นักวิชาการประณามรัฐบาลไทยขัดขวางเสรีภาพทางวิชาการ ไม่ออกวีซ่าให้นักวิชาการเวียดนาม

กลุ่มนักวิชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในนามเครือข่ายสิทธิมนุษยชนศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประณามรัฐบาลไทยกรณีปฏิเสธไม่ออกวีซ่าให้นายโว วัน อาย นักวิชาการชาวเวียดนามเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ เผยงดวีซ่าให้นักวิชาการคนดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง

วันนี้ (15 ตุลาคม 2553) กลุ่มนักวิชาการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในนามเครือข่ายสิทธิมนุษยชนศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Southeast Asian Human Rights Studies Network-SEAHRN) จัดการแถลงข่าวกรณีรัฐบาลไทยปฏิเสธไม่ออกวีซ่าให้นายโว วัน อาย นักวิชาการชาวเวียดนามเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง สิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม 2553 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพฯ

กลุ่มนักวิชาการดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยอาจารย์และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กล่าวแสดงความผิดหวังต่อการกระทำของรัฐบาลไทย ที่ดำเนินการผ่านสถานทูตไทยในประเทศฝรั่งเศสในการปฏิเสธวีซ่า ส่งผลให้นายโว วัน อาย ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้นำเสนอบทความทางวิชาการในการประชุมครั้งนี้

ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในนามของคณะผู้จัดการประชุมกล่าวว่า การกระทำของรัฐบาลไทยครั้งนี้ขัดแย้งกับคำแถลงของรัฐบาลไทยในฐานะประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Human Rights Council) ที่เคยกล่าวให้คำมั่นว่ารัฐบาลไทยจะยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน

“รัฐบาลไทยเคยแถลงว่าจะยึดมั่นในแนวทางสิทธิมนุษยชน แต่กลับปฏิเสธไม่ให้นาย นายโว วัน อาย เดินทางเข้าไทยเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยปฏิเสธการออกวีซ่าให้กับนายโวมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลไทยได้ละเลยการปฏิบัติตามพันธกิจที่มีต่อสิทธิมนุษยชนและต่อธรรมนูญของอาเซียนที่รัฐบาลได้ร่วมลงนามไว้” ดร. ศรีประภากล่าว

นักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนผู้นี้ยังกล่าวด้วยว่า เสรีภาพทางวิชาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ “เสรีภาพทางวิชาการเป็นส่วนสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น และมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศผ่านการเผยแพร่ความรู้ และการสร้างความเป็นอิสระด้านการศึกษา” ดร.ศรีประภากล่าว
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และสถานการณ์ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเสริมว่า “การปฏิเสธไม่ยอมออกวีซ่าให้กับนักวิชาการชาวเวียดนามในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งความรู้สึกไม่มั่นคงของรัฐบาลในด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้รัฐบาลไทยมีความวิตกกังวลและยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของรัฐบาลเวียดนาม”

ดร. อัซมี ชารอม อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งมาลายา ประเทศมาเลเซีย หนึ่งในคณะผู้จัดการประชุมวิชาการกล่าวว่า “ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงต่างมีปัญหาเรื่องการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการมากน้อยต่างกันไป ที่ผ่านมาการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการมักเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่กรณีของนายโว วัน อาย นับเป็นครั้งแรกที่เราเห็นการที่รัฐบาลมากกว่าหนึ่งประเทศร่วมมือกันในการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการในภูมิภาคนี้”

ดร. อัซมียังกล่าวด้วยว่า การห้ามนายโว เข้าประเทศไทยในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจำกัดเสรีภาพทางวิชาการของนายโว เท่านั้น แต่ยังเป็นการจำกัดเสรีภาพของผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ที่ไม่มีโอกาสได้รับฟัง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกับนายโวด้วย

ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน นายโว วัน อาย ในฐานะประธานคณะกรรมการเวียดนามว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งอาศัยอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีกำหนดการที่จะมาแถลงข่าวรายงานด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศเวียดนามที่กรุงเทพฯ แต่ถูกทางการฝรั่งเศสห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่องบินเพื่อมาร่วมงานดังกล่าว แม้ว่าในครั้งนั้น นายโว ได้รับวีซ่าเดินเข้าไทยแล้ว

นายโวกล่าวในจดหมายถึงคณะผู้จัดงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมว่า เขารู้สึกตกใจต่อทัศนคติและท่าทีของรัฐบาลไทยในการกระทำดังกล่าว และกล่าวว่านักวิชาการจะไม่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะทางวิชาการได้อย่างเต็มที่ หากยังต้องคอยเซ็นเซอร์การนำเสนอผลงานของตนเองเพราะแรงกดดันทางการเมือง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์