สั่งปลด ‘พสิษฐ์’ พ้นเลขาฯ ปธ.ศาล รธน. ชี้เอี่ยวคลิปฉาว ทำภาพพจน์ศาลเสียหาย

‘5 ตุลาการ’ แถลง ศาลรัฐธรรมนูญสั่งปลด 'นายพสิษฐ์' คำสั่งมีผลวันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้เห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยัน ‘พล.อ.เปรม’ ไม่เกี่ยวล็อบบี้ยุบพรรค ด้าน ‘ชวน’ ยันมั่นใจในพฤติกรรมทีม กม.พรรค เผยสอบถาม ‘วิรัช’ แล้วอ้างฝ่ายโน้นเป็นคนชวน

 
มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.25 น.วันที่ 18 ตุลาคม ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนประกอบด้วย นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี นายจรัญ ภักดีธนากุล นายสุพจน์ ไข่มุกด์ นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายจรูญ อินทจาร ร่วมแถลงข่าวก่อนการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง โดยนายอุดมศักดิ์ แถลงว่ากรณีที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกทางสื่อมวลชนได้เกิดกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ขอชี้แจงว่า คลิปที่ปรากฏภาพของ นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญคนดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ของศาลได้ ดังนั้น นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้มีคำสั่งปลดนายพสิษฐ์ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายพสิษฐ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
 
นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า จากคลิปที่มีภาพปรากฏของ ประธานองคมนตรีนั้น ขอชี้แจงว่าคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2552 โดยขณะนั้นประธานศาลรัฐธรรมนูญได้รับรางวัลเป็นนักกฎหมายดีเด่นจากกองทุนศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ มูลนิธินิติศาสตร์ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีประธานองคมนตรีเป็นผู้มอบรางวัล โดยจะมอบเป็นประจำทุกปี ยืนยันว่าประธานองคมนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีใดๆ ทั้งสิ้น
 
รวมถึงคำวินิจฉัยต่างๆ ยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ตามพระปรมาภิไธย ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกลางกับทุกฝ่าย ไม่มีใครมาก้าวก่ายแทรกแซง ขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของศาล ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาล หรือหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สอบสวนและสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ถือว่าผิดกฎหมาย ผิดอาญาต่อแผ่นดิน พร้อมกันนี้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบภายใน เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกทาง ถ้ามีความคืบหน้าจะแถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อให้ทราบอีกครั้ง
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีคลิปวิดีโอเกิดขึ้นทางตุลาการจะดำเนินคดีฟ้องร้องกลับหรือไม่ นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้เลย เพราะการกระทำต่อศาลเช่นนี้ ถือว่ามีความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของศาลเสียหาย
 
เมื่อถามว่า การปลดนายพสิษฐ์ออกแสดงว่า พบว่ามีความผิดที่ชัดเจนแล้วหรือไม่ นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ศาลได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบอยู่ โดยเฉพาะการมีภาพของนายพสิษฐ์อยู่ในคลิป อยู่ในเหตุการณ์การสนทนา ซึ่งศาลต้องดำเนินการตรวจสอบ เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญเสียหาย จึงจำเป็นต้องมีคำสั่งปลดไว้ก่อน ส่วนจะเกี่ยวข้องไปยังตุลาการระดับสูงอย่างไรหรือไม่นั้น ขณะนี้ก็กำลังตรวจสอบเป็นการภายในอยู่ ส่วนรายละเอียดมีความคืบหน้าอย่างไรจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง
 
เมื่อถามว่า การเผยแพร่คลิปดังกล่าวอาจมีบุคคลมากกว่า1 คนมาร่วมขบวนการ นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ เป็นเรื่องที่สังคมต้องมีการวิเคราะห์กันเอง ซึ่งขณะนี้ศาลทำได้เฉพาะการชี้แจง เพื่อให้สังคมรับทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าว ส่วนจะพาดพิงไปยังนักการเมืองคนไหนหรือไม่ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องไปดำเนินการสืบสวนสอบสวน
 
 
"ชวน" ยันมั่นใจในพฤติกรรมทีม กม.พรรค เผยสอบถาม “วิรัช” แล้วอ้างฝ่ายโน้นเป็นคนชวน
 
มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 14.35 น. วันที่ 18 ตุลาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งกรรมการสอบนายวิรัช ร่มเย็น ที่ปรากฎภาพอยู่ในคลิปฉาวกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ต่อรองคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ทราบเรื่อง เป็นอำนาจของนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ตนคงไม่คัดค้านอะไร เพราะฝ่ายกฎหมายมีหน้าที่ต้องทำงานไป ซึ่งนายวิรัช คงไม่หมดกำลังใจ เพราะหัวหน้าพรรคคงต้องการให้เกิดความกระจ่างชัดว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งถือว่าเป็นเจตนาดี แต่สำหรับตนไม่ติดใจอะไร เราทำงานด้วยกันไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยนายวิรัช เพราะตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะมีผลอะไรต่อการดำเนินคดี แม้ว่านายวิรัช ไม่ควรไปพบนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ  แต่เมื่อไปพบแล้ว ข้อเท็จจริงที่นายวิรัช ได้เล่าให้ตนฟัง ก็พบว่าไม่ใช่การวิ่งเต้นคดีอะไร และไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปทำอย่างนั้น
 
“ผมถามนายวิรัช ตรงๆ ว่าไปนัดเขาหรือเขานัดมา นายวิรัชบอกว่าเขานัดมา ก็เกรงใจ ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดคือมันไม่ได้เกี่ยวกับศาล ซึ่งเราระวังมาก และนายบัณฑิต ศิริพันธ์ หัวหน้าทนายความต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด ผมไม่ได้ว่าใคร แต่พวกเราทำงานด้วยการยึดความจริงเป็นหลัก ใช้ฝีมือไม่ใช้ฝีตีน ไม่ไปวิ่งเต้น” นายชวน กล่าว
 
เมื่อถามว่าเมื่อมั่นใจว่านายวิรัช ชี้แจงชัดเจน แต่นายกฯยังตั้งกรรมการสอบ ถือเป็นการสร้างภาพหรือไม่ นายชวน กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการสอบเบื้องลึกในการถ่ายคลิปนั้น เข้าใจว่าศาลจะดำเนินการเอง ซึ่งขณะนี้ก็ได้ให้นายพสิษฐ์ ออกไปแล้ว
 
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องการเล่นงานพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่สงสัย เพราะเชื่อว่าที่เขาทำงานร่วมกันอยู่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะไปทำอะไรกันเอง จึงไม่เชื่อเรื่องดังกล่าว
 
อีกด้านหนึ่ง ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า ปชป.ให้สัมภาษณ์ภายหลังขึ้นเบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ขอพูดว่ามีความมั่นใจในคดีหรือไม่ แต่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลไปหมดแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีขบวนการกดดันการพิจารณาของศาล คิดว่าจะส่งอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มั่นใจว่าศาลจะต้องพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
 
ส่วนกรณีคลิปที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสนทนาระหว่างนายวิรัช กับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบรายละเอียด โดยพรรคจะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนของพรรค ส่วนนายวิรัชต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่อย่างไรนั้น ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่พรรคจะไม่เพิกเฉย เมื่อมีประเด็นเกิดขึ้นทางสื่อ ก็ต้องตรวจสอบ
 
เมื่อถามว่า การที่นายวิชัยไปพบกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ผมเห็นว่าความจริงถ้าไม่มีเรื่องนี้ก็จะดี ก็จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป แต่เข้าใจว่าเจ้าตัวกับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญมีความคุ้นเคยกันอยู่”
 
เมื่อถามว่า มองเจตนาในการปล่อยคลิปนี้อย่างไร หัวหน้าปชป. กล่าวว่า ถ้าพูดถึงเนื้อหาสาระไม่เห็นว่ามีการล็อบบี้ใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้เป็นเรื่องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พูดกันว่าจะเอาใครมาเป็นพยาน ไม่เห็นว่าจะเป็นสาระอะไร เพราะเป็นสิทธิของปชป. ในฐานะผู้ถูกร้องว่าจะระบุให้ใครเป็นพยาน ทั้งนี้เชื่อว่าคงจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง และอาจต้องไปดูเบื้องลึกเบื้องหลังของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะได้ทราบชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
 
“สิ่งที่ผมยืนยันได้คือพรรคไม่มีความจำเป็นใดๆ ไม่มีเจตนาใดๆ ต้องมาล็อบบี้ศาล พร้อมจะต่อสู้ในเนื้อหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขณะเดียวกันต้องการให้ศาลพิจารณาได้โดยปราศจากการกดดัน หรือล็อบบี้ใด” นายอภิสิทธิ์กล่าว
 
เมื่อถามอีกว่า การปล่อยคลิปออกมาก่อนนายกฯ ขึ้นเบิกความนัดสุดท้าย มีเจตนาอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มันมีความพยายามชัดเจนอยู่แล้วในการพูดทำนองว่าถ้าไม่ยุบปชป. เป็น 2 มาตรฐาน ตนถึงต้องย้ำว่าให้ย้อนกลับไปดูคดียุบพรรคทุกพรรค และให้ดูพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พรรคการเมือง และ พ.ร.บ. การเลือกตั้งว่าไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนถูกยุบ เพราะความผิดพลาด คลาดเคลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาการเมือง
 
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการนำคลิปวิดีโอนี้ไปเป็นชนวนปลุกการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง หัวหน้า ปชป. กล่าวว่า มันมีความพยายามอยู่ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อถามว่า ที่สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปรวมรวมข้อมูลเรื่องคดียุบพรรคทั้งหมดเพื่อเผยแพร่ต่อประชาชน จะเผยแพร่ได้เมื่อไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอเวลาหน่อย หลังเสร็จสิ้นการสืบพยานปากสุดท้ายก็จะเสนอข้อเท็จจริงที่มีการเบิกความต่อศาล
 
ที่มา: มติชนออนไลน์
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์