DSI เผยคดีก่อการร้ายพุ่ง 151 สำนวน เล็งคุ้มครองพยานชี้ตัว "ชายชุดดำ" เหตุการณ์ 10 เมษา

"ธาริต" ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ-เจ้าของรถของกลาง 41 คัน ให้ติดต่อเข้าสอบปากคำฐานะพยาน แจงดีเอสไอไม่ได้มุ่งอาฆาตผู้ไม่มีเอี่ยวการทำผิด ส่วนหมายจับ "ทักษิณ" อัยการมีอำนาจเต็ม

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.53 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับคดีก่อการร้าย ที่สำนักงานดีเอสไอว่า ขณะนี้สำนวนคดีก่อการร้ายเพิ่มขึ้นเป็น 151 สำนวน โดยยังไม่รวมสำนวนคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 อีกกว่า 70 สำนวน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนที่สรุปความเห็นสั่งฟ้องให้อัยการดำเนินการรวม 2 สำนวน ประกอบด้วย คดีปาระเบิดเพลิงใส่รถถังหน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล ม.2) สนามเป้า ดินแดง และการจับกุมการ์ด นปช.พกระเบิดแสวงเครื่องได้ที่ซอยรางน้ำ 

นอกจากนี้ ดีเอสไอได้รับข้อมูลชายชุดดำที่ก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.แล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยาน โดยมีแนวโน้มที่นำตัวเข้าโครงการคุ้มครองพยาน เนื่องจากเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ และสามรถระบุตัวชายชุดดำได้

นายธาริตยังกล่าวถึงการออกหมายจับแกนนำ นปช.ล็อตที่ 4 ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ส่วนจะมีชื่ออดีตนายพลที่เกี่ยวข้องกับการยิง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รวมอยู่ด้วยหรือไม่นั้น นายธาริต กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดดังกล่าว ดีเอสไม่มีข้อมูล 

อธิบดีดีเอสไอกล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายล็อต 3 ที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ 3 รายว่า อัยการแนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งนี้ยืนยันว่าการไม่อนุมัติหมายจับไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นมุมมองทางกฎหมายเกี่ยวกับพยานหลักฐาน โดยคดีมีหลักฐานว่าผู้ต้องหาแย่งอาวุธจากเจ้าหน้าที่ แต่หลักฐานอาจจะยังไม่พอฟังว่าก่อการร้าย 

นายธาริตกล่าวด้วยว่า ดีเอสไอขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ได้รับบาดเจ็บและเจ้าของรถของกลาง 41 คัน ให้ติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยดีเอสไอรับรองว่าจะสอบปากคำในฐานะพยานที่ได้รับความเสียหายจึงไม่ควรเข้าใจผิดว่าการเข้าพบพนักงานสอบสวนจะถูกดำเนินคดีฐานก่อการร้าย เพราะดีเอสไอไม่ได้มุ่งอาฆาตเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ส่วนการขออนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาก่อการร้าย นายธาริตกล่าวว่า เนื่องจากมีความผิดบางส่วนเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ตามกฎหมายถือเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่จะใช้ดุลยพินิจสั่งคดี ดังนั้น เฉพาะในส่วนคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ อัยการจะเป็นผู้มีอำนาจ

 

มี่มา: มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์