จดหมายเปิดผนึก "อนุดิษฐ์" จี้ "ธาริต" แจงไม่สั่งฟ้อง “ประชัย”

11 ส.ค. 53 - น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 5 พรรคเพื่อไทย ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้พิจารณาตอบข้อซักถามกรณีที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องกรณีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์

 

 

11 สิงหาคม 2553

เรื่อง โปรดพิจารณาตอบข้อซักถามเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ

เรียน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ตาม ที่ท่านได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนมาโดยตลอดว่าท่านมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ตามที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องกรณีที่มีการกล่าวหา นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ผู้บริหารบริษัททีพีไอโพลีน จำกัด(มหาชน) กระทำความผิดตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์โดยยืนยันว่า นิติกรรมที่ปรากฎในสำนวนการสอบสวนระหว่างนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และนายประจวบ สังข์ขาวไม่เป็นนิติกรรมอำพราง โดยเสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไปและท่านพร้อมให้ มีการตรวจสอบการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษตลอดเวลานั้น

เนื่องจากคดี ที่มีการกล่าวหาดังกล่าวนอกจากจะเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปมีความสนใจไม่ ใช่เพียงเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำรัฐบาลเท่านั้น แต่ลักษณะการกระทำผิดดังกล่าวเป็นการกระทำผิดในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความ สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งยังมีความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องอันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบท โดยเฉพาะมีความผิดที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองอีกส่วนหนึ่งด้วย

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและถือเป็นหลักธรรมาภิบาลของหน่วยงานสืบสวนสอบสวนที่ มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ พรรคเพื่อไทยในฐานะที่ได้มีสมาชิกของพรรคร้องเรียนเรื่องดังกล่าวด้วยจึงขอ ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวต่อท่านดังนี้

๑.เนื่อง จากการกระทำในคดีนี้นอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายอื่นอีกกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการพิจารณาด้วยหรือไม่

๒.กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งไม่ฟ้องใครในความผิดฐานใด ตามตัวบทมาตราใด

๓.เหตุที่สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีนี้เพราะเหตุใด

๔.กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีความเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นความผิด และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาโดยต่อมามีความเห็นร่วมกันว่า นิติกรรมที่ บริษัททีพีไอโพลีนฯกระทำขึ้นกับบริษัทเมซไซอะฯ เป็นนิติกรรมอำพราง และได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคไปแล้วกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างไรบ้างหรือไม่

๕.คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาพยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวนการสอบสวนครบถ้วน รอบด้านแล้วหรือไม่

๖.ในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและหัวหน้าพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาได้มีความเห็นทางคดีสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว ใช่หรือไม่

กระผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใคร่ขอความกรุณาจากท่าน เพื่อโปรดพิจารณาตอบข้อซักถามดังกล่าวข้างต้นเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชน ที่มีความรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย ให้เกิดความกระจ่างและขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ
น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
( อนุดิษฐ์ นาครทรรพ )
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 5 พรรคเพื่อไทย

 

 

ก็ เอ่อ อ้า เอ่อ

ก็ เอ่อ อ้า เอ่อ ้อ้า
ไรดีว้า
เอาเป็นว่า เป็นคนไม่ช่างฟ้อง ก็แล้วกัน
จบข่าว

ดร. เหลิม มร. กล่าว... ไอ้

ดร. เหลิม มร. กล่าว...

ไอ้ "อนุดิษฐ์"..

..ตกลงมึงจะอยู่กับ "E หน่อย" หรือมึงจะอยู่กับ "กู"

ฮา...

พี่เทือก....พี่เทือก.....พี่เ

พี่เทือก....พี่เทือก.....พี่เทื๊อก
ช่วยด้วย.....ริดโดนรังแก...ริดโดนประชาชนรังแก
ประชาชนรังแกข้าราชการตัวเล็กๆอย่างริดอีกแล้ว

จะเอาอะไรกับ นาย ธาริต

จะเอาอะไรกับ นาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ หลังบ้านตัวเองยังไม่ค่อยได้ปัดกวาด และต้วแกเองเติบโตมาอย่างไร ทุกวันเวลาก็รับใข้ใครอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ทุกคนก็รู้ ฉะน้ันเดากันออก ทุกเหตุการณ์ ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ที่ นาย ธาริต จะกระทำ หรือ จะพูด แล้วเจ้ากระทรวงที่แกสังกัด (ที่อดีตเคยเป็นถึงผู้พิพากษามาก่อน แต่มาตอนนี้ได้กลายเป็นหมอตำแยไปแล้ว เพราะชอบล้วงลูก เห็นได้จากสั่งให้อัยการเร่งรัดพิจารณาคดีของแกนนำ นปช.) ดันตั้งให้ นาย ธาริต เป็นโฆษกประจำกระทรวง แล้วอย่างนี้ เวลาโฆษกแถลงข่าว หรือ ประชาสัมพันธ์ผลงานของกระทรวง แล้วใครจะฟัง ใครจะเชื่อถือ ในเมื่อ นาย ธาริต ไม่มีเครดิตความเชื่อถือเหลืออยู่แล้ว