สภาทนายความชี้ หม่อง ทองดี เป็นชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว

คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ  ผู้ไร้สัญชาติ  แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น  สภาทนายความ  ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  ชี้แจงข้อกฎหมายกรณีเด็กชายหม่อง  ทองดี  ยืนยันว่าพ่อแม่ของเด็กชายหม่องเป็นชาวปะโอ  ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยง  ไม่ใช่แรงงานต่างด้าว  จึงควรจำแนกให้ถูกต้องตามสถานะที่เป็นจริง

 

นายสุรพงษ์  กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ  ผู้ไร้สัญชาติ  แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น  สภาทนายความ ได้แถลงถึงหนังสือของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ  ผู้ไร้สัญชาติ  แรงงานข้ามชาติ และผู้ผลัดถิ่น  สภาทนายความ  ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เพื่อให้ความเห็นทางกฎหมาย  กรณีเด็กชายหม่อง  ทองดี  กำลังจะถูกจำหน่ายรายการในทะเบียนราษฎร

เด็กชายหม่อง  ทองดี ถูกสำนักงานทะเบียนเทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร และไม่ให้เดินทาง  รวมทั้งให้เวลา 30 วันที่จะโต้แย้ง  หากไม่โต้แย้งจะจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน  ให้เหลือเพียงทะเบียนผู้ติดตามแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่งผลถึงสถานะและสิทธิทางกฎหมายของหม่องหลายประการจะถูกตัดตามไปด้วย อาทิ สิทธิรักษาพยาบาลตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  สิทธิในการเดินทาง  สิทธิและโอกาสที่จะได้สัญชาติไทย ฯ

คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ สภาทนายความ เห็นว่า บิดาและมารดา ของเด็กชายหม่องเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าปะโอ ซึ่งเป็นชนกลุ่มย่อยของกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 แต่ตกหล่นจากกการสำรวจและไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้จึงควรได้รับการจัดทำทะเบียนชนกลุ่มน้อยที่ตกหล่นจากการสำรวจตามยุทธศาสตร์การจัดปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 มกราคม 2548 รองรับ

ส่วนเด็กชายหม่อง  ทองดี เป็นบุตรชนกลุ่มน้อยที่เกิดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยต้องเร่งรัดออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดสถานะให้ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยังเร่งรัดให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ เรื่องการระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนว่าไม่กระทบสิทธิแต่อย่างใด รวมทั้งลงนามอนุมัติผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนในการได้สัญชาติที่ผ่านการตรวจสอบ และเห็นชอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ที่รอการพิจารณาจำนวนมาก

นายสรุพงษ์  กล่าวว่า  มีความผิดพลาดตั้งแต่การรับขึ้นทะเบียนแรงงานให้บิดามารดาเด็กชายหม่อง  เพราะว่าไม่ใช่แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาเพื่อทำงานและกลับประเทศต้นทาง  แต่เป็นชนกลุ่มน้อยที่หนีการสู้รบมาจากพม่า  ดังนั้นควรเปลี่ยนแปลงและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

กรณีหม่องเป็นโอกาสให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจและดำเนินการด้านสถานะให้จริงจังและถูกต้อง  ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาของหม่องเท่านั้น  แต่จะแก้ปัญหาคนอีกจำนวนมากที่ไม่มีสถานะชัดเจนในประเทศไทย
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์