พนักงานซุปเปอร์เมดเตรียมเข้าพบผู้ว่าชลบุรี นายจ้างปิดกิจการ-ค้างค่าจ้าง

5 ก.ค. 53 – พนักงาน บ.ซุปเปอร์เมด โวยนายจ้างปิดกิจการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เตรียมเข้าพบผู้ว่าฯ ชลบุรี หาทางแก้ไขปัญหา ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมทั้งพักร้อนและจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มคนงานได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายเต็มจำนวนในวันที่ปิดกิจการ ต่อนายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาแล้ว

 
แถลงการณ์พนักงานบริษัท ซุปเปอร์ เมดโปรดักส์ จำกัด
 ฉบับที่ ๑
กรณีนายจ้างปิดกิจการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
 
บริษัทซุปเปอร์เมด โปรดักส์ ประเทศไทย จำกัด ทุนจดทะเบียน ๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีโรงงานตั้งอยู่ที่เลขที่ ๒๖๒/๑๐ หมู่ ๓ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ๒๐๒๓๐ ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ ๔๘๐ คนโดยมี นาง อู๋ กง ไฮ เยน เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ขณะนี้ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยแล้ว) และมีนายสำเริง ทองดีเจริญ เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล เริ่มดำเนินกิจการเมื่อ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ ประเภทกิจการ เป็นผู้ผลิต จำหน่าย และส่งออก อุปกรณ์ออกกำลังกาย Hospital Beds เช่น เหล็ก ล้อ อลูมิเนียม สติกเกอร์ กล่องกระดาษ เบาะ ฯลฯ
 
ต่อมาในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ บริษัทฯ ได้ออกประกาศ “เรื่องการหยุดกิจการและเลิกจ้างพนักงานทุกคน” ส่วนค่าจ้างและค่าชดเชยตามกฎหมายที่เหลืออยู่ทุกบาททุกสตางค์จะจ่ายให้หลังจากปิดกิจการไปแล้ว ๙๐วันแต่ไม่มีกำหนดการจ่ายเงินที่ชัดเจน
 
และเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ผู้แทนลูกจ้างจำนวน ๑๓ คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายเต็มจำนวนในวันที่ปิดกิจการ ต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ และรัฐมนตรีฯ ได้รับเรื่องไว้ และได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบและดูแลให้ความชัดเจนกับพนักงานแต่อย่างใด
 
วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตัวแทนพนักงานได้เข้าไปคุยกับผู้บริหารของบริษัทฯ ว่าจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร ได้รับคำตอบจากผู้บริหารว่า “ไม่มีเงินจะจ่ายให้และไม่ทราบว่าในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันปิดกิจการจะมีเงินจ่ายค่าจ้างให้หรือไม่”
 
หลังจากนั้นแกนนำได้มีการปรึกษาหารือกันเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ได้มีมติร่วมกันว่า จะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อมาร่วมหาทางแก้ไขปัญหาในวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. เป็นต้นไป จึงขอแจ้งให้พี่น้องประชาชนทุกท่านที่จะเดินทางไปชลบุรี หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง ปากร่วม-อ่าวอุดม-ศรีราชาในวันและเวลาดังกล่าว เนื่องจากพนักงานซุปเปอร์เมดฯ จะใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางเพื่อเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยที่เรามีข้อเรียกร้องต่อนายจ้างดังนี้
 
๑.ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมทั้งพักร้อนที่เหลือในวันปิดกิจการที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓
๒.ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายในวันปิดกิจการที่ ๙ กรกฏาคม ๒๕๕๓
 
พนักงานซุปเปอร์เมด ขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้
 
 
 
 

 
วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓
ลำดับเหตุการณ์ข้อเท็จจริงการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
บริษัท ซุปเปอร์ เมด โปรดักส์ จำกัด
 
๑)        บริษัทซุปเปอร์เมด โปรดักส์ ประเทศไทย จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ ๐๑๐๕๕๓๓๐๑๖๔๖๔ ทุนจดทะเบียน ๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีโรงงานตั้งอยู่ที่เลขที่ ๒๖๒/๑๐ หมู่ ๓ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ๒๐๒๓๐ ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ ๔๘๐ คนโดยมี นาง อู๋ กง ไฮ เยน เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่และนายสำเริง ทองดีเจริญ เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล เริ่มจดทะเบียนบริษัทฯ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๓ ประเภทกิจการ เป็นผู้ผลิต จำหน่าย และส่งออก อุปกรณ์ออกกำลังกาย Hospital Beds เช่น เหล็ก ล้อ อลูมิเนียม สติกเกอร์ กล่องกระดาษ เบาะ ฯลฯ
ลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นพนักงานรายวันอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ สวัสดิการที่บริษัทฯ จัดให้กับพนักงานมีดังนี้
- ค่าเช่าบ้านเดือนละ ๓๐๐ บาท ค่ารถวันละ ๑๐ บาท เบี้ยขยันเดือนละ ๒๐๐-๓๐๐-๔๐๐ บาท และค่าอาหารจ่ายเป็นคูปองวันละ ๓๐ บาท กรณีใช้ไม่หมดไม่สามารถแลกคืนเป็นเงินได้ กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๒๔ และวันที่ ๙ ของทุกเดือน ทำงานสัปดาห์ละ ๖ วัน และวันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์
 
๒)        ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ผู้บริหารโดยนายสำเริง ทองดีเจริญ ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล และผู้บริหารชาวต่างชาติ ได้เรียกลูกจ้างระดับหัวหน้างานประมาณ ๔๐ คน เข้าประชุมที่ห้องประชุมของบริษัทฯ และนายสำเริง ทองดีเจริญ ได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่าบริษัทฯ จะปิดกิจการตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ส่วนค่าจ้างงวดวันที่ ๒๔ บริษัทฯ จะจ่ายให้ตามปกติ ส่วนค่าจ้างค้างจ่ายนั้นจะจ่ายให้ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ส่วนประเด็นค่าชดเชยนั้นบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ อีกครั้ง
 
๓)        ต่อมาในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. นายสำเริง ทองดีเจริญ ได้เรียกหัวหน้างานระดับ Supervisor, Foreman and Sub Foreman ประมาณ ๑๕ คน เข้าร่วมประชุมและแจ้งให้ทราบว่านายจ้างไม่มีค่าชดเชยจะจ่ายให้ รอให้ขายทรัพย์สินของบริษัทฯ ให้ได้ก่อนจึงจะจ่ายให้แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าจะเป็นเมื่อใด ต่อมาเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. Supervisor ๒ คน คือ นายสำรวย กับนายเต๋า ซึ่งเป็นหัวหน้างานแผนก Packing and Store เรียกประชุมพนักงานประมาณ ๑๒๐ คน ส่วนในแผนกอื่นๆ หัวหน้างานก็มีการเรียกประชุมพนักงานเพื่อชี้แจงเช่นกัน โดยประเด็นในการชี้แจงคือ แจ้งให้กับพนักงานทุกคนทราบว่า ยังจะไม่ได้รับค่าชดเชยหลังจากที่นายจ้างปิดกิจการ ต้องรอให้นายจ้างขายทรัพย์สินได้ก่อนซึ่งไม่มีกำหนดว่าเมื่อไรจะขายได้
 
๔)        ต่อมาในวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๓ พนักงานได้มีการประชุมหารือกันว่าจะทำอย่างไรดีที่จะทำให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย และได้ตั้งผู้แทนลูกจ้างจำนวน ๗ คน คือ ๑)นายสุริยา จำเนียรทรัพย์    ๒)นางสาววีระวรรณ ศรีราชัย ๓)นายเวฬุเทพ ผูกรัก ๔)นายชาติชาย จันทร์ผ่อง ๕)นายสมพงษ์ ค้ำกลาง ๖)นางสาววันดี คลองกลับ ๗)นางสาวกรรณิกา หนูจรเพชร เพื่อเป็นตัวแทนในการเจรจากับนายจ้าง เพื่อให้นายจ้างกำหนดให้ชัดเจนว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรและเมื่อใด ในเรื่องต่อไปนี้
๑)      ให้นายจ้างออกประกาศปิดกิจการกำหนดวันที่แน่นอนให้กับพนักงานทุกคนได้ทราบ
๒)     ให้นายจ้างออกหนังสือเลิกจ้างให้กับลูกจ้างทุกคนเพื่อนำไปใช้สิทธ์กรณีว่างงาน
๓)     ให้นายจ้างออกหนังสือรับรองการทำงาน(ใบผ่านงาน)ให้กับพนักงานทุกคน
๔)     ให้นายจ้างกำหนดวันในการจ่ายค่าจ้าง และเงินค่าสวัสดิการอื่นๆ งวดสุดท้ายให้กับพนักงานให้ชัดเจน
๕)     ให้นายจ้างปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้
-                      จ่ายค่าพักร้อนในส่วนที่ยังคงเหลือ
-                      จ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า(กรณีที่บอกกล่าวล่วงหน้าไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด)
-                      จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา ๑๑๘
 
๕)        และเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น. ได้มีเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ๒ คน เข้ามาที่บริษัทฯ และได้เข้าไปคุยกับนายจ้างโดยที่ไม่มีผู้แทนฝ่ายลูกจ้างเข้าไปร่วมด้วยแต่อย่างใด และเวลาเที่ยงได้เห็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ทั้งสองท่านไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันกับนายจ้างข้างนอกบริษัทฯ ต่อมาในวันเดียวกันเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. ผู้บริหารโดยนายสำเริง ทองดีเจริญ ได้เรียกตัวแทนฝ่ายลูกจ้างทั้ง ๗ คน และผู้สังเกตการณ์รวมประมาณ ๒๐ คนเข้าร่วมประชุมโดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี อยู่ร่วมรับฟังด้วย โดยที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างมีนายสำเริง ทองดีเจริญ และนายอู๋ ซัน จิ่ง ซึ่งเป็นสามีของนางอู๋ กง ไฮ เยน กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ และผู้บริหารอื่นที่เป็นชาวต่างชาติอีก ๓ คน
 
นายอู๋ ซัน จิ่ง ได้เป็นประธานในที่เจรจา โดยมี นายคิทลี เป็นผู้แปลจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษ และนายสำเริง ทองดีเจริญ แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยอีกทอดหนึ่ง นายอู๋ ซัน จิ่ง ได้แจ้งกับผู้แทนฯ ฝ่ายลูกจ้างและทุกคนในที่ประชุมให้ทราบว่าบริษัทฯ จะปิดกิจการในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป โดยจะจ่ายค่าจ้างงวดประจำวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓ และงวดประจำวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ตามปกติให้กับพนักงานทุกคน ส่วนหนังสือเลิกจ้างและหนังสือรับรองการทำงานนั้นจะออกให้กับพนักงานทุกคนในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓เช่นเดียวกัน ส่วนเงินค่าชดเชยและเงินอื่นๆ ตามกฎหมายนั้นยังไม่มีจ่ายให้ และไม่ทราบว่าจะสามารถจะจ่ายให้ได้เมื่อใด ถ้าสามารถขายทรัพย์สินได้ก็จะจ่ายให้บางส่วนก่อน ในส่วนที่ยังไม่ครบก็ไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีจ่ายให้ได้เมื่อไร
 
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยนายสุทัศน์ ได้ทำบันทึกและจะให้ทั้งสองฝ่ายเซ็นชื่อ แต่ผู้แทนฝ่ายลูกจ้างได้โต้แย้งว่าขอให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้กับพนักงานทุกคนก่อนที่จะปิดกิจการเพราะเป็นสิทธิตามกฎหมายของทุกคนที่จะต้องได้รับและนายจ้างเองก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกัน จนในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ไม่สามารถตกลงกันได้จึงยุติการเจรจาเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น.
 
ต่อมาเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ผู้แทนของบริษัทฯ โดยนายสำเริง ทองดีเจริญ ได้เรียกพนักงานทุกคนมาประชุมและแจ้งให้กับพนักงานทุกคนทราบว่าได้เลื่อนการปิดกิจการออกไปเป็นวันที่ ๑๐ กรกกาคม ๒๕๕๓ ส่วนเรื่องค่าชดเชยในงวดแรกนั้นจะจ่ายให้กับพนักงานในบางส่วนก่อนแต่ไม่สามารถตอบได้ว่าจำนวนเท่าไร และในส่วนที่เหลือจะจ่ายให้หลังจากที่บริษัทฯ ได้ขายทรัพย์สินของบริษัทฯ ได้แล้วแต่ก็ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ ทำให้พนักงานทุกคนออกมาโต้แย้งว่า นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยการจ่ายค่าชดเชยให้ถูกต้องในครั้งเดียวแล้วต้องกำหนดระยะเวลาให้ทุกคนทราบด้วย และต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนที่จะปิดกิจการ
 
๖)        ต่อมาในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. นายสำเริง ทองดีเจริญ ได้เรียกหัวหน้างานประมาณ ๔๐ คน เข้าประชุมและได้พุดกับทุกคนด้วยวาจาที่ไม่สุภาพและแสดงอารมณ์ว่า “พวกมึงรอกันไม่ได้หรือ” และได้มีการพูดในลักษณะข่มขู่ว่าถ้ามีการเรียกร้องนักทุกคนจะไม่ได้อะไรเลย เพราะตัวเขาเองเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับการปิดกิจการทุกอย่าง
 
ผู้แทนเจรจาฝ่ายลูกจ้างยังคงยืนยันที่จะให้นายจ้างกำหนดระยะเวลาในการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้ชัดเจน แต่นายสำเริง ทองดีเจริญ ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ และพนักงานได้มีการสอบถามถึงผลกำไรของบริษัทฯ ซึ่งที่ผ่านมาผลประกอบการมีกำไรมาโดยตลอด แต่บริษัทฯ ได้อ้างว่าขาดทุน และไม่มีการจ่ายโบนัสประจำปี และไม่มีการปรับค่าจ้างประจำปีมาต่อเนื่อง ๒ ปีแล้ว พนักงานทุกคนก็ได้ช่วยบริษัทฯ มาโดยตลอด และจากที่ไปตรวจสอบงบการเงินของบริษัทฯ ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดชลบุรี บริษัทฯ ก็ไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใด แต่นายสำเริง ทองดีเจริญ ได้บอกว่าเอกสารงบการเงินที่ได้มาเป็นเอกสารเท็จไม่เป็นความจริง หลังจากนั้นนายสำเริง ทองดีเจริญ แจ้งว่าจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดกับพนักงานด้วยตัวเองอีกครั้งในวันจันทร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ และเลิกการประชุมเวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น.
 
๗)     ในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. นายสำเริง ทองดีเจริญ ได้มีคำสั่งให้โยกย้ายสถานที่ทำงานของผู้แทนเจรจาฝ่ายลูกจ้างจากสำนักงานชั้นบนลงมาอยู่สำนักงานชั้นล่างหน้าห้องของผู้จัดการ เพื่อดูการเคลื่อนไหวของตัวแทนลูกจ้างส่วนหน้าที่งานหรือลักษณะงานที่ทำนั้นยังคงเดิม เมื่อสอบถามถึงสาเหตุการย้ายสถานที่ทำงานก็ไม่สามารถตอบได้ และทั้ง ๓ คน คือ ๑)นางสาววีระวรรณ ศรีราชัย ๒)นางสาววันดี คลองกลับ ๓)นางสาวกรรณิกา หนูจรเพชร และในส่วนของนายสำเริง ทองดีเจริญ ก็ไม่ได้มีการเรียกประชุมพนักงานชี้แจงตามที่ได้พูดไว้กับตัวแทนของพนักงานแต่อย่างใด
 
๘)      วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ นายสุริยา จำเนียรทรัพย์ ได้ทำหนังสือถึงนายจ้างให้แสดงความชัดเจนเรื่องการปิดกิจการและกำหนดวันเวลาในการจ่ายค่าชดเชย และสิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้างพึงได้รับ แต่ในส่วนของนายจ้างโดยนายสำเริง ทองดีเจริญ ได้ตอบกลับด้วยวาจาว่าจะยังไม่ปิดกิจการ หลังจากนั้นเวลาประมาณ ๑๑.๓๐ น. ผู้แทนลูกจ้างได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายกรณีนายจ้างปิดกิจการต่อหัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี และเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. ได้ไปที่ศาลากลางจังหวัดชลบุรีและเข้าพบเลขาผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เพื่อขอเข้าพบและยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี แต่เลขานุการผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี แจ้งว่าให้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรีแทนหลังจากนั้นเรื่องก็จะมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเช่นเดียวกัน จึงได้ไปยื่นหนังสือที่สำนักงานแรงงานจังหวัดชลบุรี และเดินทางกลับ
 
๙)    ต่อมาในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๓ บริษัทฯ ได้ออกประกาศ “เรื่องการหยุดกิจการ” โดยประกาศที่ออกไม่เป็นไปตามความต้องการของคนงาน ดังมีเนื้อหาในประกาศ ดังนี้
บริษัทขอเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไปฯ
  • ค่าแรงวันที่ ๑-๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ จะจ่ายให้ในวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓
  • ค่าแรงวันที่ ๑๖-๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ จะจ่ายให้ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓
  • ค่าแรงวันที่ ๑-๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ จะจ่ายให้ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓
  • สิทธิพักร้อนที่เหลืออยู่จะจ่ายให้ในงวดวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓
  • ค่าชดเชยตามกฎหมายที่เหลืออยู่ทุกบาททุกสตางค์จะจ่ายให้หลังจากปิดกิจการไปแล้ว ๙๐วันหลังจากปิดกิจการ
  • บริษัทฯ จะขายทรัพย์สินบางส่วนที่ขายได้และจ่ายจะเฉลี่ยให้กับพนักงานทุกคน ๘% ของค่าชดเชยจะจ่ายให้ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้หลังจากปิดกิจการไปแล้ว ๙๐วันหลังจากปิดกิจการ(แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไร)
๑๐)ต่อมาวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ ผู้แทนลูกจ้างจำนวน ๑๓ คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายเต็มจำนวนในวันที่ปิดกิจการ ต่อนายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ และรัฐมนตรีได้รับเรื่องไว้ และได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย
๑๑)วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ หัวหน้างานได้เข้าไปคุยกับผู้บริหารของบริษัทฯ ว่าจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร ได้รับคำตอบว่า “ไม่มีเงินจะจ่ายให้และไม่ทราบว่าในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันปิดกิจการจะมีเงินจ่ายค่าจ้างให้หรือไม่”
 
 
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์