ยันกองทัพแก้วิกฤติตามหน้าที่ เตรียมรุกส่งชุดทหาร "กอ.รมน."ลงชุมชนแจงข้อมูลกับชาวบ้าน

"อนุพงษ์" เรียกประชุมกองทัพ แจกเหตุต้องเข้าไปแก้วิกฤติร่วม ศอฉ.ตามหน้าที่ ส่วนการสูญเสียเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ประเมินผิด ไม่คิดถูกโจมตีด้วยอาวุธหนัก ผบ.พล.1 รอ.ยันต่อ ผบ.กองพัน ทั่วประเทศ “ 6 ศพวัดปทุมฯ” ทหารไม่ได้ทำ เผยเตรียมส่งชุดทหาร กอ.รมน.ลงพื้นที่แจงข้อมูล 

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ใช้เวลาตลอดทั้งวันในการประชุมและ พูดคุยกับผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่กองทัพบกได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นจากชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โดยในช่วงเช้า ได้มีการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก จากนั้นในช่วงบ่ายได้มีการประชุมนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ฝ่ายอำนวยการ จำนวนกว่า 600 นาย ที่หอประชุมกิตติขจร โดยมี 5 เสือทบ.เข้าร่วม ประกอบด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. โดยใช้เวลากว่า 2 ชม. นอกจากนั้น ในช่วงเย็น ได้มีการประชุม ศอฉ. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานด้วย 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในการประชุมนายทหารระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไป ที่มีขึ้นในช่วงบ่าย ผบ.ทบ.ได้ลำดับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และอธิบายการจัดกำลังทหารในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แต่ละจุด รวมถึงการปฏิบัติการต่างๆ พร้อมทั้งได้เล่าข้อเท็จจริงที่มีบางฝ่ายนำไปบิดเบือน ให้เข้าใจว่าการทำงานของทหารในความเป็นจริงมีความจำเป็นเช่นใด โดยข้อมูลเหล่านี้ในส่วนของกองทัพบกจะประมวลให้กับเจ้าหน้าที่หรือวิทยากร ที่จะลงไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้รับทราบ ซึ่งวิทยากรเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ กอ.รมน.ที่เคยลงไปในพบปะประชาชน โนโครงการกู้วิกฤตเศรษฐกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่กำลังพลในพื้นที่ ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้จะมาจากส่วนกลางจากเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจสภาพปัญหา และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อไปพบกับชาวบ้านก็ต้องตอบคำถาม และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกลับไปว่าความจำเป็นที่เราเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาของประเทศคืออะไร 

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามีความพยายามบิดเบือนว่าทหารต้องการทำร้ายประชาชน นอกจากนั้น ยังได้อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพหลังจากที่มีการนำประเด็นดังกล่าวไปอภิปรายในสภาฯ เช่น โครงการจัดหาอุปกรณ์ตรวจการณ์ทางอากาศในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เรือเหาะ) โครงการจีที 200 และโครงการจัดหารถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน ซึ่งโครงการเหล่านี้ท่านได้เล่าถึงความจำเป็นในการจัดหา และการดำเนินการต่างๆ ที่กองทัพบกได้ทำมา ซึ่งข้อกล่าวหาเรื่องงบประมาณต่างๆ เรามีหน่วยงานที่ตรวจสอบในการจัดหาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพยังมีความโปร่งใส 

มีรายงานว่า ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้เล่าให้ฟังถึงการวางแผนยุทธการ ในการเข้าไปจัดวางกำลัง และการปฏิบัติการทางทหาร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาบริเวณสี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ซึ่งในครั้งนั้นถือว่า มีกำลังพลที่สูญเสีย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก วันนั้นเราไม่ได้เตรียมชุดระวังป้องกัน เพราะไม่ได้ประเมินว่าฝ่ายนั้นจะใช้อาวุธหนัก คำสั่งคือเราไม่ให้ใช้อาวุธ ทำให้เราถูกกระทำฝ่ายเดียว นอกจากนั้น ในการปฏิบัติการทางทหารในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นหน้าที่ และการดำเนินการต่างๆ ได้ยึดหลักตามกฎหมายทุกประการ 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่วัดปทุมวนาราม ได้มีการสอบถามหน่วยที่ปฏิบัติแล้วทั้ง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งทั้งสองหน่วยยืนยันว่าไม่ได้มีการยิงเข้าไป โดยเวลาที่มีผู้เสียชีวิตนั้น ไม่มีกำลังพลของเราอยู่บริเวณนั้น ซึ่งขอให้ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.พล.1 รอ.ได้ยืนยันด้วย ทำให้ พล.อ.กัมปนาท ได้ยืนยันกับที่ประชุมว่า “ทหารไมได้เป็นคนทำ”

 

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น