ศาลอนุญาตผู้ต้องหาคดีส่ง SMS หมิ่นฯ ประกันตัวแล้ว

หลังถูกควบคุมตัวร่วม 2 เดือน ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ผู้ต้องหาวัย 60 ปี คดีหมิ่นเบื้องสูงด้วยการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของนายกฯ และบุคคลสำคัญ ประกันตัวแล้ว โดยใช้ที่ดินของญาติเป็นหลักทรัพย์

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความของนายอำพล ตั้งนพกุล อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูงด้วยการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือของนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญ เปิดเผยว่า วันนี้ (4 ต.ค.53) ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายอำพลแล้ว หลังจากทนายได้ยื่นขอประกันตัวเป็นครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยศาลให้เหตุผลว่า หลักประกันน่าเชื่อถือได้ว่าจะไม่หลบหนี

นางสาวพูนสุข ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการมอบอำนาจเพื่อยื่นหลักทรัพย์ ซึ่งคงใช้เวลาประมาณ 2 วัน การประกันตัวจึงจะเสร็จสิ้น โดยในการอุทธรณ์ขอประกันตัวครั้งนี้ ได้ใช้ที่ดินของญาติเป็นหลักประกัน และให้เหตุผลว่า นายอำพลเป็นชาวบ้านธรรมดาที่อายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัวที่ต้องได้รับการรักษา จึงไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี

ก่อนหน้านี้ สื่อมวลชนรายงานว่า นายอำพลถูกตำรวจจับกุมและควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. หลังจากที่ช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายอำพล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญารัชดา ที่ 1659 /2553 ลงวันที่ 29 ก.ค.53 ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตาม ป.อาญา มาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี โดยจับกุมได้ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ระหว่างซอยวัดด่านสำโรง 17/1 และซอยวัดด่านสำโรง 19 หมู่ที่ 4 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโมโตโรล่า 2 เครื่อง และยี่ห้อเทเลวิช อีก 1 เครื่อง ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ไถง ได้รับแจ้งว่า มีบุคคลลึกลับส่งข้อความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับสถาบันไปยังบุคคลสำคัญระดับประเทศหลายคน โดยมีการส่งข้อความดูหมิ่นสถาบันไปให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 9 -12 พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้ง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีอีกด้วย จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้าย จากการตรวจสอบบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือหลายบริษัทพบว่า มีการใช้ซิมการ์ดแบบเติมเงิน เมื่อส่งข้อความเสร็จแล้วก็จะหักซิมการ์ดทิ้ง จึงติดตามข้อมูลการใช้โทรศัพท์จนทราบว่านายอำพล เป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าวจึงเข้าจับกุมมาสอบสวน เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้น่าจะมีผู้สนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายอำพล เป็นฮาร์ดคอร์กลุ่มคนเสื้อแดง จ.สมุทรปราการ ที่ กอ.รมน. ขึ้นบัญชีดำไว้ด้วย