"อภิสิทธิ์" ยันไม่ได้แกล้งคนสนิทเสธ.แดง เชื่อดำเนินการโปร่งใสทุกขั้นตอน

นายกรัฐมนตรีตอบคำถามกรณีหลายฝ่ายสงสัยว่า การจับกุมตัวสุรชัย เทวรัตน์ หรือ หรั่ง ลูกน้องคนสนิท เสธ.แดง อาจเป็นการจับผิดตัว รวมถึงมีข้อสังเกตว่า เหตุใดสุรชัยจึงพัวพันถึง 8 คดี โดยนายกฯ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้ง และดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส

 

มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ถึงกรณีหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า การจับกุมตัว นายสุรชัย เทวรัตน์ หรือ หรั่ง ลูกน้องคนสนิทของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อาจจะเป็นการจับผิดตัวหรือจับแพะ ว่า ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ในการสอบสวนและตรวจสอบรายละเอียด โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีเหตุผลที่จะกลั่นแกล้ง เพราะการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ขณะนี้คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนก่อน เพราะระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก็มีบุคคลหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดนายสุรชัยถึงเข้าไปพัวพันถึง 8 คดีตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าคงยังไม่ได้สรุปทั้งหมด เอาเป็นว่าขณะนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานไป และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความตั้งใจจะไปกลั่นแกล้งใคร ก็ต้องพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ส่วนที่มีการซัดทอดไปถึงพล.ต. ขัตติยะนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน และคงจะมีการสรุปผลออกมา

"หรั่ง" มือขวาเสธ.แดงขอเวลาไตร่ตรอง ก่อนเล่ารายละเอียด
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ถึงความคืบหน้าการสอบปากคำนายสุรชัย ว่า ภายหลังศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขังนายสุรชัย ซึ่งตนได้สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการให้เสร็จสิ้นเพื่อรายงานผลการสอบสวนมายังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอในวันที่ 19 ก.ค.นี้

"เท่าที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนายหรั่ง เขาบอกว่าขอเวลานอนไตร่ตรองอีก 1-2 วัน แล้วจะเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง แม้ตอนนี้ผู้ต้องหาจะยังไม่รับสารภาพ แต่ท่าทีของนายหรั่งสงบลงมาก เนื่องจากพยานหลักฐานจากการสืบสวนสอบสวนชัดเจน" นายธาริต กล่าว

--------------

คนสนิท เสธ.แดง พัวพัน 8 คดีหลัก

อนึ่ง วานนี้ (16 ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการสอบปากคำ นายสุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย และลูกน้อง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

โดยนายธาริต เปิดเผยว่า เบื้องหลังการเข้าจับกุมตัวนายสุรชัย ดีเอสไอได้ร่วมกับหน่วยอรินทราชของตำรวจ และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการสะกดรอยจนสามารถจับภาพใหญ่ให้ชัดเจนขึ้นกระทั่งรู้ที่พักและเลขที่ห้องพักของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม ผลการสอบปากผู้ต้องหารับว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของเสธ.แดง และเคยเดินทางไปประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเดินทางออกไปนอกประเทศจริงในวันที่ 8 มี.ค.2552 โดยมีภาพถ่ายวงจรปิดยืนยันที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ

นายธาริต กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ยิงปืนใส่โรงแรมดุสิตธานี ด้วยปืนทราโวล เนื่องจากโกรธแค้นที่เสธ.แดงถูกลอบยิง และเชื่อว่าผู้ยิงซุ่มอยู่ที่โรงแรมดุสิตธานี

นอกจากนี้ นายสุรชัยยังเกี่ยวข้องอีก 8 คดีหลัก
1. คดียิงเอ็ม 79 เข้าไปที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีทหารบาดเจ็บ 4 นาย
2. การปะทะที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. มีผู้เสียชีวิต 24 ราย เป็นทหาร 5 ราย ประกอบด้วย พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลที่ 2 รักษาพระองค์ ,พลทหารสิงหา อ่อนทรง ,ส.อ.อนุพันธ์ หอมมาลี , ส.ท.อนุพงษ์ เมืองอำพัน , ส.ท.ภูริวัฒน์ ประพัฒน์
3. คดียิงอาร์พีจีใส่คลังน้ำมัน 22 ล้านลิตที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 เม.ย.
4. ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่รถไฟฟ้าบีทีเอสที่แยกศาลาแดง และสีลม เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชิวิต 1 ราย
5. คดียิงอาร์พีจีใส่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 17 พ.ค.
6. ดคียิงเอ็ม 79 ใส่สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.
7. คดียิงเอ็ม 16 ใส่ตำรวจที่ตั้งด่านหน้าธนาคารกรุงไทยแยกศาลาแดง เมื่อวันที่ 7 พ.ค. มีตำรวจเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย และ
8. คดียิงเอ็ม79 ใส่ด่านตรวจตรงข้ามอาคารอื้อจื่อเหลียง จำนวน 3 ลูก เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.

นายธาริต กล่าวอีกว่า ภายหลังเหตุการณ์ชุมนุมสงบลงนายสุรชัยได้กลายเป็นขบวนการใต้ดิน โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมกับทหารเรือได้ติดต่อล่อซื้ออาวุธปืนจากกลุ่มดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2553 โดยพ.ต.อ.ณรัชต์ ได้เข้าพบกับผู้บังคับการหน่วยนาวิกโยธิน เพื่อจัดชุดล่อซื้ออาวุธสงครามทานายสุรชัย ขนย้ายมาจากการชุมนุม โดยคดีดังกล่าวดีเอสไอใช้สายลับล่อซื้อโดยใช้เงิน 60,000 บาท ซื้อปืนอาก้า 2 กระบอก เครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 2 กระบอก และระเบิดชนิดขว้าง 25 ลูกและอาวุธร้ายแรงอีกจำนวนหนึ่ง โดยขณะนี้ดีเอสไอกำลังเร่งขยายผลถึงขบวนการค้าอาวุธของนายสุรชัย ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่ามีการซื้ออาวุธมาจากขบวนการค้าอาวุธในต่างประเทศนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ และตรวจสอบว่าเป็นอาวุธของทหารหรือไม่ ทั้งนี้ ของกลางทั้งหมดหน่วยนาวิกโยธินจะนำมาแถลงข่าวร่วมกับดีเอสไอในวันจันทร์ที่ 19 ก.ค. เพื่อยืนยันว่ามีกองกำลังติดอาวุธทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธร้ายแรง ไม่ใช่การจับแพะ ส่วนคดีที่นายสรุชัยให้การว่าเกี่ยวพันกับคดีทำร้ายผู้นำท้องถิ่นนั้น หลังจากนี้ตำรวจจะเข้ามาขยายผลต่อไป

นายธาริต กล่าวอีกว่า ในชั้นสอบสวนนายสุรชัยให้การเพียงว่าเป็นลูกน้องคนสนิทของเสธ.แดง โดยได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าหน่วยดูแลความปลอดภัยให้กับแกนนำคนสำคัญตลอดการชุมนุมในวันเกิดเหตุที่เสธ.แดงถูกยิง นายสุรชัยยอมรับว่าโกรธแค้นจึงได้ใช้ปืนทราโวที่ยึดมาจากทหารยิงใส่โรงแรมดุสิตธานี แต่การสืบสวนพบว่าเป็นการยิงอาร์พีจี นอกจานี้นายสุรชัยยังรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยิงอาวุธในเหตุปะทะที่สี่แยกคอกวัว ทั้งนี้ นายสุรชัย ถือเป็นคนร้ายรายสำคัญ ที่ไม่ยอมให้การซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อตัวเอง การสอบสวนของดีเอสไอจึงไม่สามารถใช้คำรับสารภาพของผู้ต้องหาเป็นหลักฐานสำคัญในคดี แต่จะใช้พฤติการณ์และพยานแวดล้อมอื่นที่บ่งชี้ว่านายสุรชัยเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในหลายระดับ

ด้านพ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีก่อการร้าย กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของดีเอสไอพบว่านายสุรชัยไม่เคยรับราชการแต่สนใจการใช้อาวุธปืนเป็นพิเศษ เข้ามาอยู่กับเสธ.แดงเป็นเวลา 3 ปี โดยมีเสธ.แดง เป็นครูฝึกอาวุธ นอกจากนี้เสธ.แดง ยังพานายสุรชัยพร้อมกองกำลังชุดดำไปเที่ยวเมืองจีน เพื่อเสริมกำลังให้กับการปฏิบัติหน้าที่ในการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในส่วนของกลุ่มชายชุดดำนายสุรชัย สนิทสนมกับนายสุกเสก พลตื้อ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ซึ่งทำงานด้วยกันตลอด ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอจะเร่งสอบสวนถึงเส้นทางการหลบหนีของนายสุรชัยว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การสนับสนุนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายสุรชัยไปฝากขังในเวลา 13.00 น.

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์