กอ.รมน.พร้อมส่ง 1,200 วิทยากรลงพื้นที่ หากเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

'เพื่อไทย’ แฉแดงถูกกักค่าย จ.กาญจน์ เกิน 30 วัน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ด้านองค์กรสิทธิ จี้ ศอฉ.แจงข้อเท็จจริงการละเมิดสิทธิ์ก่อนให้ยกเลิก ส่วน ตร.เผยคดีชุมนุม พธม.152 คดี เหลือสอบอยู่ 25 ส่วน นปช.รวมคดีจากสงกรานต์ 52-53 มีกว่า 466 คดี

 

เตรียมส่ง 1,200 วิทยากร แจงสลายแดง หากเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.53 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า เวลา 15.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประจำเดือน ก.ค.ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมผู้บัญชาการทหารบก ให้ความสำคัญเรื่องการสานต่อ "โครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจ ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ในปีงบประมาณ 2553 โดยทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะมีการจัดวิทยากร ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารจาก 3 เหล่าทัพ และพลเรือน จำนวน 1,200 คน เร่งลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะสร้างความรักความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชุมชนด้วย รวมถึงการสร้างความเข้าใจในบทบาทและภารกิจของกองทัพ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมาว่า เป็นการปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ โดยในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ที่สโมสรทหารบก จะเชิญชุดวิทยากรจากทั่วประเทศ มารับฟังแนวทางการชี้แจงและความรู้ในเรื่องดังกล่าว หลังจากนั้นในสัปดาห์ต่อไป ในแต่ละกองทัพภาคจะมีการอบรมย่อยวิทยากรอีก 4 วัน

"กอ.รมน.ยังได้สรุปการทำงานในช่วงที่ผ่านมา ให้ผู้บังคับหน่วยได้รับทราบ และพูดถึงการประชุม กอ.รมน.ที่มีการจัดเตรียมแผนการทำงานรองรับ กรณีที่จะมีการยกเลิกหรือคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในบางพื้นที่ ซึ่งทาง กอ.รมน.ได้มีการประชุมกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้กำลังจะจัดทำแผนร่วมกับส่วนงานอื่นๆว่า หากไม่มีกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และต้องใช้กฎหมายอื่นหรือการปฏิบัติอื่นนั้น จะต้องมีแผนการทำงานรองรับอย่างไร ซึ่ง กอ.รมน.จะมีการนำเสนอในโอกาสต่อไป" รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ในช่วงท้ายการประชุมผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยและกำลังพลทุกคน ที่ตั้งใจทำงานในช่วงวิกฤติของสถานการณ์บ้านเมือง จนสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงทหารทุกคนทำงานเพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ การทำหน้าที่ดังกล่าวจึงเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนถึงจุดยืนของกองทัพ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นปึกแผ่นของทหาร ที่สำคัญพี่น้องประชาชนมีความเข้าใจ และยังคงเชื่อมั่นศรัทธาในกองทัพ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นพลังให้ทหารทุกคน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป

 

‘เพื่อไทย’ แฉแดงถูกกักค่าย จ.กาญจน์ เกิน 30 วัน

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 8 คน ที่ถูกคุมตัวไปเมื่อวันที่ 19 พ.ค. มาร่วมแถลงข่าว โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 19 พ.ค. ได้มีการนำประชาชนจำนวนหนึ่ง ขึ้นรถบรรทุกของทหาร โดย ศอฉ. บอกว่าจะส่งกลับภูมิลำเนา แต่ปรากฏว่ากลุ่มคนเหล่านี้ รวมทั้งประชาชนอีกหลายคน ถูกคุมตัวไปยังค่ายแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ในจำนวนนี้มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่ วัยรุ่น ถูกนำไปควบคุมตัวไว้นานกว่าที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กำหนด 30 วัน เพราะเพิ่งมีการนำตัวมาปล่อยที่บริเวณสถานีรถไฟกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยสภาพความเป็นอยู่ตอนถูกควบคุมตัวนั้น มีสภาพลำบาก ได้กินอาหารเพียงมื้อเดียว 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อมาว่า ทางพรรคเพื่อไทยยังทราบอีกว่า มีคนที่ถูกควบคุมตัวลักษณะนี้อีกราว 70 คน หากสามารถทราบสถานที่คุมตัวชัดเจน ก็จะร้องต่อศาลกาญจนบุรีให้ปล่อยตัว ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดเจน ก็อยากให้องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ วอช์ท เข้ามาดูการละเมิดสิทธิตรงนี้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ 

พล.ท.มะ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการนำตัวมาปล่อยครั้งนี้ว่า เหตุใดจึงมาปล่อยที่ข้างถนน คล้ายต้องการให้เป็นข่าว แตกต่างจากครั้งก่อนเมื่อเดือน เม.ย. 2552 ที่การปล่อยตัวจะปล่อยที่สถานีรถโดยสารพร้อมทั้งให้เงินเป็นค่ารถกลับบ้านทันที ซึ่งตนก็ยังไม่แน่ใจว่า การดำเนินการครั้งนี้ ใครเป็นคนทำกันแน่ 

ด้านนายประยงค์ อยู่เอี่ยม อายุ 61 ปี อาชีพรักษาความปลอดภัย อาศัยอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคนเสื้อแดงที่มาร่วมแถลงข่าวด้วย กล่าวว่า ตนถูกควบคุมตัวไปยังค่ายที่คุมตัวตั้งแต่คืนวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นสถานที่ใด และตลอดเวลาที่อยู่ภายในนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่มาชี้แจงสาเหตุที่ถูกคุมตัว หรือบอกว่าจะปล่อยเมื่อไร รวมทั้งได้ยึดบัตรประชาชนไปด้วย กระทั่งถูกปล่อยตัวก็ไม่ได้รับบัตรคืน ซึ่งระหว่างที่อยู่ที่ควบคุมตัว ไม่ได้คุยใครก็ได้แต่คุยกันเอง ไม่ค่อยกล้าคุย กล้าถามเจ้าหน้าที่ ในหนึ่งวันได้กินข้าว 1 มื้อ ในวันที่ถูกปล่อยตัวก็ถูกผ้าปิดตา และเอาตัวขึ้นรถมาทิ้งไว้ที่ริมถนนไม่รู้ว่าเป็นที่ใดพวกเราทั้งหมด 11 คน ต่างก็งงกันอยู่พักใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน และไม่มีเงิน กระทั่งมีคนของ พล.ท.มะ เข้ามาให้การช่วยเหลือ พร้อมทั้งพามาที่พรรคเพื่อไทยและแถลงข่าวในวันนี้ โดยที่ญาติที่บ้านยังไม่ได้ติดต่อไปเลย ซึ่งนอกจากกลุ่มตนที่ออกมาแล้ว ก็ยังมีคนที่ถูกคุมตัวอีกประมาณ 50 คน ที่ยังถูกคุมตัวอยู่ 

ขณะที่นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทย องค์กรฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ที่มาร่วมสังเกตการณ์การแถลงข่าว กล่าวว่า เรื่องที่พรรคเพื่อไทยนำมาเปิดเผยวันนี้ ทาง ศอฉ. ต้องมีคำตอบให้ชัดเจนว่าเป็นจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะวันนี้จะมีการประชุมของ ศอฉ. เพื่อทบทวนการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตนคิดว่า จะต้องเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะการคุวบคุมตัวบุคคลภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นสิ่งที่ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาเราส่งตัวแทนไปเยี่ยมผู้ที่ถูกคุมขังหรือคุมตัวทุกที่ เว้นแต่ที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเราไม่ทราบมาก่อน โดยหลักของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จะมีอำนาจควบคุมตัวเพียง 30 วัน หากครบกำหนดแล้ว จะต้องมีการตั้งข้อกล่าวหาถึงจะควบคุมตัวได้ ถ้าควบคุมต่อเนื่องโดยไม่ได้แจ้งสาเหตุข้อหาอะไร ก็ถือว่ามิชอบ และขัดต่อกติการะหว่างประเทศ ซึ่ง ศอฉ.จะต้องชี้แจง และจะต้องนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นพิจารณาว่า ควรต่อ พ.ร.ก.หรือไม่ เพราะหากเป็นเรื่องจริง จะถือเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง

 

ตร.เผยผลคืบหน้าคดีชุมนุม นปช.คดีเก่าบวกของปี 53 ร่วมแล้วมีกว่า 466 คดี

ขณะที่เนชั่นทันข่าว  รายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ว่า ขณะนี้ที่ประชุม ศปก.ตร.ได้แบ่งคดีออกเป็น 3 กลุ่มคดี ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมี จำนวน 152 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 127 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 25 คดี โดยคดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปตั้งเวทีปราศรัยและชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ ส่วนคดีที่ผู้ชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาและการชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมตามความเห็นของฝ่ายกฎหมาย

พล.ต.ท.พงศพัศกล่าวต่อว่า กลุ่มที่ 2 คดีของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือน เม.ย.52 - ม.ค.53 มีจำนวน 124 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว 105 คดี และอยู่ระหว่างการสอบสวน 19 คดี โดยคดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล 

ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมบุกทุบรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงมหาดไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ และคดีที่ 3 คดีของกลุ่ม นปช.ระหว่างเดือน ม.ค.53 - ปัจจุบัน มีจำนวนทั้งสิ้น 342 คดี ประกอบด้วย คดีเกี่ยวกับเหตุระเบิด 97 คดี คดีเกี่ยวกับความมั่นคง 245 คดี ซึ่งในจำนวนนี้ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษไปแล้ว 89 คดี และส่งให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 1 คดี รวมทั้งอยู่ระหว่างการสอบสวน 228 คดี และสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 23 คดี

  

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์