เครือข่ายแรงงานข้ามชาติแม่สอด เปิดเวทีเชิงปฏิบัติการ “จดทะเบียนการเกิดถ้วนหน้า”

เครือข่ายแรงงานข้ามชาติแม่สอดเปิดเวทีเชิงปฏิบัติการ “จดทะเบียนการเกิดถ้วนหน้า” จี้โรงพยาบาลออกเอกสารรับรองการเกิดให้เด็กข้ามชาติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐแฉกลลวงมารสังคมหาประโยชน์แจ้งเกิด แอบอ้างเป็นพ่อแม่เด็ก นำพาสู่วงจรค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 5-6 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรมรุจิรา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ ร่วมกับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายและการจดทะเบียนการเกิด”(แม่สอด) แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนของแรงงานข้ามชาติ องค์กรพัฒนาสังคมแม่สอด เพื่อรับทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปัญหาอุปสรรคจากการทำงานในพื้นที่

นางสาวดรุณี  ไพศาลพาณิชย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ กล่าวว่า ยังมีบุคคลที่ไม่มีเอกสารแสดงตนและไม่ถูกบันทึกชื่อลงในเอกสารใดๆ ในโลกนี้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้สามารถที่จะพัฒนาสถานะบุคคลได้ดังต่อไปนี้  1) จดทะเบียนสมรสซึ่งวิธีนี้จะต้องมีหลักฐานข้อมูลอื่นที่สามารถแสดง ตนได้ก่อนการสมรส 2) แปลงสัญชาติแบบทั่วไป วิธีนี้จะต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก 3) การแปลงสัญชาติกรณีพิเศษ
 
สำหรับในเรื่องสิทธิเสรี ภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลนั้น จะไม่ขึ้นอยู่กับเรื่องการให้สัญชาติแม้แต่น้อย แต่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน อันจะนำไปสู่ในเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  และถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเหมือนกับในเรื่องของสิทธิทางด้านการ ศึกษา สิทธิในการเดินทาง  การจดทะเบียนสมรส การก่อตั้งครอบครัว สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สำหรับการจดทะเบียนการเกิดถ้วนหน้า มีสิ่งที่สำคัญคือ จะต้องครบขั้นตอนและถูกต้อง จึงจะสามารถทำให้มนุษย์คนหนึ่งมีความสำคัญในสายตาของกฎหมายได้
 
“การจดทะเบียนการ เกิดอาจจะเปรียบเหมือนเป็นแว่นตาที่จะทำให้เด็กถูกมองอย่างชัดเจน ขึ้นในสายตาสังคม ซึ่งการบันทึกข้อมูลของเด็กเพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายถือเป็นเอกสาร ฉบับแรกของเด็ก ซึ่งภายหลังเมื่อมีการจดทะเบียนการเกิด เด็กจะมีรัฐที่จะรับเป็นเจ้าของตัวบุคคล โดยเด็กสามารถใช้เอกสารเพื่อการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ และเด็กสามารถใช้เอกสารนี้เพื่อการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ได้
 
ตามหลักมาตรฐานสากลได้มี กำหนดว่า การจดทะเบียนการเกิดต้องกระทำทันทีภายหลังจากที่เด็กเกิดและจะ ต้องกระทำอย่างครบขั้นตอน ถ้วนหน้า และถูกต้องด้วย ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือจะต้องมีการรับรองการเกิดแจ้งเกิด และได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งคนไทยมีทะเบียนบ้านหรือที่เรียกว่า ทร.14 คนต่างด้าวก็มีเหมือนกันเรียกว่าทะเบียนบ้านคนต่างด้าว หรือทร.13 สำหรับถ้วนหน้านั้นคือคนทุกคนจะต้อง ได้รับการจดทะเบียนการเกิดที่มีความถูกต้องคือตรงกับข้อเท็จจริง ทั้งนี้การรับรองจุดเกาะเกี่ยวการเกิดของเด็กจะต้องมีสองกรณีด้วย กัน กรณีแรกคลอดบุตรที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลจะต้องออกเอกสาร ทร.1/2 ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของสถานพยาบาลในการปฏิบัติตามกฎหมายตาม มาตรา 23 กรณีที่สอง เด็กคลอดนอกสถานพยาบาลจะต้องให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นคนออกใบรับรอง และผู้ปกครองจะต้องนำใบรับรองไปที่อำเภอที่หน่วยทะเบียน เรื่องสำคัญอีกอย่างคือการเขียนชื่อของ พ่อ แม่ เด็กควรเขียนให้ชัดเจนถูกต้องด้วย” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ กล่าว
 
ด้านนางสาวอรพัน ทับรอด ตัวแทนโรงพยาบาลแม่สอด ระบุว่า บุคคลที่มาคลอดทุกคนที่โรงพยาบาลแม่สอดจะมีสมุดฝากครรภ์ กรณีที่มารับใบรับรองการเกิดถ้าไม่มีบัตรอะไรเลยสามารถนำสมุดฝากครรภ์ มาอย่างเดียว แต่คนที่มารับจะต้องเป็นพ่อแม่ของเด็กเท่านั้น ส่วนผู้ที่มารับใบรับรองการเกิดภายหลังจากที่มีการคลอดเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ทางโรงพยาบาลจะมีล่ามแนะนำถึงขั้นตอนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรับ ใบรับรองการเกิด
 
สำหรับในประเด็นเรื่อง การเก็บหลักฐานเรื่องการแจ้งเกิด ทางโรงพยาบาลได้ทำการสำเนาและเก็บในรูปแบบเล่มเอกสาร แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปเอกสารที่เก็บไว้อาจมีความชำรุดบ้าง เนื่องจากบางครั้งต้องอยู่นานถึง 10 ปี ซึ่งถ้ามีการเก็บไว้นานเอกสารเหล่านี้ก็จะเก่าไปตามกาลเวลาของมัน ที่ผ่านมาเคยมีคนมารับใบรับรองการเกิดซึ่งภายหลังจากเกิดมาเป็น เวลานานกว่า 10 ปี โดยมาบอกเพียงชื่อของแม่ เช่น แม่ชื่อเอ เป็นต้น โดยข้อเท็จจริงแล้วมีแรงงานข้ามชาติที่ชื่อเอ 100 คนที่มาคลอดที่โรงพยาบาล ก็จะเกิดความยุ่งยากมากขึ้น เหล่านี้เป็นปัญหาในการสืบค้นของเจ้าหน้าที่อย่างมาก
 
ปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ ที่ผ่านมาแรงงานข้ามชาติเปลี่ยนชื่อบ่อยมากจึงเกิดการสับสน ซึ่งถ้าเป็นไปได้ขอให้แรงงานที่มาแจ้งชื่อไว้กับโรงพยาบาลให้ใช้ ชื่อเดิมชื่อเดียวไปตลอด ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีบัตรอะไรเลยก็ไม่มีปัญหา อะไร แต่จะมีปัญหาสำหรับคนที่มีบัตรแสดงตนเพราะเนื่องจากชื่อใหม่กับ หมายเลขบัตรไม่ตรงกัน พอไปดำเนินการเรื่องการแจ้งเกิดต่อเทศบาลก็จะมีปัญหาตามมาอีก
 
ขณะที่นายประกิจ ทองไชยภพ เจ้าหน้าทีทะเบียนเทศบาลแม่สอด กล่าวว่าทางสำนักทะเบียนเทศบาลแม่สอดจะมีล่ามภาษาที่คอยสื่อสาร ขั้นตอนการแจ้งเกิดและเจ้าหน้าที่สอบประวัติและข้อมูลเบื้องต้น อยู่แล้ว ที่ผ่านมามีกลุ่มคนที่คอยหาประโยชน์กับแรงงานข้ามชาติโดยมีการแอบ อ้างมาเป็นพ่อแม่เด็กจำนวนมากเพื่อหาประโยชน์จาการแจ้งเกิดของ เด็ก ส่วนหนึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์  
 
โดย ส่วนใหญ่แรงงานข้ามชาติที่เข้ามารับบริการกับสำนักทะเบียน จะมีนายหน้านำพามาซึ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีเรื่องเงินทองและ ผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องด้วย และสืบเนื่องจากกระแสเรื่องการทุจริตในส่วนของงานทะเบียนราษฎรจึง มีความจำเป็นที่จะต้องมีการทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ ก่อนทุกครั้งที่จะมีการอนุมัติได้ โดยหลักสถานะของเด็กที่เกิดขึ้นมาก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานะของ พ่อแม่เป็นหลักด้วย แต่ถ้าไม่มีหลักฐานใดๆทางฝ่ายทะเบียนจะต้องนำหลักฐานพยานบุคคลที่ น่าเชื่อถือมายืนยัน และอีกวิธีการหนึ่งคือการตรวจดีเอ็นเอถือว่ามีความน่าเชื่อถือ

 


 

หมายเหตุ
 

ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน เป็นศูนย์ข่าวออนไลน์ภาคภาษาไทย ทำหน้าที่รวบรวมข่าวภาษาไทยและนำเสนอบทวิเคราะห์ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านแรงงานทุกกลุ่มในประเทศไทย (แรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ แรงงานหญิง) รวมถึงผู้ลี้ภัย ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศพม่า และกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะบุคคลอื่นๆ ตลอดจนการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การ เมือง เศรษฐกิจ สังคม ภายในประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อการย้ายถิ่น

ดำเนินการผ่านเงินทุนส่วนตัว และการลงแรงกาย แรงใจ ของกลุ่มเพื่อนสนิท 4 คน คือ อดิศร เกิดมงคล, พรสุข เกิดสว่าง, บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ และ บัณฑิต แป้นวิเศษ เริ่มต้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2552

พวกเราเชื่อว่า “สังคมไทยต้องมีพื้นที่เรียนรู้ มากกว่าในห้องเรียนเพียงเท่านั้น การเรียนรู้มาพร้อมกับความเข้าใจและความอดกลั้นในความต่าง รวมถึงการเคารพคนอื่นที่ต่างจากเรา”

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์