มาร์คชี้รัฐบาลปรองดองมาตั้งแต่พฤษภาคมแล้ว ปลอดประสพ-ไกรศักดิ์ รับมีทูต ตปท. ทาบให้คุยกัน

มาร์คแนะเพื่อไทยแยกจากเสื้อแดง ชี้ปัญหาของประเทศเกิดจากคนไม่ยอมรับกติกาและใช้ความรุนแรง “ปลอดประสพ” เล็งให้ทุกฝ่ายปรองดอง สื่อเป็นคนกลาง ยกเว้นเหลือง-แดง เนื่องจากสุดขั้วเกิน รับถก "สุขุมพันธุ์ – ทูตต่างประเทศ – ทหาร - ยูเอ็น" ก่อนคลอดแผนปรองดอง ด้าน “ไกรศักดิ์” แจงเป็นการหารือโดยมีทูตต่างประเทศจับคุยเพื่อลดความรุนแรง ส่วนสุขุมพันธุ์บอกเป็นการกินมื้อค่ำ การเจรจาปรองดองล่าสุดคือตั้งแต่สมัยคุยกับณัฐวุฒิช่วงชุมนุม

สุเทพย้ำถ้าแดงชุมนุมแล้วทำผิด จนท.ดำเนินตาม กม.

ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า วานนี้ (7 ก.ย.) เวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมีการนัดชุมนุมกันในวันที่ 19 กันยายนนี้ โดยระบุจะมีการจัดกิจกรรมเขียนจดหมายถึงฟ้า จะทำให้ประชาชนเกิดความกังขาอะไรหรือไม่ ว่า ตนก็ต้องเรียนยืนยันว่าถ้ามีการกระทำใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ จะมีการเสนอให้พิจารณายกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติมอีกหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวสั้น ๆ ว่า ไม่มี

 

เพื่อไทยลงมติเรื่องปรองดอง เรียกร้องรัฐบาลไปตกผลึกมาให้เรียบร้อย

ต่อมาเวลา 14.00 น. มติชนออนไลน์ รายงานว่า ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมส.ส.พรรคร่วมกับกรรมการบริหารพรรค โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเป็นประธาน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอปรองดองของพรรคเพื่อไทย โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการ รวมทั้งพิจารณาถึงผลสำรวจของประชาชนที่เห็นด้วยกับการปรองดองถึงร้อยละ 59

อย่างไรก็ตามยังเห็นว่าต้องรอความชัดเจนในการเริ่มต้นปรองดองของรัฐบาล และจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เพราะถือเป็นผู้นำในฝ่ายบริหาร แต่ยังเห็นภาพความขัดแย้งระหว่างนายกฯ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ที่เป็นผู้จัดการรัฐบาลอยู่ จนมองเห็นภาพความไม่ตกผลึกกัน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลตกผลึกทางความคิด และดำเนินการให้เป็นรูปธรรม

ส่วนเรื่องตัวบุคคลของพรรคเพื่อไทย ที่จะไปเจรจานั้น พรรคเห็นว่าเรื่องตัวบุคคลไม่สำคัญเท่าหลักการในการเจรจา อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคทั้งกรรมการบริหารและ ส.ส.ก็พร้อมที่จะเจรจาได้อยู่แล้ว หรือแม้แต่ทางรัฐบาลเห็นถึงความไม่สบายใจในการหารือก็แจ้งมาได้ เช่นเดียวกันกับทางเพื่อไทยหากไม่สบายใจในการพูดจากกับใครก็ต้องบอกกัน

 

สมชายยอมรับเพื่อไทยเสียงแตก

นาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ ว่า ในหลักการตนเห็นด้วย การได้มาทำความเข้าใจกันจะทำให้ประเทศชาติสงบสุขซึ่งเป็นยอดปรารถนาของทุกคน ที่ต้องการเห็นทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ส่วนวิธีการจะทำอย่างไรนั้นให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปดำเนินการเอง ทั้งนี้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แผนปรองดองนี้ประสบความสำเร็จคือความ จริงใจของทุกฝ่าย ขาดไปฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้จะเอาเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์มาคุย กันเพียง 2 ฝ่ายก็ไม่ได้ มางุบงิบคุยกัน 2 พรรคมันก็ไม่สมบูรณ์ เพราะบ้านเมืองมีด้วยกันหลายฝ่าย ซึ่งแล้วแต่ว่าฝ่ายไหนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับเป็นธรรมหรืออยู่ในมุมมืด ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

ให้อภัยกันได้ก็ต้องให้อภัยกัน แต่ต้องไปดูกฎหมายด้วยว่าอย่างไร เพราะกฎหมายบ้านเมืองก็ต้องมีอยู่ ซึ่งต้องดูตามความเหมาะสม”นายสมชายกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามตัวบุคคลที่พรรคเพื่อไทยจะส่งไปเจรจา นายสมชาย กล่าวว่า ตนไม่ทราบเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย แต่ตนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งใครก็ได้เป็นเรื่องของแต่ละฝ่าย ซึ่งต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันจะไปตำหนิว่ากล่าวกันไม่ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีการดึงให้องค์กรต่างประเทศมามีส่วน ร่วมในแผนปรองดองทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของประเทศ นายสมชาย กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งต้องดูว่าเป็นเรื่องภายในประเทศไทยหรือไม่ซึ่งหากเป็นเรื่องภายในประเทศ การมาแทรกแซงก็ไม่เหมาะสม แต่หากเป็นเรื่องที่เขาช่วยเสนอแนะความคิดเห็นในแนวทางที่ปรารถนาดีไม่ได้มา แทรกแซงอะไรก็น่าจะไม่เป็นอะไร ก็ควรที่จะลองฟังเขาดู

เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ส.เพื่อไทยเสียงแตกในการสนับสนุนแผนปรองดอง นายสมชาย กล่าวว่า เป็นธรรมดาเพราะพรรคเพื่อไทยมีส.ส.มากเกือบ 200 คนแต่ตอนนี้เป็นเรื่องของมติพรรคไปแล้วซึ่งถือว่าเป็นจุดยืนของพรรค

 

สุชาติ ลายน้ำเงิน” โวย “ปลอดประสพ” เร่งเกมปรองดอง

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์วันที่ 7 กันยายน ก่อนการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย วาระสำคัญจะเป็นการหารือถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเสนอแผนปรองดอง 5 ข้อ ว่า เป็นการตัดสินใจที่เร็วไป อีกทั้งส.ส.ในพรรคเองก็ไม่รับทราบเรื่องนี้มาก่อน จึงคาดว่าจะมีส.ส.อภิปรายประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวางและคาดว่าส.ส.ส่วน ใหญ่จะคัดค้านแผนดังกล่าวรวมถึงตนด้วย

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าตนและส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ต้องการสร้างความปรองดองในชาติ เราทุกคนอยากเห็นประเทศมีความปรองดอง สมานฉันท์ แต่เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีความจริงใจจะปรองดอง กระบวนการสร้างความปรองดอง รัฐบาลในฐานะผู้มีอำนาจต้องเป็นฝ่ายเริ่มหรือยื่นมือออกมาก่อน ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงที่อยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำ การที่มีคนเสื้อแดงบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ย่อมเป็นไปได้ยากที่พรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลมา ปรองดองด้วย ทั้งนี้ข้อเรียกร้องของเรายังเหมือนเดิมคือจะเริ่มต้นปรองดองได้รัฐบาลต้อง ยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น

สิ่งสำคัญ ต้องถามว่าที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้ดำเนินการเรื่องใดบ้างที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการสร้างความปรองดอง ตรงกันข้ามยังมีการไล่ล่าคนเสื้อแดง เช่น ที่ จ.ลพบุรี มีการขึ้นบัญชีรายชื่อคนเสื้อแดง กว่า 2,000 คนเพื่อติดตามไล่ล่า ผมจึงคิดว่าการที่นายปลอดประสพเร่งออกมายื่นข้อเสนอปรองดอง โดยที่ไม่ถามความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นเรื่องที่ผิดพลาด”

 

"ปลอดประสพ" ยอมรับถก "สุขุมพันธุ์-ทูต ต่างประเทศ-ทหาร-ยูเอ็น" คลอดแผนปรองดอง

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่านายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุ 97.0 เมกกะเฮิร์ตซ์ วันที่ 7 กันยายนยอมรับว่า แผนการปรองดอง 5 ข้อที่ได้ออกแถลงการณ์มีการหารือกันจริงระหว่างตนกับเอกอัครราชทูตต่าง ประเทศ, ม.ร.ว.สุขุพันธุ์ บริบัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นักวิชาการต่างชาติของสหประชาชาติรวมทั้งนายทหาร

ทั้งหมดทั้งปวงและทุกคนที่เข้าร่วมมีความหวังดีและรักต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตามถึงปัจจุบันคาดว่าเกิดยาก ส่วนของตนไม่หวั่นว่าจะโดนพรรคเพื่อไทยตำหนิถึงการกระทำดังกล่าว

"ขณะนี้ผมหวังว่าประชาชนจะออกมากดดันให้เกิดการปรองดองโดยมีสื่อมวลชนเป็นตัวกลางและในการหารือดังกล่าวก็มีทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ยกเว้นกลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดง เนื่องจากสุดขั้วเกินไป"

 

โต้งรับเจอเพื่อไทยจริงเป็นการแลกเปลี่ยนหารือ หลังทูตจับคุยเพื่อลดความรุนแรง

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า นาย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่า ตนได้เข้าร่วมการหารือตามที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุจริง แต่เป็นการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นมาจากเอกอัคราชทูตต่างประเทศที่ประจำประเทศไทยและหลายๆ องค์กรได้ประสานมายังพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ได้มาพูดคุยกัน เพื่อหาจุดที่จะลดความรุนแรง โดยภายหลังจากที่นายปลอดประสพได้แถลงข่าวเรื่องแผนปรองดอง 5 ข้อ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ย.นายปลอดประสพก็ได้นำแผนดังกล่าวมาให้ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกันที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม รูปแบบการหารือจะมี ตน, มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และ ยังมี นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมาเป็นบางครั้ง ส่วนพรรคเพื่อไทยก็จะมีนายปลอดประสพ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และยังมีทูตของตางประเทศที่จะเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง โดยทางฝั่งเราได้ยืนยันว่าจัดการทุกอย่างตามกฎหมาย ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็เสนอให้มีการดำเนินการเรื่องแผนการปรองดองอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

 

สุขุมพันธุ์ยันเจรจาครั้งสุดท้ายกับณัฐวุฒิ ส่วนเจอ "ปลอดฯ-อ๋อย" ทูตสวิสเชิญกินมื้อค่ำ

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 7 กันยายนกรณีที่มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่าเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หารือถึงกระบวนการสร้างความปรองดอง ร่วมกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค พท. และทูตต่างประเทศ ว่า ขอยืนยันว่าครั้งสุดท้ายที่เป็นตัวแทนเจรจาปรองดองนั้นเป็นการเจรจากับนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีบัญชา แต่เมื่อครั้งนั้นนายกฯ ให้เลิกเจรจา ก็ไม่ได้ไปเจรจาอีก

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเมื่อวันที่ 2 กันยายน ได้รับเชิญจากเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมรับประทานอาหารอาหารค่ำในฐานะคนรู้จัก แขกในวันนั้นก็มีทูต มีชาวต่างชาติบ้าง แต่ไม่มี นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ปชป. และไม่มีเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ร่วมด้วยตามที่เป็นข่าว ในส่วนของพรรค ปชป.มี นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรค ปชป. และจากพรรค พท. คือนายปลอดประสพ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย(ทรท.) และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111

"ในวันนั้นขณะรับประทานอาหารไม่ได้มีการหารือกันเรื่องแผนปรองดอง เมื่อรับประทานอาหารค่ำเสร็จสิ้นแล้ว ช่วงที่จะลุกจากโต๊ะเพื่อเดินทางกลับนายปลอดประสพ ได้ยื่นแผนปรองดองให้ก็รับมา แต่ไม่ได้มีการหารือกันเลย อาจจะเข้าใจผิดว่ามาจากการรับประทานอาหารค่ำคืนนั้น ผมไม่ร่วมหารือด้วยหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากท่านนายกฯ และท่านนายกฯก็ไม่ทราบ ถ้ามีการหารือโดยที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน ก็ต้องกราบเรียนนายกฯ แต่ไม่ได้กราบเรียนนายกฯ เพราะไม่ได้หารืออะไรกัน อาจจะมีการเข้าใจผิดว่ามีการยกร่างแผนปรองดองกันที่นั่น ซึ่งไม่ใช่ บนโต๊ะอาหารไม่ได้พูดเรื่องการเมืองอะไรกันเลย อาจจะพูดเรื่องการเมืองท้องถิ่นบ้าง ตอนนั้นการเลือกตั้ง ส.ก. และ ส.ข. เพิ่งเสร็จสิ้นก็เท่านั้น ”

ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่มีนัยยะแอบแฝงอะไรในการรับประทานอาหารมื้อนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ไปในฐานะคนรู้จัก ที่ทูตเชิญมา ทูตก็เป็นผู้ใหญ่ไม่กล้าไปถามว่ามีใครมาบ้าง ส่วนนัยยะทางการเมืองนั้นไม่ทราบ คงต้องไปถามทางพรรค พท.เอง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นการเข้าใจผิดของสื่อก็ได้ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องดีที่จะมีแผนปรองดอง เพราะการแก้ปัญหาบ้านเมืองควรเริ่มจากการเจรจา

 

มาร์คลั่นปรองดองมาตั้งแต่พฤษภาคมและเดินตามแผนดังกล่าว

ขณะที่เมื่อเวลา 17.00 น. ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสร้างแผนความปรองดอง ซึ่งล่าสุดพรรคเพื่อไทยออกมาตำหนิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่าออกมาพูดเรื่องนี้เร็วเกินไปว่า อยากย้ำว่าตนและรัฐบาลเสนอแผนปรองดองมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และเราเดินตามแผนดังกล่าว ซึ่งภายในแผนก็มีการยืนยันมาโดยตลอดว่าเราอยากเชิญชวนประชาชนคนไทยและทุกภาคส่วนมาร่วม ถ้าวันนี้ทางพรรคฝ่ายค้านอยากที่จะมาร่วมกับการขับเคลื่อนให้เกิดแผนการปรองดองเราก็ยินดี แต่เราก็เข้าใจว่ายังมีปัญหามีข้อจำกัด ก็ให้เวลาอยู่แล้วในการที่พรรคเพื่อไทยอาจจะต้องไปพูดคุยกันภายใน

ผมไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องมายื่นคำขาดหรือคาดคั้นว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ผมคิดว่าประชาชนคนไทยมีความคาดหวังอยากจะเห็นว่าอย่างน้อยพรรคการเมืองทุกพรรคมาสนับสนุนให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และให้การเมืองมันทำงานได้ตามปกติ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

แนะเพื่อไทยแยกจากเสื้อแดง ชี้ปัญหาของประเทศเกิดจากคนไม่ยอมรับกติกา

ผู้สื่อข่าวถามว่าด้านหนึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมเสนอแผนการสร้างความปรองดอง ขณะเดียวกันกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนี้นี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุด คือการจะมาสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นก็จะต้องมีการแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าจะเดินไปตามแนวทางดังกล่าว แต่เราก็ไม่ทราบว่าในคนที่มีการเคลื่อนไหวซึ่งอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ความสัมพันธ์เขาเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะมาแลกเปลี่ยนหารือและเข้ามาทำงานในด้านนี้คงต้องมีความชัดเจนต่อไปในอนาคต ว่าความสัมพันธ์กับกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวในด้านอื่น ๆ นั้นเป็นอย่างไร และจะให้ความสัมพันธ์นั้นเป็นอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยจะช่วยให้เกิดความปรองดองดีที่สุดคืออะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าปัญหาของประเทศที่ผ่านมาที่ก้าวไปสู่ความรุนแรงและความวิกฤตนั้นก็คือการที่มีคนไม่ยอมรับกติกาและใช้ความรุนแรง ซึ่งตนเชื่อว่าถ้าเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่ทำโดยลำพังจะไม่ลุกลามใหญ่โต แต่มันมาเกาะเกี่ยวกับกระบวนการทางการเมือง ดังนั้นถ้าเราแยกกระบวนการทางการเมืองออกมาได้ ตนคิดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราคาดหวังคือถ้าพรรคเพื่อไทยอยากจะทำให้กระบวนการทางการเมืองมันแยกออกมาได้โดยไม่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ก็จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี

 

วอนสื่ออย่าใช้คำว่าเพื่อไทยสลัดตัวจากแดง แต่ไม่ให้กระบวนการนอกกฎหมายใช้ความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหมายความว่าพรรคเพื่อไทยควรสลัดตัวออกจากการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปใช้คำพูดในลักษณะนั้น เอาว่าให้เห็นชัดเจนว่าพรรคการเมืองทุกพรรคจะเข้ามาสู่กระบวนการให้บ้านเมืองมีความปกติ และจะไม่ให้กระบวนการใด ๆ ที่มันนอกกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ขัดกับหลักประชาธิปไตยเข้ามาเกาะเกี่ยวอยู่กับกระบวนการทางการเมือง และแม้ขณะนี้จะมีเครือข่ายของคนเสื้อแดงบางคนออกมาวิจารณ์ว่าการขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเป็นปาหี่ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยก็ตาม เพราะเรื่องนี้ไม่มีเรื่องระหว่างพรรค แต่เป็นเป้าหมายและความต้องการของประชาชนและสังคมโดยส่วนรวม ซึ่งทุกคนก็เฝ้าดูบทบาทของแต่ละฝ่าย แต่ละพรรคและทุกภาคส่วน คงไม่มีประเด็นอะไรที่จะมาตกลงกันในเชิงผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด เป็นประเด็นการตกลงที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายความปรองดองด้วยกันหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถตกผลึกและขับเคลื่อนแผนปรองดองตามข้อเสนอของนายปลอดประสพได้ก็เท่ากับประเทศต้องหยุดชะงักเรื่องความปรองดองด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เป็นเช่นนั้นงานเรื่องการสร้างความปรองดองรัฐบาลและคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นมาก็เดินหน้าต่อไป เพียงแต่ถ้าเราสามารถดึงเอาคนเข้ามาได้เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ งานก็ง่ายและเร็วขึ้น แต่ถ้าวันนี้ยังไม่มาคนอื่นๆ ที่ทำงานอยู่ก็ต้องเดินหน้าทำต่อไปและทำให้ดีที่สุด

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก

รองนายกฯ สุเทพย้ำกลุ่มเสื้อแดงชุมนุม 19 ก.ย.นี้ถ้าทำผิดเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย, ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล, 7 ก.ย. 53

นายกรัฐมนตรีพร้อมเชิญชวนประชาชนคนไทยและทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดแผนปรองดองชาติ, ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล, 7 ก.ย. 53

ส.ส.พท.เห็นด้วยแผนปรองดองเรียกร้องรบ.ตกผลึกความคิด-ดำเนินการเป็นรูปธรรม, มติชนออนไลน์, 7 ก.ย. 53

"ไกรศักดิ์-สุขุมพันธุ์" ยอมรับพบ"ปลอดประสพ" แต่ไม่ได้หารือปรองดอง เผย "จาตุรนต์-พงศ์เทพ" ก็ไปด้วย, มติชนออนไลน์, 7 ก.ย. 53

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น