ประชาธรรม: ความรู้สึกทางการเมืองของ “เกษตรกรแดง”

หลังเหตุการณ์ “พฤษภามหาโฉด” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเงียบหายไปกับสายลม เหลือเพียงความเวิ้งว้าง อาลัยอาวรณ์อยู่กับสถานที่ที่หักผัง ชาวกรุงโศกเศร้ากับความเสียหายในเมือง และยังคงดำเนินชีวิตไปตามปรกติสุข แต่หวาดกลัวกับ “การก่อการร้าย” ที่อาจจะเกิดขึ้นจากกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้การใช้ พ.ร.ก ฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่ยอมรับได้เพราะไม่กระทบต่อวิถีชีวิต
ในขณะที่ความรู้สึกอีกด้านหนึ่งยังอยู่ในความมืด ถูกกดทับด้วยอำนาจอันเหลือล้นของ พ.ร.ก ฉุกเฉิน พวกเขารอเวลาที่จะบอกอารมณ์ ความรู้สึกที่ขับข้องใจ เหตุการณ์ที่พวกเขาเห็น ให้แก่สังคมได้รับรู้ว่า พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนในกรุงรับรู้ พวกเขาก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความเห็นทางการเมืองแบบหนึ่งที่ไม่รู้ว่าความคิดตนเองจะตรงกับคนส่วนใหญ่ของประเทศหรือไม่ จึงมาเรียกร้องให้ยุบสภา แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับ คือ ความเจ็บแค้นและความตาย
ประชาธรรมจึงขอใช้พื้นที่นี้สะท้อน มุมมองความรู้สึกทางการเมืองของ คนเสื้อแดง ที่เหลือพื้นที่เหล่านี้น้อยเต็มที เพราะอย่างน้อยการทำความเข้าใจความคิด ความรู้สึกของพวกเขา เป็นพื้นฐานสำคัญ ที่อาจนำมาสู่การอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างทางความคิด หรือที่รัฐบาลเรียกว่า “ปรองดอง”
บทสัมภาษณ์ในตอนนี้เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวประชาธรรมและ เกษตรกรหญิงสองคนในจังหวัดเชียงใหม่คือ นางแดง ปัญโญ (อุ้ยซอน) อายุ 76 ปี อาชีพเกษตรกรรม และ นางลำตัด ทาชัย (ป้าดวน)อายุ 54 ปี  อาชีพ ค้าขายและทำการเกษตรซึ่งเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ปี 52 รวมถึงเข้าร่วมชุมนุมในปี 53 ด้วย แต่ขณะถูกปราบในเหตุการณ์พฤษภา 53 พวกเขากลับมาทำกิจที่บ้าน เมื่อจะเข้าไปร่วมชุมนุมก็ถูกสกัดจากทหารไว้ พวกเขารู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อะไรคือแนวคิดเบื้องหลังความรู้สึกของพวกเขา อะไรทำให้เกษตรกรหญิงทั้งสองคนทิ้งงานไว้เบื้องหลังแล้วมุ่งหน้าไขว่คว้าหาสิ่งที่ พวกเขาเรียกว่า “ประชาธิปไตย
อุ้ยซอนกับป้าดวนเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเมื่อไหร่และทำไมถึงเข้าร่วมครับ
อุ้ยซอน : เข้าร่วมเสื้อแดงเต็มตัว เมื่อปี 2552 โดยเริ่มจากการประท้วงที่พัทยา ก่อนหน้านี้ดูทีวีเห็นว่ามีกลุ่มที่ทำอะไรก็ไม่ผิด แต่พวกเราทำผิดหมดจนเริ่มรับไม่ได้ ลองคิดดู ณ ปัจจุบัน เราเป็นผู้ก่อการร้าย อย่างอุ้ยเหรอ เป็นผู้ก่อการร้าย มันอ้างขึ้นมาได้ยังไง ทำอย่างนี้มันลำเอียง พันธมิตรยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ไม่โดนอะไร แต่เราปิดถนนโดน อุ้ยไม่ชอบพันธมิตร พอมีเสื้อแดงที่ต่อต้านพันธมิตร เหตุผลดูเข้าท่าน่าเชื่อถือกว่าพันธมิตร เลยเข้าร่วม อีกอย่างนายกคนใหม่เป็นคนชอบโกหก อุ้ยไม่ชอบ พูดตรงๆ คือมันสองมาตรฐาน อย่างอุ้ยดูทีวี เห็นว่ามันโจมตีว่าทักษิณผิดที่ไปเซ็นซื้อที่ดินให้เมีย ซึ่งฟังศาลดูแล้วไม่เห็นว่าจะผิดตรงไหน เป็นผัวเมียกัน ก็ย่อมต้องพึ่งกัน แค่คดีเดียวเอาผิดเขาจนถึงปัจจุบัน แล้วจะเอาผิดถึงโคตรตระกูล ดูแล้วมันเป็นการกลั่นแกล้งเสียมากกว่า
ป้าดวน : คล้ายกับอุ้ยซอน คือ เห็นว่าพวกเราถูกกลั่นแกล้งมากเกินไป เริ่มตั้งแต่เลือกรัฐบาลแล้วก็ถูกล้มทั้งสองคน ในคดีที่พวกเราเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พอมีกลุ่มเสื้อแดงก็เข้าร่วมทันทีเพราะมันตรงกับความรู้เรา
ไปร่วมชุมนุมกี่ครั้งครับ แล้วทำอย่างไรไป
อุ้ยซอน : อุ้ยไปทุกครั้งที่มีการชุมนุม ไม่ว่าจะที่กรุงเทพหรือว่าต่างจังหวัด บางครั้งไปชุมนุมแล้วกลับมาได้สัก 3-4 วันก็ไปอีก ทุกครั้งที่ไปชุมนุม เดินทางด้วยรถกระบะร่วมกับคนรู้จักกันในหมู่บ้าน
ป้าดวน : เหมือนกันนะ แต่ตอนถูกปราบกลับมาทำงานที่บ้านก่อน
เอาเงินจากไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
อุ้ยซอน : พวกเราเสื้อแดงที่ไม่ได้ไปร่วมชุมนุมด้วยจะช่วยบริจาคเงินกันคนละ 10-20 บาท คนที่มีฐานะก็จะบริจาค 100-200 บาท นอกจากนี้ก็จะมีเงินกองทุนที่เราจัดผ้าป่า จัดคอนเสริท และเงินบริจาค ซึ่งยอดที่ได้แต่ละครั้งหลายแสนบาท เอาใช้เป็นค่าน้ำมันรถ โดยคนที่เอารถไปเองจะได้รับการสนับสนุนคันละ 5,000 บาท ไม่ได้ว่าไปรับจ้างนะ อุ้ยสามารถสาบานต่อหน้าดวงตะวันเลย เคยมีคนมาถามยายว่าไปชุมนุมได้เงินเท่าไหร่ ยายโมโหมากเลยตบปาก แล้วถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร อุ้ยไปชุมนุมด้วยความสมัครใจและไม่ใช่ไปเรื่องส่วนตัว แต่ไปเพื่อประชาธิปไตยของส่วนรวม ไปชุมนุมไปนอนกลางดิน กินกลางทราย ฝนตกครั้งหนึ่ง ต้องนั่งยองๆ หลับ ตอนไปร่วมชุมนุมครั้งแรกๆเราก็ไม่ได้ไปทำกินเอง เพราะไปช่วงสั้นๆ จะซื้อกินเองบ้าง มีคนบริจาคข้าวกล่องให้กินบ้าง แต่ครั้งล่าสุดชุมนุมยาวนาน พวกเราทำกินกันเอง ทำแจกคนอื่นด้วย พวกเราเตรียมข้าว เตรียมหม้อ กระทะ ทุกอย่างมาเอง
ป้าดวน : เงินที่ได้รับบริจาคจัดตั้งเป็นกองทุน เราจะใช้เป็นค่าเดินทางเช่นเติมน้ำมัน เป็นหลัก และอีกส่วนจะเป็นการซื้อของดิบมาทำอาหาร ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว พวกเราออกกันเอง เช่น แฟ้บ สบู่ ยาสีฟัน การไปชุมนุมแต่ละครั้ง เรื่องกินไม่ห่วงเพราะส่วนหนึ่งเราเตรียมไปทำกินเอง ซึ่งวัตถุดิบก็มาจากการบริจาคของคนในหมู่บ้านที่ไม่ได้ไป เช่น ผักกาด ฟัก ถั่วพูล
 
นอกจากไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงแล้วทำกิจกรรมอื่นๆบ้างหรือเปล่า
อุ้ยซอน : ไม่มีมีแต่หัวใจกับมือตบ
ป้าดวน :ไม่มี เข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดงเพื่อเป็นกำลังและแสดงพลังอย่างเดียว
 
อุ้ยซอนกับป้าดวนติดตามข่าวสารของคนเสื้อแดงอย่างไร
ป้าดวน: ข่าสารจากเสื้อแดงส่วนกลางเราจะดูผ่าน D-station แต่ข่าวยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวจะมาจากแกนนำในแต่ละระดับไล่ลงมา แล้วก็จะมีการบอกปากต่อปากไปยังคนในหมู่บ้าน เมื่อ D-station โดนปิด ข่าวสารมาจากทางวิทยุที่ออนไลน์ การชุมนุมผ่านเน็ต วิทยุโดนปิด ข่าวก็จะมาทางลับ เช่นใบปลิวที่ออกมาเป็นระยะๆ และก็จะมีการบอกกันปากต่อปาก
อุ้ยซอน :ดูทีวีดาวเทียมและฟังวิทยุ
 
แล้วดูผ่านสื่ออื่นบ้างหรือเปล่า
ป้าดวน : สื่ออื่นช่อง 3-5-7-9 ฟังแทบไม่ได้เพราะข่าวที่ออกเกี่ยวกับชุมนุมไม่ใช่เรื่องจริง เราชุมนุมที่นั้นเรารู้ว่าอะไรเป็นอะไรเมื่อสื่ออกมาไม่ตรงเราก็ไม่ดู เพราะดูแล้วมันจะเกิดความแค้นสุ่มอก เราเลยไม่ดู
อุ้ยซอน : ก็เหมือนกันนั้นแหละ
 
รู้สึกว่าเราได้อะไร เมื่อเข้าร่วมกับขบวนการเสื้อแดง
อุ้ยซอน : เมื่อก่อนเราไม่ค่อยได้รู้ได้เห็นอะไร เราอยู่ที่นี้ ไม่ค่อยได้ไปไหน พอเข้าร่วมเสื้อแดงแล้วได้รู้ ได้เห็นอะไรมากขึ้น และติดตามข่าวสารเรื่องการเมืองมากขึ้น แม้ว่าเรายังไม่ได้สิ่งที่เราหวัง(ประชาธิปไตยและความยุติธรรม) เรามานั่งคิดว่าทำไมข้อเรียกร้องแค่ยุบสภามันถึงได้ยากนัก แต่เราก็รู้สึกว่าเรารักกันมากขึ้น ขอให้มีการเคลื่อนไหว อุ้ยพร้อมจะเข้าร่วม เพราะตอนนี้อยู่หรือตายก็ไม่ต่างกัน
ป้าลำดวน : คล้ายๆกับอุ้ยซอนคือเราได้รู้อะไรมากขึ้น สิ่งที่เรารู้ไม่ได้มาจากการถ่ายทอดแกนนำหรือทางทีวีของคนเสื้อแดงเพียงฝ่ายเดียว เราได้รับข้อมูลจากทั้งสื่อหลัก (ก่อนการชุมนุม)ด้วย เมื่อได้ข้อมูลมาเราลองมานั่งคิดวิเคราะห์ว่าอันไหนมันจริงกว่ากัน บางเรื่องอย่างที่ได้กล่าวไป เราอยู่ในเหตุการณ์แต่สื่อมันออกไปคนละอย่าง เราถึงรู้ว่าอันไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน แล้วเลือกที่จะเชื่อแบบนั้น อีกอย่าง เรื่องความไม่เป็นธรรมมันเป็นเรื่องใหญ่นะเพราะจากสิ่งนี้มันทำให้เราไม่กลัวตาย
 
บอกได้ไหมครับว่า คนเสื้อแดงเป็นใคร มาจากไหน
ป้าลำดวน : คนเสื้อแดงคือประชาชนธรรมดา ที่ต้องการความเป็นธรรมในเรื่องต่างๆ โดยสิ่งที่อยากเห็นคือคนไหนผิดก็ว่าไปตามผิด คนไหนถูกก็ว่าไปตามนั้น และส่วนหนึ่งเป็นคนกลุ่มที่ไม่ชอบพันธมิตร เพราะคิดว่าเป็นกลุ่มที่มีอภิสิทธิ เหนือคนอื่นทำอะไรก็ไม่ผิด ที่สำคัญเป็นต้นเหตุให้ประเทศเสียหายมาจนถึงทุกวันนี้ การปิดสนามบินทำให้คนที่ไม่ใช่พันธมิตรเสียหายอย่างหนัก เราจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรม
อุ้ยซอน : คนเสื้อแดงคือ คนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย ความเป็นธรรม จากกฎหมายและสังคม เพราะเห็นว่าในประเทศนี้มันไม่มี
 
เป้าหมายคนเสื้อแดงคืออะไร
ป้าลำดวน : ส่วนตัวแล้วอยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพราะถ้ามีมาตรฐานเดียวกันแล้วทุกๆคนจะอยู่ร่วมกันได้โดยไม่หวาดระแวง ทุกคนจะอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน
ยายซอน : อยากเห็นความเป็นธรรมในสังคม
 
คนทั่วไปมองว่าเสื้อแดงกับคุณทักษิณ สัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก คนเสื้อแดงกับคุณทักษิณมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
ป้าลำดวน : โดยส่วนตัวป้าไม่เคยสัมพันธ์ ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยเห็นหน้า แต่รู้จักเพราะงานที่เขาเคยทำ ตอนที่เขาเป็นนายกรู้สึกว่าชีวิตมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฉะนั้นแล้วจะว่าคนเสื้อแดงสัมพันธ์กับท่านทักษิณก็ใช่ แต่ไม่ได้สัมพันธ์ส่วนตัว เรารู้สึกชอบนโยบายกับสิ่งที่เขาทำจึงอยากให้เขากลับมา
ยายซอน : ยายก็ไม่เคยเห็นหน้า แต่รู้สึกได้ว่า เวลาที่ท่านเป็นนายก กับไม่เป็นมันต่างกันมาก
 
ลองบอกได้ไหมครับว่า ได้ประโยชน์นโยบายของทักษิณ อย่างไร
ป้าดวน : นโยบาย 30 บาท มันทำให้คนที่ทุกข์ยากอย่างเราไม่ต้องไปขายไร่ ขายนา เพื่อรักษาตัวเอง บางครั้งคนเราป่วยเป็นโรคไม่ได้ตายทันที เป็นญาติ พี่น้องเราก็ต้องคอยดูแลรักษากันเพื่อยื้อชีวิตไว้ให้นานทีสุด บางคนเป็นโรคเรื้อรังก็ต้องใช้เงิน เงินที่เราเก็บออมได้ 10,000-20,000 บาท ก็ต้องเอามารักษา เมื่อเงินเก็บหมดก็ต้องขายไร่ ขายนาเพื่อเอามาเป็นค่ารักษา ถ้าไม่พอก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน แต่เมื่อมีนโยบายนี้ออกมาทำให้เราตัดความกังวลนี้ออกไปได้ ไม่ต้องคิดมาก เรามีเวลาทำมาหากิน มีเงินเก็บ
กองทุนเงินล้าน หรือหมู่บ้านละล้าน หรือ s m l ซึ่งให้มาเปล่าแล้วแต่ว่าหมู่บ้านจะนำไปใช้อย่างไร ส่วนหมู่บ้านเราตั้งเป็นกองทุนหมุนเวียนให้คนในหมู่บ้านกู้ยืมโดยคิดอัตราเบี้ยต่ำเพื่อจะได้ใช่กันอย่างทั่วถึง เมื่อก่อนตอนยังไม่มีนโยบายเหล่านี้ แม่ค้าในตลาดอย่างพวกเราจะต้องใช้เงินมาลงทุนค้าขาย หรือหมู่ชาวไร่ ชาวนา ที่จะต้องมาลงทุนทำการเกษตร เลี้ยง หมู เลี้ยงสัตว์ เมื่อไม่มีทุนก็ต้องกู้เงินรายวัน เสียดอกเบี้ยเป็นวัน เช่น ป้ากู้มา 1000 บาท ป้าต้องเสียดอกเบี้ยให้เขาทันที 200 บาท จากนั้นถ้าไม่มีให้วันต่อไปเสียวันละ 20 บาท ถ้าเรากู้มา 10000 บาท ก็ต้องเสียให้เขาวัน 200 บาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่อนคืนให้หมดทั้งต้นทั้งดอก คือ 40 วัน ถ้าเราผ่อนระยะ 20 วัน เราจะเสียดอกเบี้ยถึง 4,000 บาท ถ้าเราจะเอาเพิ่ม เราก็ต้องหักกับหนี้เก่าก่อน บางครั้งกู้เพิ่มมาหมื่นบาท เหลือใช้ไม่กี่พัน มันทำให้ติดหนี้ไม่รู้จักหมด แต่เมื่อนโยบายนี้เข้ามาเราก็ไม่ต้องไปเอาเงินกู้รายวัน เรามากู้กองทุนหมู่บ้าน ใครเดือดร้อนอะไรก็เดินเข้าไปหากรรมการเงินล้าน เพื่อขอกู้โดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ กู้ 10000 บาทก็เสียดอกปีละ 600 บาท แล้วกองทุนมีเงินเป็นล้าน ปีหนึ่งได้หลายหมื่นบาท ส่วนเงื่อนไขที่เราจะสามารถกู้ได้คือเราต้อง มีเงินออมทรัพย์ให้กองทุนทุกปี โดนเสียปีละ 600 บาทเรียกว่า “เงินสัจจะออมทรัพย์” ซึ่งกองทุนก็เพิ่มขึ้น จากหนึ่งล้านบาทตอนนี้มีประมาณ 4-5 ล้านแล้ว เมื่อเรากู้เงินเราก็ยังเหลือเท่าเดิมไม่ได้ลดลง เป็นต้น นโยบายมันดีมันทำให้เรามีกินมีใช้ มีชีวิตที่สุขสบายขึ้นแล้วจะไม่ชอบได้อย่างไร
ยายซอน : เมื่อก่อนไม่สบายครั้งหนึ่งก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อรักษา แต่พอมีนโยบาย 30 บาท ก็ไม่ต้องเป็นหนี้เพื่อมารักษา นอกจากนี้มีกองทุนเพื่อการศึกษาให้ลูกหลานมีโอกาสเรียนหนังสือด้วย
ส่วนเรื่องกองทุนเงินล้าน ยายก็เคยกู้มาลงทุนให้ลูกชาย เลี้ยงหมู ปลูกผัก ตอนนี้ยายไม่ได้เดือดร้อนอะไรก็ไม่ได้กู้แล้ว แต่ก็ยังเห็นว่านโยบายนี้มันดี เราพึ่งพาได้ในยามเดือดร้อน พอปัญหาเราหมดไปชีวิตเราก็มีความสุข บางคนมีรถจักรยานอยากมีรถจักรยานยนต์เพื่อทุนแรงที่จะนำผัก ฟัก ถั่วไปขายในตลาดได้มากกว่าเดิม รอมาเป็น 10 ปี ยังไม่ได้แต่พอมีกองทุนเงินล้าน สามารถกู้ซื้อได้ มันดีอย่างนี้แล้วจะไม่ให้ชอบได้อย่างไร
 
ตอนทักษิณถูกโค่น มีข้อมูลออกมามากมายว่าทักษิณโกงอย่างไร และเป็นเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ทหารนำมาเป็นข้ออ้างในการปฏิวัติ อุ้ยซอน กับป้าดวนคิดอย่างไร คิดไหมครับว่าทำไมทักษิณถึงถูกโค่นล้ม
ป้าดวน : ตอนที่มีข่าวการชุมนุมขับไล่ท่านทักษิณของกลุ่มพันธมิตร ป้าก็สงสัย (เพราะตอนนั้นยังไม่ได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด) ว่าทำไมทักษิณถึงเป็นคนอย่างนั้น ทั้งที่นโยบายท่านก็ดี แต่ว่าท่านคงเป็นคนไม่ดี มาสร้างภาพหลอกพวกเรา ความรู้สึกก็เห็นใจเขา และไม่ได้ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร และยังคิดไปอีกว่า ทักษิณนี่ร้ายลึก มาทำดีหลอกพวกเรา จากนั้นเราก็ติดตามฟังข้อมูลว่าทักษิณไม่ดีอย่างไร เราติดตามมาจนกระทั่ง ป้าเห็นว่า มันไม่ใช่ เราหาข้อไม่ดีของเขาไม่เจอเลย คิดดู ผ่านมา 3 ปี หาได้แค่ซื้อที่ดินรัชดาอย่างเดียว ที่ว่าโกงกิน ไม่เห็น คอรัปชั่นก็ไม่มี เราก็เริ่มเอะใจ คราวนี้พอเราเลือกนายกสมัครเข้าไปก็โดนคดี จนหลุดจากนายก นายกสมชายเข้ามาก็โดนออกอีก เราก็เลยเข้าใจว่าความยุติธรรมไม่มีแล้ว เหตุนี้มันทำให้คิดว่าสาเหตุที่ท่านทักษิณถูกโค่นล้ม คือ “ดีเกินไป” อยู่ร่วมกับคนเลวไม่ได้ ไปขัดแข้งขัดขาคนอื่น อย่างเรื่องหวยใต้ดิน หวยใต้ดินทำให้เจ้ามือรวย ทักษิณตัดวงจรนี่ออกไปโดยการเอาหวยขึ้นมาบนดิน ทำให้เจ้ามือไม่พอใจ พอเอาขึ้นมาท่านก็เอาไปเป็นกองทุนการศึกษา เอาไปสร้าง 1 อำเภอ 1 ด๊อกเตอร์ มันดีแค่ไหน พวก “อำมาตย์”มันไม่อยากให้คนฉลาดเพราะมันจะไม่สามารถควบคุมเราได้ เลยอ้างว่าเป็นการมอมเมา ทำให้เราไม่เชื่อสิ่งกลุ่มนี้อ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เคยหายไป ถึงไม่มีหวยบนดินคนก็ยังเล่นหวยใต้ดิน หวยใต้ดินก็เป็นการมอมเมา แต่เราไม่ได้อะไรคืนมา คนที่รวยคือเจ้ามือ
อุ้ยซอน : มันเป็นการกลั่นแกล้งกันของพวกคนที่เสียประโยชน์
 
ในความคิดของป้าดวน กับอุ้ยซอน “ไพร่” มีความหมายว่าอะไร
ป้าดวน : ไพร่คือชนชั้นที่ไม่มีอำนาจจะไปต่อรองอะไรได้ ได้แต่ทำมาหากิน ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์
อุ้ยซอน : ไพร่คือชนชั้นที่ถูกอำมาตย์หลอก ไม่มีความรู้
 
แล้ว “อำมาตย์” ละครับ
ป้าดวน : อำมาตย์ คือ พวกที่สามารถบงการทุกอย่างได้ พวกนี้มันไล่เรียงลงมาเป็นเส้นสาย ตั้งแต่คนที่มีอำนาจสูงสุด จนถึงคนที่ได้รับคำสั่งแล้วมาใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมกับเรา กล่าวคือ อำมาตย์คือ พวกทหาร ที่ควบคุมนายกอีกที แต่นายกคืออำมาตย์ เพราะรับคำสั่งมา นายกส่งลงมาที่ผู้ว่าฯ แล้วส่งมาที่นายอำเภอ นายอำเภอส่งมาที่กำนัน ผู้ใหญ่แล้วมาใช้อำนาจกับพวกเรา นี่คื่อระบบของอำมาตย์
อุ้ยซอน : “อำมาตย์” คือ ทำทุกอย่างได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เป็นอำนาจที่ควบคุมเรา ทำให้เราไม่สามารถใช้อำนาจของเราได้ ซึ่งมันไม่ใช่ประชาธิปไตย
 
คำว่า “สองมาตรฐาน” เข้าใจว่าอย่างไร
ป้าดวน : สองมาตรฐาน คือ ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิด แต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด เช่น ช่วงชุมนุมที่ราชประสงค์ รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ห้ามเสื้อแดงชุมนุมมันผิดกฎหมาย แต่เสื้อหลากสีชุมนุมได้ ไม่ผิด เพราะไม่ได้สร้างความเดือดร้อน นี่คือ สอง มาตรฐาน
ยายซอน : สองมาตรฐาน คือ คนที่มีอำนาจ ทำอะไรก็ไม่ผิด แต่คนอย่างเราทำอะไรก็ผิด
 
คิดอย่างไร กับคนเสื้อเหลือง
ป้าดวน : ต้องแยกระหว่าง แกนนำ กับ คนเสื้อเหลือง พวกแกนนำรู้หมดว่าอะไรผิด อะไรถูก แต่คิดเอาผลประโยชน์ของตัวเองก่อนเป็นหลัก การตั้งเสื้อเหลืองเกิดขึ้นจากการขัดผลประโยชน์กับนายกทักษิณ ส่วนในระดับคนที่ไปร่วมชุมนุม เกิดจากความรู้สึกอย่างพวกเราคือรัก ประเทศชาติ รักในหลวง อย่างยิ่ง พอแกนนำ มาปลุกระดม ก็เข้าด้วยเพราะเกิดความรู้สึกอย่างเดียวกัน คนระดับนี้ไม่ได้มีพิษ มีภัยอะไร เป็นกลุ่มคนเหมือนพวกเรานี่แหละ  ซึ่งคนเสื้อเหลืองก็จะประกอบไปด้วยคนหลายกลุ่ม ได้แก่ ชาวบ้านอย่างพวกเรา แกนนำที่เสียผลประโยชน์ ส่วนข้าราชการที่เป็นเสื้อเหลืองเข้าใจว่าเป็นด้วยเรื่องผลประโยชน์ ได้ผลประโยชน์และเสียประโยชน์จากทักษิณจึงเข้าข้างเหลือง และมีพวกเสียประโยชน์จากทักษิณอย่างพวก เจ้ามือหวยเถื่อน ผู้ค้ายาเสพติด เจ้าของเงินกู้ เจ้าพ่อมาเฟีย กลุ่มนี้ก็เป็นเหลือง และพวกนี้จับมือกันเป็นพันธมิตร มีเป้าหมายเดียวคือล้มทักษิณ เพราะไปขัดผลประโยชน์ ซึ่งประเทศจะเป็นอย่างไร ไม่สน
นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรเราก็ไม่เห็นด้วยเพราะไปยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน และทำลายข้าวของคนอื่น ทำให้คนอื่นเดือดร้อน พอทำแล้วไม่ผิด เรายิ่งไม่พอใจ สรุปแล้วไม่พอใจทั้งเป้าหมายและการเคลื่อนไหวของเสื้อเหลือง
อุ้ยซอน : คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ได้รับการปฏิบัติจากผู้มีอำนาจต่างจากเรา คือ ได้รับการประคบประงม ปกป้อง คนกลุ่มนี้ได้แก่กลุ่มคนที่เสียประโยชน์จากทักษิณ และได้ประโยชน์จากอำมาตย์ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนอย่างพวกเรานี่แหละ คนกลุ่มนี้ชุมนุมเคลื่อนไหว แต่ก็มีอาวุธ ทำลายข้าวของ ทำอะไรก็ไม่ผิด
 
ป้าดวนกับอุ้ยซอน คิดอย่างไรกับการทำหน้าที่ของทหาร
ป้าดวน : มีแต่ความเกลียดชัง เพราะเห็นว่าทหารมันใช้อำนาจเกินขอบเขตกับประชาชน และจะทำอย่างไรกับเราก็ได้ อย่างการชุมนุมที่ผ่านมา มันคิดจะจับก็จับ คิดจะตบใครก็ตบ อยากจะฆ่าก็ฆ่า แม้ว่าประชาชนอย่างเราจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทั้งที่กินเงินเดือนภาษีของเรา แต่มาทำกับพวกเราอย่างนี้ เงินภาษีที่ใช้ซื้ออาวุธก็เป็นเงินของเรา ควรที่จะนำไปป้องกันประเทศไม่ใช่นำมาฆ่าประชาชน
อุ้ยซอน : ที่ดีก็มี ที่เลวก็มี แต่อุ้ยไม่ชอบเพราะมันฆ่าพวกเรา
 
ตำรวจ
ป้าดวน : ตำรวจยังมีอำนาจไม่เท่าทหาร ไม่ได้ทำร้ายเรา เราก็ไม่ได้เกลียดชัง แต่คิดว่าเรื่องการเมืองตำรวจมักจะไม่ยุ่ง ตำรวจจะใช้อำนาจกับชาวบ้านในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของกฎหมาย
อุ้ยซอน : เหมือนกันนั้นแหละคือมันก็มีทังดีและเลว
 
สื่อมวลชน
ป้าดวน : เห็นว่าสื่อมวลชนกระแสหลักมีสองแบบ 1.ถูกบังคับจากรัฐบาลให้เสนอข่าวตามที่รัฐบาลต้องการ (ทำแบบไม่เต็มใจ) 2.สื่อที่ได้ประโยชน์จากรัฐและเสียผลประโยชน์จากทักษิณพวกนี้จะบิดเบือนข่าวสารอย่างเต็มใจ   ซึ่งการนำเสนอข่าวของสื่อมันอยู่ที่หัวหน้าหรือกองบก. ตอนเราไปร่วมชุมนุมเห็นสื่อที่มาทำข่าว นิสัยดี เข้าใจเราทุกคน บางครั้งทำข่าวให้เรา แต่ปรากฏว่าพอส่งขึ้นไปแล้วไม่ได้ออกก็มี ส่วนสื่อเล็กที่ไม่ได้เป็นสื่อกระแสหลักนิสัยดี พอมีความเป็นกลางอยู่บ้าง
อุ้ยซอน : ไม่เป็นกลาง ยังมาหาว่าเราเป็นผู้ก่อการร้าย
 
พรรคการเมือง
ป้าดวน : การทำหน้าที่ของพรรคการเมือง ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนเรา ยอมรับการเลือกตั้งของเรา ไม่ใช่ยอมถูกลากตั้งเข้าไป เพราะถ้าลากตั้งเราไม่มีส่วนร่วม เราไม่สามารถเลือกคนที่เราต้องการได้
อุ้ยซอน : พรรคดีก็มี พรรคแล้วก็มี แล้วแต่ว่าพรรคนั้นทำประโยชน์ให้คนส่วนใหญ่หรือเปล่า
 
ตุลาการ
ป้าดวน : ระบบตุลาการของเราไม่มีความเป็นธรรม ไม่มีความเป็นกลาง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการถูกควบคุมอำนาจของกลุ่มอำมาตย์ ทำให้จริยธรรมของตุลาการไม่สามารถเกิดขึ้นได้
อุ้ยซอน : สองมาตรฐาน
 
องคมนตรี
ป้าดวน : “อำมาตย์” ตัวจริง เป็นทหาร ไม่ได้เป็นทำหน้าที่ช่วยเหลือในหลวง เป็นพวกที่เราอยากกำจัดที่สุด ถ้ากำจัดได้ ระบบตุลาการ สื่อมวลชน ทุกอย่างที่ถูกควบคุมก็จะดำเนินการได้
อุ้ยซอน : มันคืออำมาตย์
 
แล้วถ้าเราจะปฏิรูปสถาบันการเมืองเหล่านี้ ควรทำอย่างไร
ยายซอน : ต้องกันอำมาตย์ออกไปไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ให้ผู้แทนทำหน้าที่ในสภา แทนเรา ผู้แทนราษฎรที่เราเลือกไป ทุกอย่างก็จะดำเนินไปตามกลไกของมันเอง อย่างน้อยก็มีจิตสำนึกว่าประชาชนได้เลือกขึ้นไปทำหน้าที่ ดังนั้นก็จะทำหน้าที่แทนประชาชน ต่างจากระบบเจ้านายจะไม่นึกถึงใคร จะใช้อำนาจอย่างเดียว ไม่ต้องตอบแทนใคร มันคิดว่ามันเป็นใหญ่ขึ้นมาด้วยตัวเอง รักแต่พวกตัวเอง
ป้าดวน : เมื่อไล่อำมาตย์ได้ เราต้องกำจัดกฎหมายที่ให้อำนาจอำมาตย์ อย่างรัฐธรรมนูญปี 50 เพราะปล่อยให้ยังอยู่ก็เหมือนว่าอำมาตย์ยังอยู่ มีอำมาตย์ใหม่ขึ้นมา มีการใช้อำนาจแบบอำมาตย์ ส่วนจะใช้กฎหมายอะไรก็ต้องมาว่ากันอีกที เพราะเราไม่รู้เรื่องกฎหมาย รู้แต่ว่ารัฐธรรมนูญ 50 เป็นต้นเหตุของปัญหาทุกอย่าง เพราะเป็นกฎหมายของอำมาตย์ 
 
อยากให้ช่วยเล่าว่า การสลายการชุมนุมที่ กทม. เป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้งช่วงที่อยู่ชุมนุมและช่วงที่ไม่อยู่
ป้าดวน : ตอนล้อมปราบวันที่ 19 พ.ค.53 นั้นเป็นช่วงที่กลับมาทำกิจที่บ้าน ก่อนหน้าที่มีข่าวการสลายชุมนุมพยายามจะไปเข้าร่วมชุมนุมแต่ถูกทหารในพื้นที่สกัดไม่ให้เข้าไปร่วมชุมกับส่วนกลาง แต่ก็ติดตามสถานการณ์ผ่านวิทยุ ที่ถ่ายทอดเสียงออนไลน์ของอินเตอร์เน็ต และมีการส่งข่าวสารของคนเสื้อแดงผ่าน Sms ทำให้รู้สถาการณ์อยู่ตลอดเวลา
ยายซอน : ตอนล้อมปราบวันที่ 19 พ.ค.53 ไม่ได้อยู่เพราะกลับมาอยู่บ้าน แต่ช่วงตอนปราบครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เม.ษ. กลุ่มเสื้อแดงของเราที่ไปนั้นจะตั้งเต็นอยู่แถววัดเบญฯ ซึ่งอยู่นอกแนวการปราบ วันสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เม.ษ.มีการประกาศว่าทหารเข้ามาทางคอกวัว และอีกทางหนึ่งที่จะไปราชประสงค์ซึ่งอุ้ยจำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร พอพวกทหารเข้ามา ก็มีนายทหารซึ่งอยู่บนรถ ประกาศว่า เหยียบแม่งมันให้หมด ไถแม่มันไปเลย แต่ก็มีเสียงมาจากทหารอีกฝั่งว่าอย่าไปทำลายของเขา เสียงอึกทึก คึกโคมมาจากทุกทิศทุกทาง ทางนู้นก็ไล่มา ทางนี้ก็ไล่มา   พอทหารมาถึงสะผ่านผ่านฟ้า อุ้ยก็พยายามจะไปยืนดู แต่พอดีการยิงแก๊สน้ำตาเข้ามา มีทหารนายหนึ่งถือโล่กับกระบองเข้ามาแล้วพูดว่า แม่อย่าไปทางนั้นเขากำลังยิงแก๊สน้ำตา แล้วลากแม่ออกไปจากแนวปะทะ เข้าไปในวัดเบญฯ พอไปถึงในวัดเบญฯเห็นรถคันหนึ่งที่ทหารจับคนเสื้อแดงไป ซึ่งคนเสื้อแดงกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ถูกทหาร ถีบเข้าไปในรถ แต่ยายไม่โดนนะ ทหารคงคิดว่ายายเป็นคนแถวนั้น เลยไล่ไปทางที่จะไปราชประสงค์ ยายก็ไปรวมกับคนแถวนั้น จนเหตุการณ์สงบ ความจริงวันนั้นจะเรียกว่าเราโดนสลายก็ไม่ถูกเพราะเราโดนสลาย โดนจับ บางคนโดนเหยียบ เพียงแต่มันไม่ฆ่าเหมือนวันที่ 19 พ.ค. เท่านั้นเอง 
 
รู้สึกอย่างไรบ้าง
ยายซอน : รู้สึกแค้นในใจ ทำไมทำกับพวกเราอย่างนี้เหมือนพวกเราไม่ใช่คน ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่เราและยังจะมาฆ่าพวกเราอีก ทั้งซ้ำเติมพวกเราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย มีดที่จะใช้ปอกผลไม้ก็ไม่ได้เอาไป แล้วจะเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร มันยิ่งทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจมากขึ้นไปอีก
ป้าดวน : พวกเราก็มานั่งร้องไห้เสียใจ สงสารพวกเราที่ถูกยิง สิ่งที่เราเรียกร้องไป ไม่ได้อะไรคืนมาสักอย่าง แม้แต่เครื่องครัวก็ไม่คืนให้ แล้วยังมาฆ่าเรา แล้วใส่ความว่าพวกเสื้อแดงฆ่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ใครจะมาฆ่ากันเอง เพราะพวกเรารักและรู้สึกผูกพันกันมาก
 
คิดอย่างไรกับการเผาห้างและสถานที่ราชการ
ป้าดวน : คิดว่าการเผาเซ็นทรัลเวิลด์และสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯไม่ใช่ฝีมือของเสื้อแดงเพราะว่า เวลานั้นทหารได้ล้อมเสื้อแดงเอาไว้หมดแล้ว เสื้อแดงหนีตายอย่างเดียว จะเอาเวลาที่ไหนมาเผา เวลาประมาณ 12.00 น.ทหารได้ประกาศว่ายึดพื้นที่ได้หมดแล้ว ยึดได้แล้วปล่อยให้เสื้อแดงเผาได้อย่างไร แต่การเผาศาลกลางและสถานที่ต่างๆน่าจะเป็นฝีมือของเสื้อแดงเพราะเกิดจากความแค้นในใจที่ถูกสั่งปราบ สั่งฆ่า
ยายซอน : ไม่คิดว่าการเผาเซ็นทรัลเวิลด์และสถานที่ต่างๆในกรุงเทพฯเป็นฝีมือของเสื้อแดง เพราะถูกคุมพื้นที่และเดินไปมอบตัวเพื่อกลับบ้าน ส่วนการเผาสถานที่ราชกลางในต่างจังหวัดเป็นความกดดันที่ทหารฆ่าพวกเราเสื้อแดง
 
รู้สึกอย่างไรบ้างที่แกนนำที่ถูกจับ
ป้าดวน : รู้สึกเสียใจ และรู้สึกถึงคำว่า สองมาตรฐาน หนักขึ้นไป เพราะตอนแกนนำพันธมิตรไปรายงานตัวก็ไม่ได้ถูกคุมขัง แต่แกนนำเราไปรายงานตัวกลับถูกขัง
ยายซอน : รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแม้แต่เปอร์เซ็นเดียว เพราะพันธมิตรปิดสนามบินแกนนำสามารถมาเดินลอยหน้าลอยตาได้ แต่เราชุมนุมแกนนำถูกคุมขัง อย่างนี้จะปรองดองกันได้อย่างไร
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์