ตลาดอสังหาริมทรัพย์อเมริกายังร่อแร่ แต่จีนกลับสุดร้อนแรง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

“โสภณ พรโชคชัย” แถลงภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐอเมริกายังอยู่ในภาวะ “ขาลง” อย่างต่อเนื่อง สำหรับในประเทศจีนนั้น ปรากฏว่า ราคาบ้านกลับแพง “หูฉี่” 

 

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ได้รวบรวมข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา และจีน เพื่อให้นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทยได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เป็น “แบบอย่าง” หรือ “บทเรียน” สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย จะได้ไม่ก้าวพลาดเช่นในอดีต

ในกรณีสหรัฐอเมริกา ราคาบ้านทั่วประเทศในช่วงเดือนล่าสุดที่สำรวจพบคือเดือนมีนาคม – เมษายน 2553 มีราคาเพิ่มขึ้น 0.8% ในขณะที่เดือนก่อนหน้า (กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2553) มีอัตราการเพิ่มเบาบางมากเพียง 0.1% อย่างไรก็ตามภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐอเมริกายังอยู่ในภาวะ “ขาลง” อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน นี้ มีเพียงกลุ่มมลรัฐบางแห่งที่ราคายังลดลง อันได้แก่ กลุ่มมลรัฐทางภาคกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ (เคนตักกี้ ถึง อลาบามา) กลุ่มมลรัฐนิวอิงแลนด์ (เมน เวอร์มอนท์ ถึง คอนเน็กติกัต) และกลุ่มมลรัฐแอตแลนติกตอนกลาง (นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี และ เพนซิลเวเนีย) จะสังเกตได้ว่า มลรัฐแปซิฟิกที่เคยตกต่ำสุดขีดในอดีตและมีแคลิฟอร์เนียเป็นมลรัฐนำ ปรากฏว่า “เลือดหยุดไหล” หรือราคาเป็นบวกมา 3 เดือนต่อเนื่องกันแล้ว

นอกจากนั้นสำนักงานการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา ยังรายงานว่า ราคาที่อยู่อาศัยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยังลดลง 1.52% กลุ่มมลรัฐที่ลดลงมากที่สุดได้แก่ มลรัฐมอนตานา เนวาดา อริโซนา และนิวเม็กซิโก เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามกลุ่มมลรัฐที่มีราคาเพิ่มขึ้นมากสุด กลับเป็นกลุ่มมลรัฐแปซิฟิก อันได้แก่ ฮาวาย อลาสกา วอชิงตัน ออรีกอน และแคลิฟอร์เนีย

สำหรับในประเทศจีนนั้น ปรากฏว่า ราคาบ้านกลับแพง “หูฉี่” จนกระทั่งชาวบ้านไม่สามารถซื้อบ้านได้เท่าที่ควร ในไต้หวันเคยมีการเดินขบวนมากมายเพื่อประท้วงการที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ มีผู้สนใจซื้อบ้านประมาณ 15.5% ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ตกต่ำลงกว่าแต่ก่อนที่มีผู้สนใจซื้อบ้านมากกว่านี้

 อย่างไรก็ตามราคาบ้านในจีน ช่วงปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนรัฐบาลจีนต้องออกมาตรการหยุดยั้งการเก็งกำไร ด้วยการส่งเสริมให้มีการซื้อบ้านหลังแรกเป็นหลัก ไม่ส่งเสริมการซื้อบ้านหลังที่สองซึ่งมักเป็นไปเพื่อการเก็งกำไร แม้มีมาตรการนี้ออกมาจากรัฐบาล ราคาบ้านในจีนก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ธนาคารกลางของจีนได้สำรวจพบว่า ผู้ซื้อบ้านในจีนก็ยังเก็งว่าราคาบ้านยังจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าราคาเฉลี่ยของบ้านในจีนจะลดลง 0.1% ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ดังนั้นจึงยังมีผู้ซื้อและผู้ทำโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยกันอย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา โดยสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า การขายที่อยู่อาศัยในจีนนั้น ขายและปิดโครงการได้อย่างรวดเร็ว

สังเกตได้ว่าเศรษฐกิจที่ดี เช่น จีน ย่อมทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน ในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ เช่น สหรัฐอเมริกา ย่อมทำให้ราคาบ้านไม่ค่อยขยับ เศรษฐกิจจึงเป็นปัจจัยกำหนดธุรกิจที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ที่อยู่อาศัยก็เหมือนทรัพย์อื่นใด ในยามเศรษฐกิจดี ก็จะมีคนหาซื้อมามากมาย แต่ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ก็อาจต้องจำนอง จำนำ ขายทอดตลาด อสังหาริมทรัพย์จึงเป็นตัวแปรตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกเว้นกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้อยู่ในวงการ

 

 

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th) ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA (www.area.co.th): ในฐานะศูนย์ข้อมูล-วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินที่มีฐานข้อมูลภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุด ได้รับ ISO 9001-2008 ทั้งระบบแห่งแรกในฐานะที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ได้รับรางวัลจรรยาบรรณดีเด่น และเป็นสมาชิก UN Global Compact อีกด้วย

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์