อนุมัติ 4 ข้อแก้ปัญหาสื่อ เล็งปรับเพิ่มโทษกฎหมายมุ่งปราบปราม “สื่อ” ที่เป็นภัยต่อสังคมไทย

รมว.วัฒนธรรม เผย 4 มาตรการแก้ปัญหาสื่อ เตรียมขยายสื่อปลอดภัยลงสู่ท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือสื่องดเสนอภาพความรุนแรงจากเหตุการณ์ไม่สงบ เน้นรณรงค์ความปองดอง แถมปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มโท ษมุ่งปราบปรามสื่อที่เป็นภัยต่อสังคม

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2553 ซึ่ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมีแผนดำเนินการเกี่ยวกับสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เบื้องต้น 4 ข้อดังนี้ 1.ขยายสื่อปลอดภัยลงสู่ท้องถิ่น โดย วธ.จัดตั้งคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนงานด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นำองค์ความรู้และแนวทางที่ได้จากการสัมมนาระดับประเทศและจากจังหวัดนำร่อง 10 จังหวัด มาเป็นแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับท้องถิ่น ขณะนี้คณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ฯ ได้จัดทำร่างคู่มือการจัดทำนโยบายและการปฏิบัติการด้านสื่อปลอดภัยและ สร้างสรรค์ในระดับจังหวัด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับดำเนินภารกิจและจัดทำยุทธศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า 2.ขอความร่วมมือสื่อต่างๆ งดการเสนอภาพที่มีความรุนแรงจากเหตุการณ์ไม่สงบที่ผ่านมา โดยขอให้รายงานข่าวและรณรงค์ให้คนไทยมีความปรองดองกันตามนโยบายของรัฐบาล 3.จัดงานมหกรรมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระดับชาติ ครั้งที่ 1 โดยร่วมมือกับสมัชชาสื่อสร้างสรรค์ในการทำแผนแม่บทและเวทีแลกเปลี่ยนเรียน รู้ระหว่างภาคีเครือข่ายและสร้างระบบการสนับสนุนแบบมีส่วนร่วมเชิงสมานฉันท์ ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดพื้นที่การนำเสนอผลงานด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จากจังหวัด นำร่อง 4. การปรับปรุงกฎหมายที่มีผลต่อการจัดการปัญหาเรื่องสื่อ

“สำหรับการปรับปรุงกฎหมายนั้น จะเน้นกลุ่มกฎหมายที่มีผลต่อการปราบปรามสื่อที่เป็นภัยต่อสังคมไทย ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287 โดยให้มีการกำหนดบทลงโทษให้สูงขึ้น พ.ร.บ.การกระทำผิดความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2551 ให้ครอบคลุมวัตถุที่ยั่วยุพฤติกรรมอันตราย และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2540 ด้านการพิสูจน์ยืนยันบุคคลเป็นต้น และกลุ่มกฎหมายที่มีผลต่อการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล ผู้ชม ผู้ฟัง ผู้อ่าน ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ควรมีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวโดยให้มีการคุ้มครองข้อมูลของเด็ก เป็นต้น” รมว.วัฒธรรมกล่าว

 

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์  

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์