เปิด 417 รายชื่อ-ที่คุมขัง ผู้ถูกจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

สตช.เปิดชื่อ 417 ผู้ต้องหา ถูกจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดที่เกี่ยวเนื่องผ่านเว็บไซต์ ส่วนมติชนออนไลน์เผย 29 รายชื่อ ถูกคุมตัวในค่ายทหาร-ตชด.พร้อม 37 รายชื่อ ผู้ต้องหาคดี "ก่อการร้าย" ด้านสื่อผู้จัดการเผยแกนนำเสื้อแดง Los Angeles หนีออกนอกประเทศแล้ว

วันนี้ (9 มิ.ย.53) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยบัญชีรายชื่อผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) และความผิดที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งถูกควบคุมตัว ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.saranitet.police.go.th/ มีจำนวน 417 คน โดยระบุรายละเอียดทั้งข้อหา สถานที่ควบคุมตัว รวมทั้งชื่อพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่สังกัด

ส่วนการตรวจสอบผู้สูญหาย ข้อมูลในเว็บไซต์กองสารนิเทศ ได้ระบุว่ารายชื่อบุคคลที่ถูกแจ้งสูญหายนั้นตรวจสอบแล้วตรงกับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัว 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายอาทิตย์ ทรงเดช แจ้งหายตามบัญชีบุคคลสูญหาย พลัดหลง ของ สยศ.ตร.ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันพยายามวางเพลิง, ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธฯ ตามคดีอาญาที่ 1711/2553 ของ สภ.เมืองอุดรธานี ปัจจุบันถูกควบคุมที่เรือนจำกลางอุดรธานี 

2.นายวิชัย แสงแพง อายุ 30 ปี แจ้งหายตามข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ค.53 ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามคดีอาญาที่ 445/2553 ของ สน.ปทุมวัน ปัจจุบันถูกควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 3.นายวิจิตร ตรีกุล แจ้งหายตามข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 18 พ.ค.53 ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามคดีอาญาที่ 635/2553 ของ สน.ดินแดง ปัจจุบันถูกควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

4.นายชัชวาล ต้อนรับ แจ้งหายตามข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ค.53 ข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร ตามคดีอาญาที่ 461/2553 ของ สน.ปทุมวัน ปัจจุบันถูกควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ และ5.นายวิศิษฏ์ แกล้วกล้า อายุ 33 แจ้งหายตามข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงา (แจ้งชื่อนายวิศิษย์ แก้วกล้า อายุ 32 ปี) เป็นบุคคลที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ข้อหาปล้นทรัพย์, ร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามคดีอาญาที่ 430/2553 ของ สน.ปทุมวัน ปัจจุบันถูกควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

http://www.saranitet.police.go.th/

ขณะที่ เนชั่นทันข่าว รายงานว่า พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ชี้แจงข้อมูลต่างๆ ทั้งกรณีผู้ถูกจับกุมคดีต่างๆ ทั้งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดอาญา โดยให้สำรวจรายชื่อ สถานที่ควบคุมต่างๆ ว่าใครไปอยู่ที่ใด มีความผิดอะไร เพราะบางครั้งญาติหาไม่ได้ ส่วนอีกเรื่องคือ กรณีคนสูญหายหรือแจ้งว่าสูญหาย ซึ่งตำรวจก็ตรวจสอบไปทุก สน.หลายรอบแล้ว มีจำนวน 20 ราย ขณะเดียวกันมีข้อมูลปรากฏตามสื่อต่างๆ รวมทั้งที่มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งมีการรายงานข้อมูลว่าคนหายไป 79 ราย ในที่ประชุม ศอฉ.

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมฯ ได้ระบุให้ผู้ที่เข้าแจ้งกรณีคนสูญหายทั้งหมดให้แจ้งที่ สน.ซึ่งเป็นส่วนราชการด้วย เพื่อเป็นหลักฐานในการทำนิติกรรมทุกอย่าง อีกส่วนให้ตำรวจประสานมูลนิธิกระจกเงา รวมถึงพรรคฝ่ายค้านให้ส่งข้อมูลให้กับตำรวจด้วย ในกรณีมีผู้ที่แจ้งตามหาผู้สูญหาย ซึ่งอาจถูกคุมขัง หรืออาจติดคุก หรือเป็นการสูญหายในเรื่องอื่นจะได้ตามหา

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อมาว่า ศอฉ.แจ้งด้วยว่าในหลายกรณีอาจมีการแจ้งเพราะคนหายจริงๆ แต่กรณีเอาคนกลุ่มอื่นมาแจ้ง หรือแจ้งด้วยเหตุอื่นไม่เกี่ยวกับการเมือง ซึ่งต้องตรวจสอบว่าการแจ้งหายนั้นมีเจตนาใด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำข้อมูลผู้ที่ถูกควบคุมไปขึ้นเว็บไซต์ กองสารนิเทศในช่วงเย็นวันนี้

ทั้งนี้ ในส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สรุปยอดรวมผู้ต้องหาคดีอาญาที่ถูกควบคุม ขัง หรือกักขัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้ง 417 คน แบ่งตามการควบคุมดูแลโดยหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีดังนี้

1.กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จำนวน 221 คน
 
2.ตำรวจภูธรภาค 1 (9 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ปทุมธานีพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท และสิงห์บุรี) จำนวน 40 คน
2.1 จังหวัดปทุมธานี จำนวน 14 คน
2.2 จังหวดสมุทรปราการ จำนวน 8 คน
2.3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 18 คน
3.ตำรวจภูธรภาค 2 (8 จังหวัด คือ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว) จำนวน - คน
 
4.ตำรวจภูธรภาค 3 (8 จังหวัด คือ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี) จำนวน 29 คน
4.1 จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 29 คน
 
5.ตำรวจภูธรภาค 4 (11 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี) จำนวน 105 คน
5.1 จังหวัดขอนแก่น จำนวน 6 คน
5.2 จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 19 คน
5.3 จังหวัดอุดรธานี จำนวน 80 คน
 
6.ตำรวจภูธรภาค 5 (8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน) จำนวน 20 คน
6.1 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 คน
6.2 จังหวัดเชียงราย จำนวน 10 คน
6.3 จังหวัดน่าน จำนวน 5 คน
 
7.ตำรวจภูธรภาค 6 (9 จังหวัด คือ พิษณุโลก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร ตาก นครสวรรค์) จำนวน - คน
 
8.ตำรวจภูธรภาค 7 (8 จังหวัด คือ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี) จำนวน 2 คน
8.1 จังหวัดนครปฐม จำนวน 2 คน
 
9.ตำรวจภูธรภาค 8 (7 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร), ตำรวจภูธรภาค 9 (4 จังหวัด คือ สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง), กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), ศูนย์ปฏิบัติตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) จำนวน - คน
 
 
 
เผย 29 รายชื่อ ผิด พ.รก.ฉุกเฉินฯ ถูกคุมตัวใน ค่ายทหาร-ตชด.อีก 37 ชื่อโดนคดีก่อการร้าย 
 
ส่วน มติชนออนไลน์ รายงานวันเดียวกันนี้ ถึงรายชื่อผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ถูกจับกุมและมอบตัวแล้ว 29 ราย และผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 50 ราย รวมถึงรายชื่อผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย โดยกรมสอบสวนพิเศษออกหมายจับ 37 ราย ซึ่งหลายคนโดนทั้ง 2 ข้อหา 
 
คุมตัวที่ บก.ตชด.ภาค 1 คลองห้า จ.ปทุมธานี
1.นางศิริวรรณ นิมิตศิลป์
2.นางวิกานดา ปักกาลัง (ปล่อยตัว)
3.น.ส.รัศมี มาลาม
4.นายธาดา บุญสุขศรี
5.นายชากิรีน บุญมาเลิศ
6.นายวายุภักดิ์ โนรี (ปล่อยตัว)
7.นายภาสกร หรือสมนึก ศิริรักษ์ (ปล่อยตัว)
8.พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ (ปล่อยตัว)
9.น.ส.ดวงมณี บุณรัตน์ (ปล่อยตัว)
10.นายไพโรจน์ แสงศรี
11.นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 
 
คุมตัวที่ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
1.นายเมธี อมรวุฒิกุล
2.นายเขน แขนสันเทียะ
3.นายชยุต ใหลเจริญ
4.นายเรืองอำนาจ พุทธิวงศ์
5.นายมีชัย สินนาค (ปล่อยตัว)
6.นายอำนาจ อินทโชติ
7.นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก
8.นพ.เหวง โตจิราการ
9.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
10.นายนิสิต สินธุไพร
11.นายวีระ มุสิกพงศ์
12.นายก่อแก้ว พิกุลทอง
13.นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา
14.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท 
 
คุมตัวที่ค่ายอดิศร ศูนย์การทหารม้า จ.สระบุรี
1.นายจรัญ หรือยักษ์ ลอยพูล
2.นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
3.นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ (ปล่อยตัว)
4.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสียชีวิต)
 
ติดตามจับกุมตัว
1.นายพายัพ ปั้นเกตุ
2.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
3.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
4.นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือนายวันชนะ เกิดดี
5.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์
6.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย
7.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย
8.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
9.นายอดิศร เพียงเกษ
10.นายวรพล พรหมิกบุตร
11.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
12.นายสำเริง ประจำเรือ
13.นายวิสา คัญทัพ
14.นางไพจิตร อักษรณรงค์
15.นายอารี ไกรนรา
16.นายอร่าม แสงอรุณ
17.นายมงคล สารพัน
18.นายธนเดช เอกอภิวัชร์
19.นายราตรี หรือชาตรี ชื่นชม
20.นายพันธุ์ศักดิ์ ชาบุ 
21.นายธนกฤต นาคบรรจง
22.นายนิพนธ์ แสงสีนิล
23.น.อ.พิรัตน์ วัฒนพานิช
24.นายชุติพนธ์ ทองคำ
25.นางกัญญาภัค มณีจักร
26.นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล
27.นายภูมิใจ ไชยยา
28.นายนิยม เหลืองเจริญ
29.นายอภิชาต อินสอน
30.น.ส.มาระตี วงศ์ไทย 
31.นายวินัย แสงสีนิล
32.น.ส.กัลยารัตน์ กาวีระ
33.นายประทีป ใจหาญ
34.นายสมเกียรติ สาระเนียม
35.นายธนานันท์ ศรีสุดดี
36.นายกิตติ์ดนัย พริ้งกุลเศรษฐ์
37.นายพีระ พริ้งกลาง
38.นายสมชาย ไพบูลย์
39.นายนาวิน บุญเสรฐ
40.นางประทีป อึ้งทรงธรรม 
41.ชายไทยไม่ทราบชื่อ
42.ชายไทยไม่ทราบชื่อ
43.นายอัครพล ขันธกาญจน์
44.ว่าที่ ร.ต.สุรภัศ จันทิมา
45.นายอรรณพ แซ่ตัน
46.นายจักรชลัช คงสุวรรณ์
47.นายสมบัติ มากทอง
48.นายศักดา แก้วผูกนาค
49.นายยงยุทธ ท้วมมี
50.นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ
 
ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย
1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
2.นายพายัพ ปั้นเกตุ
3.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
4.นายศิริวรรณ นิมิตศิลป์
5.นายยศวริศ ชูกล่อม
6.นายวีระ มุสิกพงศ์
7.นพ.เหวง โตจิราการ
8.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
9.นายขวัญชัย สาราคำ
10.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 
11.นายนิสิต สินธุไพร
12.นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง
13.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
14.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
15.นายอดิศร เพียงเกษ
16.นายชินวัตน์ หาบุญพาด
17.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
18.นายก่อแก้ว พิกุลทอง
19.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
20.นายสุรชัย เทวรัตน์ 
21.นายรชต วงค์ยอด
22.นายสุขเสก พลตือ
23.นายวิเชียร ขาวขำ
24.นายอารี ไกรนรา
25.นายชยุต ใหลเจริญ
26.นายการุณ โหสกุล
27.นายอำนาจ อินทโชติ
28.นายจรัญ ลอยพูล
29.นายมงคล สาระพัน
30.นายยงยุทธ ท้วมมี 
31.นายสมบัติ มากทอง
32.นายอร่าม แสงอรุณ
33.ร.ต.สุรภัศ จันทิมา
34.นายจักชลัช คงสุวรรณ
35.นายอัครพล ขันทกาญจน์
36.นายศักดา แก้วผูกนาค
37.นายอรรณพ แซ่ตัน
 
 
ดีเอสไอ ยัน “ศิริวรรณ” แกนนำคนเสื้อแดง L.A.หนีไปแล้ว
 
ด้าน เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ รายงานข่าวระบุถึง นางศิริวรรณ นิมิตศิลป์ แกนนำเสื้อแดง Los Angeles สหรัฐอเมริกาว่าทได้ถูกจับกุมตามหมายจับ เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นถูกควบคุมตามตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวณชายแดนภาค 1 (บก. ตชด.ภ.1) คลอง 5 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ต่อมามีพลเมืองดีแจ้งเข้ามายัง เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ ว่าพบนางศิริวรรณ เดินทางไปยัง Los Angeles สหรัฐอเมริกาแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบ และได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่าได้มีการปล่อยตัวนางศิริวรรณไปแล้วจริง ซึ่งไม่ตรงกับการรายงานข่าวของมติชน จึงทำการตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง 
 
เอเอสทีวี ผู้จัดการออนไลน์ รายงานต่อมาว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองปราบปราม ยืนยันตรงกันว่า นางศิริวรรณ ได้หลบหนีไปแล้ว หลังจากที่พนักงานสอบสวนปล่อยตัวในชั้นแรก ก่อนที่จะถูกออกหมายจับก่อการร้าย และหลังจากศาลออกหมายจับก่อการร้ายแล้ว ทางดีเอสไอ เรียกตัวให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่นางศิริวรรณ ได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว 
 
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว ยั้งได้รับการยืนยันจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอด้วย
 
 
รวบอีก 2 แนวร่วม นปช.อดีต สข.ทรท.- ผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชน ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 
 
ข่าวสดออนไลน์ รายงายเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.53 พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุมนายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีต สข.บางบอน ของพรรคไทยรักไทย ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ 96/2553 ได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 33 หมู่ 1 ต.ควนเกย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้นจึงนำตัวเดินทางเข้ามาสอบปากคำ และลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน ที่กองปราบปราม 
 
นายสมชาย กล่าวว่าที่ตนโดนหมายจับ ก็เนื่องจากว่าได้ไปตั้งเวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ค.ซึ่งอยู่ใกล้กับสามเหลี่ยมดินแดง ที่มีการปะทะกันจนทำให้มีผู้เสียชีวิต จึงได้มีผู้ใหญ่คนหนึ่งขอให้ไปช่วยดูแล เพราะถ้าการชุมนุมใดที่ไม่มีคนดูแลคอยห้ามปราม ก็อาจมีคนเสียชีวิตมากขึ้น ตนจึงรับอาสาไป 
 
“เราต่อสู้กันมาขนาดนี้แล้ว ก็ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการ ผู้มีอำนาจเมื่อหมดอำนาจก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเหมือนกัน เราชาวพุทธเชื่อว่าเวรกรรมมีจริงเท่านั้นเอง ไม่มีอะไร ผมมั่นใจว่า 86 ศพของพวกเรา ต้องคอยเป็นกำลังใจให้ผมอย่างแน่นอน” นายสมชาย กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่านายสมชาย เป็นแกนนำกลุ่ม นปช.ที่ขึ้นเวทีปราศรัยบ่อยครั้ง โดยอยู่ในกลุ่ม “Thailandmirror” จัดรายการวิทยุชุมชนในเว็บไซต์ และเป็นแกนนำตั้งเวทีคู่ขนานอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งถูกออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ภายหลังการสอบสวนแล้วทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมชายไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี
 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากในรายของนายสมชายแล้ว ชุดสืบสวนของกองปราบปรามนำโดยพ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.กก.1 บก.ป. ยังได้เข้าจับกุม นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ ผู้บริหารสถานีวิทยุชุมชน “คนรักไทย” คลื่น 95.25 เอฟเอ็ม ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ 49/2553 ได้ที่ ถ.ประชาราษฎร์ สาย 1 ซ. 28 แขวงและเขตบางซื่อ กทม. หลังจากนั้นได้นำตัวส่งไปควบคุมไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี
AttachmentSize
บัญชีรายชื่อผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และความผิดที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งถูกควบคุมตัว409.34 KB

ครับ

ครับ มันน่าเศร้าใจจริงๆนะครับประเทศนี้ ประชาชนคนดีๆที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยด้วยสองมือเปล่าเกือบสองเดือนไม่มีปัญหาอะำไร สงบ สุข สนุก และสันติดี แต่พลันที่คณะของไอ้มาร์คไอ้เมือก ประกาศภาวะฉุกเฉิน ขอพื้นที่คืน จนมาถึงบัดนี้พวกเขาคนดีเหล่านั้นได้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปเหม็ดแหล่ว บ้างก็ถูกฆ่าตาย บ้างก็ถูกจับขังคุก ทีนี้ก็เหลือแต่พวกไอ้มาร์คไอ้เมือกไอ้ห้อยและไอ้เทพมอย ห หายไว้คอยเห่า หนุกจริงแหละมรึง ประเทศนี้ ครับผม

......”.......มีการปล้นสะดมร้

......”.......มีการปล้นสะดมร้านสะดวกซื้อเอาของไปมากมายหลายอย่าง แต่ไม่เอาหนังสือไปด้วยเพราะอ่านหนังสือไม่ได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมจะเชื่อแกนนำอย่างเดียว ................”
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆศก ศอฉ. พูด
.............
...........................................................๑..........................................
..............
.............เพราะความจนปล้นปัญญาหรือว่าโง่...............เคยมีโอกาสใดเปิดให้นี่
อยากทำอะไรได้เลยไม่เคยมี......................................อยากได้ดีที่เท่ไม่เฮโล
แต่ไฮโลว์โง่เง่าเอาไปหมด..............................โอกาสอดมากกว่าอิ่มทั้งหงิมโง่
อยู่ใต้ถุนสังคมจมเกมส์โชว์...................................โอกาสโอ่โผล่ไกลแทบไม่มี
.............ไอ้ไฮโลว์โง่เง่ามันเขลาขลาด....................แทงพลาดคาดผิดติดแต่หนี้
ไม่ยอมเลิกลดละผละเสียที.......................................ขออีกทีอีกทีจนหนี้บาน
นั่น 19 ก.ย. 49 อ้าวอีกแล้ว.................................ผีถ้วยแก้วตะกละรัฐประหาร
ชนชั้นกลางวางมือร่วมยื้อจาน..............................ร่วมทหารสังหารรัฐตัดสิทธิ์คน
มาปีนี้สี่ปีแล้วแนวรบเริ่ม.......................................มันกลับเพิ่มภัยมาโกลาหล
คิดว่าผ่านแต่ผันผกนรกรณ....................................นำผองชนชิงชังกันทั้งไทย
..............ลับลวงพรางร่างรัฐธรรมนูญ....................ปี 50 ซุก ม.77 หมกเม็ดไว้
รัฐต้องมีอาวุธยุทธปัจจัย........................................นั่นงัยในนัยยะงบประมาณ
งบประมาณกลาโหมหื่นโถมถา........................เผยโฉมหน้าพ่อค้าอาวุธชุดสังหาร
ตลาดใหญ่ในภูมิภาคอยากประจาน...................ทวยทหารสรรเสริญเพลิดเพลินไป
ตั้งร้านสะดวกซื้ออื้ออาวุธ..........................................เอาไว้กุดหัวคนพ้นสมัย
ไอ้พวกไม่อ่านหนังสือคือพวกไพร่....................ประชาธิปไตยใครหลอกมา........
..............ขอเรียนท่านไก่อูผู้น่าถีบ........................ที่ไม่รีบหยิบหนังสือก็คือว่า
อันตัวข้าผู้น้อยไม่ค่อยมีเวลา................ถ้าชักช้าห่ากระสุนพรุนนะซี..!!!!!!!!!!!!!!!

...........................................................๒............................................
..............
..............หลังจากกลอนก่อนหน้ามาไม่นาน.........ข่าวทหารพม่าเดินหน้าหนี
เผด็จการทหารพม่าหาวิธี.................................เหตุบ่งชี้ที่ทางสร้างนิวเคลียร์
เอาละสิภูมิภาคมากอาวุธ................................เกทับสุดสายตากล้าได้กล้าเสีย
ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ ไม่กลัวเฮีย.............................ไฟลุกเลียลิ้นพองปรองดองยาว
ก็คุณร่างรัฐธรรมนูญสถุลถ่วง.............................ใครโชติช่วงใช่พ่อค้าอาวุธฉาว
ทหารไทยใหญ่ยิ่งทิ้งไพ่พราว.............................พม่าลาวเวียตนามขะแมร์แห่ตามดู
เล่นเก้าเกมาเลย์ดิ้นอินโดโด่..............................สิงคโปร์โห่ตามหามขึ้นเมรุ
..............มองภายหน้าชะตากรรมหนำมนุษย์.........ไยเมืองพุทธผู้นำทำเช่นเถน
ฤาสิ้นสุดสุวรรณภูมิตูมระเนน.....................เพราะอ้ายเวรตะไลในไทยแลนด์.........

นี่หรือปรองดอง

นี่หรือปรองดอง นี่หรือสมานฉันท์...
อำนาจอยู่ในมือคนชั่ว บ้านเมืองจึงลุกเป็นไฟ
วันนี้ไฟมอด แต่ไฟแช็คยังมีขายเกลื่อน
หากยังไล่ล่าราวีไม่เลิก
คำว่าปรองดอง สมานฉันท์
จะเป็นคำที่ถูกพูดถึงน้อยกว่าคำว่า "หมาจนตรอก"