า สำหรับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนีการจับกุมนั้น ยืนยันว่ายังอยู่ในประเทศ เพราะสามารถติดต่อกับบุคคลทั้ง 2 ได้ตลอด ยังไม่ได้เสียชีวิต ซึ่งทั้งสองพร้อมจะออกมามอบตัวทันทีที่มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากไม่ต้องการให้ถูกควบคุมตัวฟรี 30 วัน โดยไม่มีการตั้งข้อหา และเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้คือการปฏิวัติเงียบโดยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

ที่มา: เรียบเรียงจากมติชน แนวหน้า

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์