กรุงเทพโพลล์สำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ “ทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ หลัง นปช. ยุติการชุมนุม”

นักเศรษฐศาสตร์ทบทวนตัวเลข GDP ปี 53 คาดทั้งปีขยายตัว 4.3 % เสนอคงอัตราดอกเบี้ยถึงสิ้นปี

16 มิ.ย. 53 - ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ จำนวน 25 แห่ง เรื่อง “ทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ หลัง นปช. ยุติการชุมนุม” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 8-14 มิ.ย. ที่ผ่านมา

พบว่า นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากถึงร้อยละ 86.6 ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 2553 ทั้งปีจะขยายดีกว่าปี 2552 โดยคาดว่า GDP จะขยายตัวเท่ากับร้อยละ 4.3 แม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช. และวิกฤติหนี้สาธารณะของประเทศแถบยุโรป โดยนักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 27.8 เห็นว่าการส่งออกสินค้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี

สำหรับประเด็นวิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซและประเทศในแถบยุโรปนั้นนักเศรษฐศาสตร์มีความเห็นต่างกันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ร้อยละ 44.8 เห็นว่า วิกฤติดังกล่าวจะไม่ลุกลามและจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อีกร้อยละ 44.8 เช่นกันกลับเห็นว่า วิกฤติจะลุกลามและนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่งแต่แย่น้อยกว่าครั้งที่แล้ว(วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์)

จากปัจจัยวิกฤติทางการเมืองของไทยและวิกฤติหนี้สาธารณะของยุโรปทำให้นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 50.7 เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.25 จนถึงสิ้นปี โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การคงอัตราดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือภาคธุรกิจ ส่งเสริมการลงทุน ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันไม่ได้สูงมากนัก จึงเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันน่าจะเป็นอัตราที่เหมาะสม

ด้านปัจจัยที่จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนั้น ร้อยละ 71.6เห็นว่าเป็นปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล ร้อยละ 55.2 เห็นว่าการชุมนุมประท้วงที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ร้อยละ53.7 เป็นปัญหาความเชื่อมั่นของนักลงทุน(การลงทุนทางตรง) นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ภายใต้แนวคิด “ 3 (อย่าง)สร้างประเทศไทย” ประกอบด้วย (1) สร้างเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ กระตุ้นการท่องเที่ยว การบริโภค ช่วยเหลือ SMEs และภาคการเกษตร ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีการขับเคลื่อนที่ดีขึ้น ลดการพึ่งพาเศรษฐกิจจากภายนอก (2) สร้างความเชื่อมั่น ทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวด้วยการออกมาตรการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม (3) สร้างความปรองดอง เพื่อความแข็งแกร่งของประเทศในระยะยาว และการดำเนินการตามแผนปรองดอง การกำหนดให้การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยเป็นวาระแห่งชาติ

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์