แกนนำ นปช.ขึ้นศาลนัดแรกคดีก่อการร้าย ศาลนัดตรวจหลักฐานอีกครั้ง 27 ธ.ค.นี้

ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย ในคดีที่อัยการยื่นฟ้องแกนนำ นปช.ในความผิดฐานก่อการร้ายวันเดียวไม่เสร็จสิ้น นัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 27 ธ.ค.นี้ ด้าน "จตุพร"เผยเร่งนำคดีคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตฟ้องศาลโลกให้ทันเดือน ต.ค.นี้

 
เนชั่นทันข่าว : วันนี้ (27 ก.ย.2553) ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย, น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กับพวกซึ่งเป็นแนวร่วม นปช. รวม 19 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้น กระทำการเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินและก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก และฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งอัยการยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ 
 
ขณะที่วันนี้ นายวีระ ประธาน นปช. จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับการประกันตัวเพียงคนเดียว ได้เดินทางมาศาล โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเกือบ 100 คน เดินทางมาให้กำลังใจ ขณะที่นางกุลรัตน์ พิกุลทอง ภรรยาของนายก่อแก้ว พิกุลทอง อุ้มบุตรสาวมาให้กำลังใจนายก่อแก้วจำเลยร่วมด้วย ส่วน นายจตุพร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายการุณ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จำเลยร่วมไม่ได้เดินทางมาศาล เนื่องจากติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนิติบัญญัติ 
 
ทั้งนี้ ในการตรวจพยานหลักฐาน ทั้งอัยการโจทก์ และทนายจำเลยทั้งหมด ได้ทำการตรวจเอกสารหลักฐาน พร้อมทั้งบัญชีรายชื่อพยาน มาตลอดทั้งวันจนถึงเวลา 16.30 น. แต่การตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายอ้างบัญชีรายชื่อพยานที่จะเข้านำสืบจำนวนมาก ศาลจึงมีคำสั่งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายทำบัญชีรายชื่อพยานส่งศาลภายในกำหนด 30 วัน โดยศาลจะพิจารณาตรวจดูรายชื่อพยานก่อนมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้แต่และฝ่ายนำพยานสืบได้กี่ปาก ซึ่งศาลนัดตรวจพยานหลักฐานอีกครั้งวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. 
 
 
"จตุพร" เร่งฟ้องศาลโลกให้ทันเดือน ต.ค.นี้
 
เนชั่นทันข่าว: ในวันเดียวกัน (27 ก.ย.2553) นายจตุพร พรมพันธ์ แกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอออกมาระบุว่าคดีของเสื้อแดงใช้เวลา 45 วันเพื่อชันสูตรศพว่า เรื่องนี้เป็นการตอแหลทั้งหมดเพราะไม่มีทางทำเสร็จเพราะ 9 ศพที่อยู่วัดหัวลำโพงวันนี้ก็กำลังรอคำสั่งศาลว่าจะอนุญาตให้มีการชันสูตรพลิกศพหรือไม่ และก่อนหน้านี้ที่มีการยิงกันนั้นก็ไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการพิจารณาความอาญา แม้กระทั่งบนรางรถไฟฟ้าก็เพิ่งไปดูสองวันที่แล้ว ปัญหาคือว่าคำสั่งฟ้องพวกตนได้อย่างไรว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทำให้ตาย 91 ศพ ก็หลักฐานพวกคุณก็เพิ่งขึ้นไปที่รถรางไฟฟ้า ชันสูตรพลิกศพ 45 วันก็ไม่ทันและก็ไม่รู้ว่าจะทันเมื่อไร เพราะเขารู้ว่าเมื่อชันสูตรพลิกศพตามคดีอาญาจะต้องนำผลไปให้อัยการนำไปไตร่สวนในศาล ซึ่งจะระบุสาเหตุของการตายและคนร้าย ซึ่งนายธาริตไม่มีทางทำอย่างนั้น ดังนั้นจะฟ้องศาลโลกให้ทันภายในเดือน ต.ค.และถ้าจะล่าช้าก็จะไม่ให้เกินต้นเดือน พ.ย.นี้
 
 
บก.ลายจุดเยี่ยมนปช.ในเรือนจำอุดรฯ หวังหาทางช่วย
 
เนชั่นทันข่าว: นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำ นปช.รุ่นที่ 2 ได้เดินทางมายังเรือนจำกลางอุดรธานี เพื่อเข้าเยี่ยมคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ ในคดีเผาศาลากลางจังหวัด และเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวม 28 คน โดยกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมญาติของผู้ที่ถูกจับกุม จำนวนกว่า 60 คนมารอเข้าเยี่ยมด้วย โดย นปช.ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำมีความผิดในข้อหา โฆษณาชักชวนให้กระทำผิดกฎหมาย, บุกรุกสถานที่ราชการโดยมีอาวุธ, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, วางเพลิงเผาสถานที่ราชการ และทำให้เสียทรัพย์อันเป็นสาธารณประโยชน์ และร่วมกันพยายามเผาที่ว่าการ อ.เมืองอุดรธานี ในความผิดร่วมกัน ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน, บุกรุกสถานที่ราชการมีอาวุธ และพยายามวางเพลิงสถานที่ราชการ 
 
หลังจากที่นายสมบัติฯ ออกมาจากห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง ได้เชิญญาติของผู้ถูกจับกุมมาพูดคุย ที่ศาลาพักญาติภายในเรือนจำ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาร่วมสมทบ ซึ่งนายสมบัติฯ ได้สอบถามความเป็นอยู่ของครอบครัว พร้อมอธิบายถึงแนวทางการที่จะช่วยเหลือเยียวยา และแนวทางการจะดำเนินกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงในภายหน้า 
 
นายสมบัติ กล่าวว่า มาให้กำลังใจทั้งคนเสื้อแดงที่อยู่ในเรือนจำและญาติพี่น้องที่อยู่ภายนอก ซึ่งบางคนที่มีอายุถึง 70 กว่า ได้รับความลำบากเพราะลูกชายและลูกสะใภ้ ถูกควบคุมตัวอยู่ต้องเลี้ยงหลานอีก 2 คน ซึ่งตนก็ได้มารับฟังและหาทางที่จะช่วยเหลือดูแลพี่น้องเหล่านี้อย่างไร รวมถึงมาดูลักษณะของคดี และสถานการณ์ใน จ.อุดรธานี เพราะที่นี่ช่วงหลังไม่ปรากฎมีความเคลื่อนไหวใดๆ ออกมา หลายคนคิดว่าพวกที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในขณะนี้เป็นพวกแกนนำ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ คนพวกนี้เป็นชาวบ้านจริงๆ 
 
“ต่อไปผมจะต้องหาทางเชื่อมโยงกับพี่น้องที่อุดรธานี ที่บางคนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ผมจึงขอให้ทำระบบข้อมูล และจะให้ตั้งกลุ่มอาสาสมัครจัดกิจกรรมเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องของคนที่ถูกคุมขัง เชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ไปยังส่วนกลาง โดยผมจะระดมทุน โดยการจัดหาสิ่งของต่างๆ ซึ่งอาจเป็นของใหม่และของมือสองมาขายแบบตลาดนัด ที่รับบริจาคจากคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ มาขายในแต่ละจังหวัด และตั้งเป็นกองทุนในจังหวัดนั้นๆ เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา และถูกดำเนินคดี ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำให้เป็นปัญหาสังคมต่อไป” 
 
ส่วนจังหวัดต่อไปที่กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงจะเดินทางไปจัดกิจกรรม โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ยึดรถไฟไปอยุธยา” คำว่ายึดคือ รถไฟที่จะไปเป็นรถไฟฟรี โดยเราจะไปรวมตัวกันที่หัวลำโพง เพื่อตีตั๋วรถไฟฟรี และไปปั่นจักรยานกันที่บึงพระราม
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น