ทำบุญ100วัน‘น้องเกด’ แม่เตรียมรวมกลุ่มญาติวีรชน53-ช่างภาพเนชั่นจ่อฟ้องรัฐเป็นคดีตัวอย่าง

ทำบุญ 100 วันเกดกมน อัคฮาด คนร่วมหนาแน่น แม่น้องเกดลั่นพร้อมร่วมมือจตุพรฟ้องดีเอสไอ แจ้งเท็จใส่ร้ายคนตาย และเตรียมรวมกลุ่มญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ขณะที่ช่างภาพเนชั่นที่ถูกยิงชี้เตรียมฟ้องรัฐเป็นคดีตัวอย่างฐานใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม ด้านดีเอสไอยันชันสูตรทำตามขั้นตอน ขีดเส้น 60 วันรู้ใครยิง

 
27 ส.ค.53 มีการจัดงานทำบุญครบ 100 วันของ นางสาวกมนเกด อัคฮาด ที่หมู่บ้านพูลสิน1 ร่มเกล้า โดยมีแกนนำ นปช.หลายคนและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีญาติผู้เสียชีวิตรายอื่นร่วมงานด้วย เช่น ครอบครัวของนายมานะ แสนประเสริฐศรี อาสาสมัครที่ถูกยิงที่ย่านบ่อนไก่เมื่อ 15 พ.ค. ภายในงานมีการทำบุญเลี้ยงพระ แจกซีดีที่ระลึกราว 2,000 แผ่น และกล่าวไว้อาลัยผู้เสียชีวิต
นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด อดีตอาสาพยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ เตรียมให้ญาติผู้เสียชีวิตลูกเมียจากเหตุการณ์การชุมนุมยื่นฟ้องเอาผิดดีเอสไอ ในข้อหาฟ้องเท็จ ใส่ร้ายคนเป็นให้ร้ายคนตายต่อศาลฎีกา ว่าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับนายจตุพร เพราะผ่านมานาน 3 เดือนแล้วดีเอสไอก็ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดีใดๆ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครยิงประชาชน จึงขอแนะนำว่าหากว่ารัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วประเทศเมื่อใดหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงประชาชนนี้ก็จะออกมาและทุกอย่างก็จะจบ
นางพะเยาว์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานทําบุญ 100 วันของลูกสาววันนี้แล้ว ตนมีแนวคิดจะรวมตัวของกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.-19 พ.ค. ซึ่งขณะนี้ก็มีหลายรายที่แจ้งความประสงค์มาเพื่อเดินหน้าเรียกร้องหาความเป็นธรรม โดยจะไปกันเองในภาคประชาชนในฐานะที่เป็นผู้เสียหายโดยตรง มีความรู้สึกว่าหากเรารวมตัวได้อย่างนี้จะสามารถไปยื่นเรื่องกับองค์กรต่างๆ ได้ดีกว่า และจะได้ไม่ให้รัฐบาลทําแกล้งเฉย ทําเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ผ่านแล้วผ่านเลยเป็นเรื่องเก่า ไม่ใช่ เราจะพยายามทําให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 91 ศพ นั้นไม่ให้ใครลืมเขาได้ และผู้เสียชีวิตทุกรายจะต้องได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลนี้ รัฐบาลจะต้องจัดการให้ได้ผลพิสูจน์ให้เร็วที่สุดว่าใครเป็นคนสั่งฆ่า ใครเป็นคนทํา จะเป็นคนชุดดํา หรือทหาร ทำก็ต้องชี้แจงมาเลย
 
นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวไว้อาลัยภายในงานทำบุญ 100 วันว่า การเสียชีวิตของน้องเกดก็เหมือนคดีอื่นๆ ที่ไม่คืบหน้าแม้มีพยานเห็นคนยิงชัดเจนก็ตาม การเสียสละของน้องเกดและคนอื่นๆ เป็นสิ่งสำคัญ เวลานี้ผู้มีชีวิตอยู่มีหน้าที่คือการทำความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตที่ถูกปราบปรามอย่างอยุติธรรมที่สุด ความทรงจำของพวกเราต้องอยู่ต่อไป ไม่หยุดที่ 100 วัน วันหนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล เราต้องสร้างอนุเสาวรีย์วีรชนให้กับผู้บาดเจ็บล้มตาย และรัฐบาลจากการเลือกตั้งต้องดูแลผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่คนที่เป็นฆาตรกรก็ต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมที่สุด
“วันนี้ก็ให้กำลังใจกัน ทุกวันนี้เรามีหน้าที่คือการรักษาหัวใจในระยะผ่าน เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและเอาฆาตกรมาลงโทษ บ้านเมืองมันยังจะต้องแก้ไขปัญหาอะไรอีกมากมาย และกรณีการเสียชีวิตจะไม่มีคนรับผิดชอบไม่ได้ ตราบใดที่ฆาตกรยังไม่ถูกลงโทษเราก็จะต้องต่อสู้กันต่อไปจนกว่าบ้านเมืองของเราจะได้ใช้กฎหมายที่ยุติธรรม ไม่ใช่สองมาตรฐานแบบปัจจุบันนี้” นายจตุพรกล่าว

แดงไซเบอร์จัดทำบุญ100 วันผู้เสียชีวิตที่วัดหัวลำโพง หลังพลาดจากวัดปทุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันสมาชิกคนเสื้อแดงทางเว็บไซต์จากหลายกลุ่ม ร่วมกันทำบุญ 100 วัน ให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยมีการทำบุญเลี้ยงเพลพระที่วัดหัวลำโพง หลังจากทางวัดปทุมวนารามปฏิเสธการขอใช้พื้นที่เนื่องจากถูกกดดันหนัก
กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยมาร่วมจัดอาหาร เพื่อเลี้ยงเพลพระตั้งแต่ช่วงเช้า โดยการทำบุญครั้งนี้นอกจากเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา ยังมีการรวบรวมเงินบริจาคเพื่อทำบุญร่วมกันและส่วนหนึ่งนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุมและยอดผู้เสียชีวิต ส่วนการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลบริเวณโดยรอบวัดและสมาชิกคนเสื้อแดงบางส่วน ได้มีการตั้งแผงวางขายของที่ระลึกของคนเสื้อแดงหน้าวัดด้วย อาทิ เสื้อโปโล ผ้าโพกศีรษะ ภาพเหตุการณ์การชุมนุม เป็นต้น
 
ช่างภาพเนชั่นเตรียมฟ้องรัฐบาล

ด้านนายชัยวัฒน์ พุ่มพวง ช่างภาพสำนักข่าวเนชั่น เหยื่อกระสุนปืนในเหตุ การณ์สลายม็อบเสื้อแดงวันที่ 15 พ.ค. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงและแยกราช ปรารภ กล่าวว่า เตรียมฟ้องร้องรัฐบาลทั้งทางอาญาและแพ่ง เพื่อเป็นคดีตัวอย่าง กรณีใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณดังกล่าว จนทําให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจํานวนมาก รวมทั้งตัวเองก็ถูกกระสุนเจ้าหน้าที่ยิงใส่ที่ต้นขาอาการสาหัสด้วย การฟ้องร้องดังกล่าวขณะนี้เตรียมทนายความไว้แล้ว โดยนัดหารือกันเพื่อรวบรวมข้อมูลในวันที่ 1 ก.ย.นี้

"การฟ้องร้องผมต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง ให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ และเป็นการฟ้องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสํานักพิมพ์ ส่วนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเท่าใดขอปรึกษาทนายก่อน" ช่างภาพที่ถูกยิงกล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงอาการบาดเจ็บว่า นับตั้งแต่ถูกยิงเมื่อวันที่ 15 พ.ค. อาการดังกล่าวก็ยังไม่ค่อยดี ยังคงต้องทํากายภาพ บำบัดทุกวัน เนื่องจากกระสุนที่ยิงมานั้นไม่ทะลุ แต่ไปทําลายระบบเส้นเลือด และกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาขวาทําให้ขาไม่มีแรง และมีสีดํา เนื่องจากเลือดไม่สามารถลงไปหล่อเลี้ยงได้ 

 
 
ธาริตแจงศอฉ.พิสูจน์ 91 ศพ
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกฯ ในฐานะผอ.ศอฉ. เป็นประธานการประชุมศอฉ. มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธรพุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ผบ.ทอ. และพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ว่าที่ผบ.ตร. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผู้ช่วยผบ.ทบ.พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ.พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิตสาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 นายธาริต เพ็งดิษฐ์อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช. เข้าร่วมประชุม
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.กล่าวภายหลังการประชุมว่า นายธาริตได้รายงานในที่ประชุมถึงเสียงวิจารณ์การพิสูจน์ศพประชาชนที่เสียชีวิต 91 ศพ จากเหตุการณ์เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าได้ปฏิบัติทุกอย่างตามขั้นตอน โดยประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งผลสรุปที่ออกมาได้ดำเนินการอย่างถูกต้องทุกอย่างโดยเฉพาะการพิสูจน์ศพได้ดำเนินการธรรมดาไม่มีกรรมวิธีพิเศษใดๆ ถือว่าทำอย่างดีที่สุดแล้วอย่างไรก็ตามนายสุเทพกำชับว่า ให้อธิบดีดีเอสไอไปชี้แจงถึงผลการพิสูจน์ศพให้ประชาชนเข้าใจว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
"ขอให้ยึดเหตุที่เกิดเป็นตัวตั้ง ไม่ต้องคำนึงผลว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเราต้องการทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อสาธารณชน และขอให้เจ้าหน้าที่แบ่งกลุ่มงานไปรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้มากที่สุด ถูกต้องที่สุด จากบุคคลที่มาเป็นพยานได้ในขณะนี้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง หากใครมารื้อฟื้นคดีจะได้มีข้อมูลหลักฐานที่เพียงพอชี้แจงได้" พ.อ.สรรเสริญกล่าว
พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช.ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงประเมินการทำงานทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ในการป้องกันการทุจริตและนำข้อมูลทั้งหมดเข้าที่ประชุมเพื่อหาแนวทางต่อต้านการทุจริต ที่ป.ป.ช.จะจัดประชุมในวันที่ 10-13 พ.ย.นี้
 
สั่ง 60 วันพิสูจน์ให้เสร็จ
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบผู้เสียชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ในเดือนเม.ย.-พ.ค.ว่า วันนี้ดีเอสไอได้รับหนังสือลงนามคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ. ให้ดีเอสไอดำเนินการเป็นพิเศษเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง การเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 89 ราย ให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน โดยจะต้องทำความจริงให้ปรากฏ ทั้งในส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ลักษณะบาดแผล พยานแวดล้อมพยานบุคคล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ วิถีกระสุน ระเบิด ตลอดจนใครเป็นผู้กระทำให้เสียชีวิต ซึ่งตนมอบหมายให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์คชรักษ์ ในฐานะหัวพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย จัดทีมทำงานเฉพาะรายไป โดยดีเอสไอจะรายงานความคืบหน้าต่อศอฉ.เป็นระยะ
นายธาริตกล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอรับสำนวนการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต จากตำรวจนครบาลมาครบถ้วนแล้วทั้ง 89 ราย มีเพียงบางส่วนที่ส่งกลับไปแก้ไขเพื่อให้ข้อมูลสมบูรณ์ที่สุดยืนยันว่าจะพยายามทำงานให้เสร็จสิ้นภายใต้กรอบเวลาที่ศอฉ.กำหนด และมีการทยอยเปิดเผยผลการชันสูตรออกมาเป็นระยะ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าด้วย
ส่วนการเสียชีวิตของช่างภาพชาวญี่ปุ่นและอิตาลีนั้น ดีเอสไอต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามขอยืนยันดีเอสไอไม่ได้ละเลยการทำงานในเรื่องดังกล่าว แต่เนื่องจากต้องใช้เวลาแสวงหาข้อเท็จจริงจำนวนมาก ดังนั้นขอให้ผู้สื่อข่าวรวมทั้งผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่มีภาพถ่ายหรือข้อมูลอื่นๆ นำมาให้ดีเอสไอด้วยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีการตรวจสอบการเสียชีวิต 89 ศพนั้น ดีเอสไอยึดตามสำนวนของพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองปราบปราม เป็นหลักส่วนจำนวน 91 ศพนั้น เป็นตัวเลขจากการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุข
 
ที่มาบางส่วนจากเว็บไซต์ข่าวสด

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์