“คำนูณ” ระบุการต่อสู้ของ “สมบัติ บุญงามอนงค์” อันตรายกว่าใช้ความรุนแรง

คำนูณ สิทธิสมานระบุในคอลัมน์ นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการ ชี้การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของ “สมบัติ บุญงามอนงค์” อันตรายกว่าการต่อสู้แบบใช้ความรุนแรง โอดใช้กฎหมายเล่นงานไม่ได้ ชี้น่ากลัวหากรัฐบาลไม่เป็นมวย หรือคิดซื้อเวลา

วันนี้ (9 ต.ค. 53) ในหนังสือพิมพ์ เอเอสทีวีผู้จัดการรายวัน คำนูณ สิทธิสมาน วุฒิสมาชิกระบบสรรหา ผู้ปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เขียนบทความลงใน “หน้ากระดานเรียงห้า” ซึ่งเป็นคอลัมน์ประจำของเขา ชื่อตอนว่า “ความรุนแรง และการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์!” โดยตีพิมพ์ในเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ด้วย

โดยบทความตอนนี้เขาวิเคราะห์เหตุการณ์ระเบิดที่ จ.นนบุรี และวิเคราะห์กิจกรรมของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ริเริ่มกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง โดยตอนหนึ่งคำนูณ วิเคราะห์ว่า “ผมเคยเปรียบเทียบว่าสมัยสงครามเย็น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมีวิทยุคลื่นสั้นคลื่นเดียว ฟังก็ยาก แต่ก็ยังก่อให้เกิดสงครามประชาชนบาดเจ็บล้มตายปีละเป็นร้อยเป็นพันต่อเนื่อง เป็นสิบๆ ปี มาสมัยนี้มีทั้งวิทยุ วิทยุชุมชน โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ใครกล้ารับประกันเล่าครับว่าจะไม่ก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นอีกครั้ง หนึ่ง อย่าพูดว่าเขาล้มเหลวไปในการชุมนุมใหญ่ครั้งล่าสุดนะ”

เสมือนว่าความล้มเหลวในการชุมนุมใหญ่มีนาคม – พฤษภาคม 2553 จะเป็นความพ่ายแพ้ แต่ก็เป็นเพียงความพ่ายแพ้จากรูปแบบการชุมนุมใหญ่เท่านั้น ตรงกันข้ามการต่อสู้นอกระบบ นอกกฎหมาย ไร้รูปแบบ ไร้การรวมศูนย์บัญชาการ กลับเริ่มกระจายไปทั่ว เชื่อว่าแม้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรจะสั่งหยุดก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้จะสั่งใคร จะบอกว่าคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งก้าวข้ามเขาไปแล้วก็ไม่ถึงกับผิดนัก” คำนูณวิเคราะห์

ใครเคยอ่านนิยายกำลังภายในของโก้วเล้งเรื่อง “ซาเสี่ยวเอี้ย” ลองเปรียบเทียบกับ “กระบี่ที่สิบห้าของอี้จับซา” ดูเองก็แล้วกัน แต่นี่ก็ยังไม่เท่าไร! เพราะการใช้ความรุนแรงจะไม่นำพามาสู่ชัยชนะอย่างแน่นอน มีแต่จะส่งผลเสียหายให้ขบวนการคนเสื้อแดงโดยรวม”

การต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์ของสมบัติ บุญงามอนงค์อันตรายกว่า!” คำนูณระบุในบทความ และอธิบายต่อว่า “การต่อสู้ด้วยความรุนแรงคือการทำผิดกฎหมาย หากรัฐบาลเป็นมวย ย่อมฉกฉวยเป็นประโยชน์ในการปราบปรามได้ แต่การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของสมบัติ บุญงามอนงค์เอาผิดตามกฎหมายใด ๆ ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือมาตราอื่น ๆ อันนี้น่ากลัวหากรัฐบาลไม่เป็นมวย หรือยังคิดแต่จะซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ กลัวโน่นกลัวนี่”

โดยตอนท้ายของบทความคำนูณสรุปการต่อสู้ของคนเสื้อแดงว่า “ด้านหนึ่งมีความรุนแรงกระจายไปทั่ว ชนิดไร้รูปแบบ ไร้การจัดตั้งรวมศูนย์ อีกด้านหนึ่งมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ที่ยากจะเอาผิดตามกฎหมาย สถานการณ์อย่างนี้ 5 กรอบของรัฐบาลที่ทำ ๆ อยู่นี่ไม่ได้ช่วยอะไรในระยะยาว”

มิพักตั้งพูดว่ากรอบ 1 ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน และกรอบ 5 เรื่องการปฏิรูปสื่อก็กลายเป็นเพียงแค่ลดโทนลง เปิดให้ฝ่ายค้านมาออกช่อง 11 มากขึ้น แต่แทบไม่มีการแก้เกมผลแห่งการปลุกระดมโดยเสรีของขบวนรัฐไทยใหม่ผ่านสารพัด สื่อมาเป็นปี ๆ แม้วันนี้จะไม่มีสื่อเสื้อแดงในรูปแบบตรงไปตรงมา แต่หนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์เครือเดียวที่ไม่เคยละเว้นการแสดงสัญลักษณ์ในทุกรูปแบบก็เพียงพอแล้วครับ”

คำนูณระบุท้ายบทความว่า ขับเคลื่อนประเทศไปแบบนี้พอมองเห็นอนาคต เป็นอนาคตที่น่ากลัว!”