ดีเอสไอ แจ้งข้อหา “ก่อการร้าย” คนติดตาม เสธ.แดง คุมตัวเรือนจำพิเศษฯ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.53 ที่ศาลอาญา รัชดา เวลาประมาณ 10.30 น. นายยงยุทธ ท้วมมี ผู้ติดตาม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง พร้อมทนายความจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน (ศรส.) เดินทางมาตามนัดหมายของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  ที่ยื่นคำร้องของควบคุมตัวนายยงยุทธต่อศาล หลังจากดีเอสไอเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.) ภาค1 จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่  5 ก.ค. เวลา 20.00 น.

ทั้งนี้ นายยงยุทธ หรือ บัง อายุ 55 ปี ถูกจับกุมมาควบคุมตัวที่ บก.ตชด. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างหมายจับที่ ฉฉ 114/2553 ศาลอาญา  ลงวันที่  21  พฤษภาคม 2553  โดยเมื่อครบกำหนดคุมตัว 7 วันในวันที่ 5 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายเวลาการควบคุมตัว แต่ทนายของนายยงยุทธได้คัดค้านคำร้องดังกล่าว โดยระบุว่า นายยงยุทธเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมธรรมดา และการควบคุมตัวที่ บก.ตชด.เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือฐานความผิดในการดำเนินคดีอาญาเป็นแต่เพียงการซักถามด้วยคำถามซ้ำๆ เหมือนกันทุกวัน จากนั้นศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องการขยายเวลาควบคุมตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นายยงยุทธจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาเที่ยงคืนวันที่ 5 ก.ค. ในเวลา 20.00 น.ของคืนเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากดีเอสไอได้เดินทางเข้าแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายแก่นายยงยุทธ และนัดหมายให้นายยงยุทธมารายงานตัวยังศาลอาญาในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากดีเอสไอเดินเรื่องขอควบคุมตัวต่อไม่ทัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยงยุทธได้เดินทางมายังศาลและถูกควบคุมตัวในห้องขังใต้ถุนศาลอาญา ระหว่างที่ดีเอสไอยื่นคำร้องขอควบคุมตัวนายยงยุทธด้วยข้อหาก่อการร้ายโดยระบุว่านายยงยุทธร่วมชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ในฐานะการ์ดของเสธ.แดง มีการแย่งอาวุธปืนจากทหารจึงน่าเชื่อว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธ ขณะที่ทนายของนายยงยุทธได้ร้องคัดค้านและขอให้ศาลไต่สวน ซึ่งศาลได้ไต่สวนในช่วงบ่ายวันเดียวกัน  
ตามคำให้การของนายยงยุทธ ระบุว่า ตนเองร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปก.ตั้งแต่ปี 51-52 โดยไปฟังปราศรัยเกือบทุกวัน และเมื่อมีการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ในปี 53 ก็ไปชุมนุมด้วย โดยหลังจากมีการสลายการชุมนุม  ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ  และถูกจับกุมในวันที่ 29 มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ยืินยันว่า ไม่เคยเป็นการ์ด นปช. และไม่เคยแย่งอาวุธปืนจากทหาร เขาระบุว่า เขาถูกคุมตัวจนครบกำหนด 7 วัน ต่อมา ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัว โดยตนเองได้เบิกความต่อศาลว่าเป็นเพียงผู้ชุมนุม และยังมีภาระหนักต้องเลี้ยงดูภรรยาและหลานรวมแล้ว 15 ชีวิต ขณะที่ภรรยาขาไม่ดี เดินไม่ค่อยได้ เมื่อได้รับการปล่อยตัวจาก บก.ตชด. ตอนเที่ยงคืนนั้นได้นั่งแท็กซี่กลับบ้าน รู้สึกดีใจมาก โทรบอกภรรยาว่าจะได้กลับบ้าน ดีใจจนร้องไห้ เมื่อดีเอสไอมาแจ้งข้อกล่าวหาก็ยินยอมมาศาลเพราะคิดว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่คิดหลบหนี หากถูกดำเนินคดีข้อหาก่อการร้ายก็จะขอสู้คดี
อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวนายยงยุทธได้ตามที่ดีเอสไอร้องขอ โดยได้นำตัวนายยงยุทธไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

 

ด้านนายชาตรี ท้วมมี บุตรชายนายยงยุทธ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงพ่อมาก เนื่องจากอายุมากแล้วและไม่เคยมีชีวิตยากลำบากในเรือนจำ โดยปกติตนเองกับพ่ออยู่แยกกันเพราะพ่อมีครอบครัวใหม่ไปนานแล้ว ในอดีตพ่อทำงานเป็นลูกจ้างในโรงงานกระเบื้องเคลือบ ไม่เคยเป็นทหาร หรือเชี่ยวชาญการสู้รบใดๆ เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ปัจจุบันก็มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างเป็นรายวัน เมื่อมีคนมาจ้างก็ไปทำงาน ขณะที่ภรรยาใหม่ของพ่อเปิดร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้านกับหลานอีกนับสิบคน

 

ชาตรีกล่าวต่อว่า พ่อไปฟังปราศรัยที่สนามหลวงนานแล้วเพราะว่างงาน และชื่นชอบเสธ.แดงเป็นพิเศษ จากนั้นพ่อได้ขอติดตาม เสธ.แดง เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิด ซึ่งตนเองก็เป็นห่วงเพราะพ่อสุขภาพไม่ดีนักแต่ไม่สามารถห้ามได้
ด้านนางบุญหลง สุวรรณกลาง ชาวบ้านที่ร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์และมาให้กำลังใจนายยงยุทธที่ศาล กล่าวว่า รู้จักกับนายยงยุทธในที่ชุมนุม

 

“เจอกันโดยบังเอิญ ตอนนั้นรัฐบาลเพิ่งขอพื้นที่คืน โมโหมาก ก็โวยวายด่ารัฐบาลลั่นเลย เขาเป็นคนบอกว่าให้ใจเย็นๆ ซื้อน้ำมาให้กิน” บุญหลงกล่าว

 

นางบุญหลงกล่าวอีกว่า จากนั้นก็เห็นนายยงยุทธบ่อยๆ โดยเขาจะคอยเดินตาม เสธ.แดง เมื่อเสธ.แดงโดนยิง นายยงยุทธก็ยังมานั่งชุมนุมกับชาวบ้านกลุ่มตน ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นนายยงยุทธจับอาวุธ มีแต่นั่งฟังการปราศรัยด้วยกัน หากจะเห็นเขาอยู่ในกลุ่มการ์ด เขาก็มักจะทำหน้าที่ต้อนรับผู้คนใหม่ๆ ที่มาร่วมชุมนุม และคอยบอกคนอื่นๆ ว่าให้สุภาพกับผู้ชุมนุมในการตรวจกระเป๋า
นางบุญหลงกล่าวอีกว่า ตนเองพลัดหลงกับนายยงยุทธในวันที่ 19 พ.ค. โดยนายยงยุทธได้เข้าไปหลบในวัดปทุมฯ จากนั้นวันที่ 20 พ.ค.ทราบว่านายยงยุทธถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สน.ปทุมวัน เป็นการซักถามธรรมดาและถ่ายรูปเก็บประวัติก่อนจะปล่อยตัว

 

ก่อนหน้านี้นายยงยุทธ เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเป็นผู้ติดตาม เสธ.แดง มามากว่า 3 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นเข้าร่วมการชุมนุมที่สนามหลวงตั้งแต่ยังเป็น นปก. จากนั้นได้สมัครเข้าเป็นนักรบพระเจ้าตากรุ่นแรก ทำการฝึกกับเสธ.แดง 39 วันที่สนามหลวง และเริ่มติดตามเสธ.แดงนับแต่นั้น คอยติดตามไปทุกที่ ในช่วงชุมนุมก็ติดตามเสธ.แดง ซึ่งคอยตระเวนเยี่ยมตามด่านต่างๆ ของคนเสื้อแดงโดยตลอด แต่นายยงยุทธไม่ได้เข้าร่วมเป็นการ์ด นปช.แต่อย่างใด
ยงยุทธกล่าวต่อว่า เขาอยู่กับ เสธ.แดง ตลอดแม้แต่วันที่โดนยิง โดยเขานำตัวเสธ.แดงส่งโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล หลังจากลาเสธ.แดงแล้วก็ตัดสินใจเข้ามาร่วมชุมนุมอีกในฐานะผู้ชุมนุมปกติ จนกระทั่งวันที่ 19 พ.ค.ที่มีการสลายการชุมนุมก็ได้หลบเข้าไปอยู่ในวัดปทุมฯ ด้วยเพราะเกิดเหตุการณ์รุนแรงออกจากพื้นที่ไม่ได้ จนกระทั่งตำรวจมารับตัวไปที่ สน.ปทุมวัน มีการสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์โดยทั่วไปและถ่ายรูป หลังจากนั้น 2 วัน จึงมีหมายจับไปติดที่บ้าน แต่เขาไม่อยู่บ้าน จากนั้นวันที่ 29 มิ.ย.ได้เดินทางไปพรรคเพื่อไทยและได้ค่ารถ 200 บาท ขากลับถูกจับบริเวณสี่แยกไฟแดงหัวลำโพง โดยตำรวจนอกเครื่องแบบ4-5 นาย ก่อนจะถูกนำตัวมาไว้ยัง บก.ตชด.

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์