240 องค์กรพัฒนาเอกชนทั่วโลกหนุนรัฐบาลอินเดียไม่เอาทริปส์ผนวก

18 เอ็นจีโอไทยและ 240 องค์กร จากทั่วโลกร่วมรณรงค์ต้านข้อเรียกร้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าข้อตกลง 'ทริปส์' เกรงกระทบการเข้าถึงยาของปชช. ประเทศกำลังพัฒนา

องค์กรพัฒนาเอกชนไทย 18 องค์กรร่วมรณรงค์กับ 240 องค์กรและ 38 นักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและสาธารณสุขทั่วโลก รณรงค์เรียกร้องพร้อมกันให้รัฐบาลยึดมั่นในจุดยืนไม่ยอมรับข้อเรียกร้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลกในการเจรจา การค้าข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและอินเดีย ซึ่งจะมีการเจรจาครั้งต่อไปในช่วงวันที่ 6 – 8 ตุลาคม ณ กรุงนิวเดลี และจะสรุปการเจรจาภายในสิ้นปี 2553

อินเดียถือเป็นประเทศ “ร้านขายยา” สำคัญที่ผลิตและจำหน่ายยาชื่อสามัญให้กับประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก  ถ้ารัฐบาลอินเดียยอมเซ็นข้อตกลงเขตการค้าเสรี ที่มีเงื่อนไขด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ผูกมัดเกินกว่ามาตรฐานในข้อตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก (หรือที่เรียกว่า “ทริปส์ผนวก”) ประเทศกำลังพัฒนาและโครงการสนับสนุนการรักษาเอชไอวีและเอดส์และโรคอื่นๆ ในประเทศยากจนทั่วโลก จะสุ่มเสี่ยงต่อการขาดแคลนยาชื่อสามัญในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุขของโลก

ร้อยละ 67 ของยาที่อินเดียผลิตได้ ส่งให้กับประเทศกำลังพัฒนา  กว่าร้อยละ 90 ของยาต้านไวรัสเอชไอวีที่เป็นยาชื่อสามัญที่ใช้ในประเทศยากจนและรายได้ปานกลางมากจากผู้ผลิตในอินเดีย โครงการด้านการรักษาของยูนิเซฟใช้ยาร้อยละ 50 ที่ผลิตในอินเดีย  ประเทศเลโซโธร์ในอัฟริกาซึ้อยาจากอินเดียกว่าร้อยละ 95 และประเทศซิมบับเวร้อยละ 75

ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาถึงยาชื่อสามัญนำเข้าจากอินเดีย เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยมะเร็ง ภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพของรัฐบาล

ดังนั้นรัฐบาลอินเดียยอมตกลงในการเจรจาเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป ที่มีข้อผูกมัดทริปส์ผนวก เช่น การขยายอายุสิทธิบัตรยาเกินกว่า 20 ปี การผูกขาดข้อมูลทางยาเพื่อกีดกันการแข่งขันของยาชื่อสามัญเมื่ออายุสิทธิบัตรยาต้นตำรับหมดลง การใช้มาตรการชายแดนเพื่อยึดจับยาชื่อสามัญที่ถูกกฎหมายที่อยู่ในระหว่างขนส่ง ย่อมจะส่งผลร้ายแรงด้านสุขภาพต่อประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ทั่วโลกในอนาคต

องค์กรพัฒนาเอกชนไทยและสากลจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียมีจุดยืนที่มั่นคงที่จะไม่ยอมตกลงในข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป โดยนำชีวิตและสุขภาพของคนนับล้านทั่วโลกไปแลก และขอเรียกร้องให้ประเทศอินเดียไม่ยอมรับข้อกำหนดด้านทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ที่เกินกว่าข้อตกลงทริปส์ในการเจรจา 

นอกจากนี้ วันนี้องค์กรพัฒนาเอกชนไทยยังได้ส่งจดหมายข้อเรียกร้องให้แก่เอกอัครราชฑูตอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมกับได้แนบแถลงการณ์ของเอ็นจีโอทั่วโลกไปด้วย  และจะมีกิจกรรมรณรงค์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิเช่น ในวันที่ 6 ตุลาคม จะมีการชุมนุมเรียกร้องใหญ่ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และกรุงจากาต้า ประเทศอินโดนีเซีย

องค์กรพัฒนาเอกชนและภาคประชาสังคมไทยที่ร่วมเรียกร้อง ได้แก่ เครือข่ายผู้ติดเชื้อแห่งประเทศไทย มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ชมรมเพื่อนผู้ป่วยโรคไต เครือข่ายผู้ป่วยมะเร็ง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเภสัชกรชนบท มูลนิธิแพทย์ชนบท มูลนิธิเพื่อสิทธิด้านเอดส์ คณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ กลุ่มศึกษาปัญหายา ไบโอไทย แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) หน่วยปฏิบัติการวิจัยเภสัชศาสตร์สังคม (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) แผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) มูลนิธิสุขภาพไทย และกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรี

 

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์