บทวิพากษ์ศาลยุติธรรม: (2) โครงสร้างผู้พิพากษา..อิสระ?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
 
ชื่อบทความเดิม: ศาลยุติธรรม : ยุติอย่างเป็นธรรม หรือ ยุติความเป็นธรรม ; ตอนที่ 2 โครงสร้างผู้พิพากษา : อิสระ?
 
 
อย่างที่กล่าวแล้ว คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบผู้พิพากษาต้องจบเนติ การที่หลักสูตรเนติใช้แนวฎีกาในการตีความกฎหมาย ทำให้เกิดคำถามว่า เป็นการยัดเยียดความคิด? ปิดกั้นความคิดของนักศึกษาเนติไม่ให้มีความเห็นต่างจากผู้พิพากษา?
 
ในส่วนการสอบคัดเลือกเข้าเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ไม่ได้ใช้ธงคำตอบเช่นเดียวกับเนติ?
 
คุณสมบัติอื่นขอผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ คือ นิติกร กลุ่มอาชีพนี้ที่สอบคัดเลือกผ่านมากที่สุด คือ นิติกรของกรมบังคับคดี(เคยได้ยินมาเมื่อหลายปีก่อน ปัจจุบันไม่ทราบ) สำหรับกลุ่มทนายความ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ได้เห็นถึงการเก็บคดี
 
การเก็บคดีก็คือ หลังจบปริญญาตรีกฎหมายแล้วก็ลงทะเบียนเรียนเนติ พร้อมกับสมัครสอบใบอนุญาตทนายความ ซึ่งอาจทำหลายอย่างพร้อมกันหรือทีละอย่างก็ได้ แต่เมื่อจบเนติและมีใบอนุญาตทนายความแล้ว ก็ต้องรอเวลา 2 ปี ระหว่างนี้ก็ไปที่ศาล โดยเฉพาะศาลแขวงในกรุงเทพฯในตอนเช้าวันจันทร์ที่มีคดีนัดครั้งแรกจำนวนมาก หรือศาลแพ่งในแผนกคดีตั้งผู้จัดการมรดก เพื่อขอให้แต่งเข้าเป็นทนายร่วมในคดีฝ่ายเดียว (คดีที่จำเลยไม่มาศาล หรือคดีตั้งผู้จัดการมรดกที่ไม่มีผู้คัดค้าน=คดีฝ่ายเดียว) และให้ผู้พิพากษาเซ็นต์รับรองการว่าความ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการสมัครสอบ
 
การเก็บคดีเป็นวิธีการให้ได้เอกสารรับรองการผ่านงานโดยไม่ได้ทำงานจริง ซึ่งผู้พิพากษาที่เซ็นต์ให้ต่างก็รู้ทุกคน แต่ก็เซ็นต์ให้เป็นส่วนใหญ่ (มีน้อยมากที่จะปฏิเสธ ผมเคยได้ยินเจ้าหน้าที่หน้าบังลังก์ของศาลบางคนพูดว่าท่านนั้นๆไม่เซ็นต์ให้เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยเห็นกับตา แต่ที่เห็นก็เซ็นต์ให้ทุกที)
 
การคัดเลือกคนที่ใช้การสอบ 2 ครั้ง เนติ กับสอบผู้ช่วย เป็นระบบการกลั่นกรองคนที่ทำให้ได้คนที่ยึดถือการตีความกฎหมายตามแนวฎีกา
 
เมื่อสอบได้ การอบรมโดยเฉพาะการสอนวิชา "เขียนคำพิพากษา" การฝึกงานภาคปฏิบัติที่มีผู้พิพากษาอาวุโสเป็นพี่เลี้ยง เป็นการสืบทอดจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่นหรือไม่? การที่คำพิพากษาของศาลเป็นแนวทางเดียวกันหมด-ไม่ใช่ในแง่รูปแบบที่กฎหมายกำหนดโครงร่างคราวๆว่าต้องมีข้อความใดบ้าง อันจัดเป็นแบบฟอร์ม-หากแต่เป็นลีลา สำนวนวิธีการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และลีลา สำนวนการให้เหตุผล เนื้อหาแห่งเหตุผลในคำพิพากษาอันเป็นจิตวิญญาณของคำพิพากษา ได้เป็นแบบเดียวหรือเดินในแนวทางเดียวกันตลอดมาจากอดีตจวบจนปัจจุบัน
 
ระบบเช่นนี้ได้ทำให้เกิดการสืบทอดจิตวิญญาณของผู้พิพากษาหรือไม่?
 
การเลื่อนตำแหน่งของผู้พิพากษา แม้จะบอกว่า ใช้ระบบอาวุโส แต่โดยธรรมชาติของระบบราชการ ยิ่งขึ้นสูงก็ยิ่งมีตำแหน่งน้อย ขณะที่คนที่มีอาวุโสถึงเกณฑ์ได้เลื่อนตำแหน่ง มีมากกว่าจำนวนตำแหน่งที่รองรับได้ จึงต้องมีการคัดเลือกเฉพาะบางคนให้เลื่อนตำแหน่ง เช่นนี้จะใช้เกณฑ์อะไรพิจารณา หากใช้ผลงาน แล้วจะวัดผลงานกันอย่างไร การดำเนินกระบวนพิจารณา? การทำคดีเสร็จเร็ว? การไม่มีหรือมีคดีค้างการพิจารณาน้อย? การเขียนคำพิพากษาได้ดี? หรือจะใช้หลักเกณฑ์ด้านลบ การมีข้อผิดพลาดน้อย? หากใช้เกณฑ์เหล่านี้มาเป็นตัววัดผลงานของผู้พิพากษา จะไม่เป็นการกดดันให้ผู้พิพากษาสร้างผลงานได้ตามกำหนด? หากใช้หลักเกณฑ์ต่างๆเช่นนี้ จะไม่เป็นการแทรกแซงการทำงานผู้พิพากษา?
 
เมื่อดูประกอบกับระบบการสอบเนติและสอบคัดเลือก จึงมีคำถามว่า คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากผู้พิพากษาที่อยู่ใน กต.จะมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งจนถึงผู้บริหารระดับสูงของศาล?
 
เช่นนี้การมีระบบการเลื่อนตำแหน่งของผู้พิพากษา ไม่ทำให้ผู้พิพากษา-โดยเฉพาะผู้พิพากษาที่หวังจะได้เลื่อนตำแหน่ง-ศูนย์เสียความเป็นอิสระ?
 
เมื่อการเลื่อนตำแหน่งถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาไม่กี่คนใน กต. มีอะไรเป็นหลักประกันว่า ผู้พิพากษาที่เป็น กต.ไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของผู้พิพากษาได้
 
การเรียนการสอนย่อมเกิดความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ การที่อาจารย์เนติเป็นผู้พิพากษา ย่อมมีความสัมพันธ์นี้เช่นกัน การจัดอบรมและการฝึกงานภาคปฏิบัติ ก็ย่อมเกิดความสัมพันธ์ฉันท์ลูกศิษย์-อาจารย์เช่นกัน ขณะที่ผู้พิพากษาใหม่-โดยเฉพาะผู้พิพากษาใหม่ที่มาจากทนายความที่ "เก็บคดี" และมาจากนิติกร-ยังไม่สามารถรับผิดชอบงานได้เต็มที่ ต้องมีผู้พิพากษาอาวุโสโดยเฉพาะหัวหน้าศาล เป็นพี่เลี้ยงต่ออีกระยะ ระบบเช่นนี้ย่อมง่ายต่อการเกิดสายสัมพันธ์ระหว่างผู้พิพากษาระดับล่าง กับผู้พิพากษาระดับสูง ที่เคยเป็นอาจารย์เนติ เคยเป็นอาจารย์ในการอบรมภาคทฤษฎี เคยเป็นอาจารย์ในการอบรมภาคปฏิบัติ เคยเป็นหัวหน้าศาลที่เป็นพี่เลี้ยง
เมื่อประกอบกับการเลื่อนตำแหน่ง ย่อมเกิดคำถามว่าระบบเช่นนี้ไม่กลายเป็นการสร้างสายใยเครือข่ายที่ผู้พิพากษาระดับสูง(โดยเฉพาะที่อยู่ในกต.)สามารถครอบงำผู้พิพากษาระดับล่างหรอกหรือ?
 
หาก กต.คัดสรรแต่ผู้มีความเห็นเดียวกันขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารของศาล ประกอบกับระบบการสอบเนติ และสอบคัดเลือก ที่เน้นฎีกา และการฝึกอบรม จนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าศาลกับลูกศาล ไม่เป็นการสร้างจิตวิญญาณของศาล? จิตวิญญาณร่วมกันที่ศาลมีทัศนะคติเดียวกัน? ศาลสามารถปลดแอกตัวเองจากการเป็นข้าราชการในการตรวจสอบหน่วยราชการ หรือข้าราชการอื่น ตลอดจนข้าราชการการเมืองหรือไม่?
การที่มีผู้พิพากษามาจากทนายความที่เก็บคดี เป็นการได้คนที่ไม่เคยผ่านงานมาก่อนหรือไม่? คนที่อยู่แต่กับคำพิพากษาฎีกา อยู่แต่ในห้องเรียนออกจากห้องเรียนก็มามีตำแหน่งเป็นถึง ผู้พิพากษา คนเช่นนี้ง่ายต่อการปลูกฝังแนวความคิดหรือไม่?
 
หาก กต.คัดสรรแต่ผู้มีความเห็นเดียวกันขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารของศาล ไม่เป็นการสร้างเครือข่ายสายใยที่ผู้พิพากษาระดับบริหารสามารถแทรกแซงการทำงานของผู้พิพากษาระดับล่าง?
 
สิ่งที่ระบบสร้างขึ้นดังกล่าว เมื่อรวมกับรูปแบบพิธีการตลอดจนสัญลักษณ์ที่ตกทอดจากยุคสมบูรณาญาสิทธิราช ได้ทำให้ศาลกลายเป็นหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่ง หน่วยงานที่ไม่แตกต่างจากข้าราชการพลเรือนทั่วไป หากแต่เป็นหน่วยราชการที่มีสิทธิใช้อำนาจอธิปไตย 1 ใน 3 อำนาจตุลาการ
 
หน่วยราชการที่มีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยราชการหรือข้าราชการอื่น หรือแม้แต่ข้าราชการการเมือง อย่าง นายกรัฐมนตรี
 
หน่วยงานที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เชื่อมโยง กับประชาชน
 
หน่วยงานที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อ ประชาชน เฉกเช่นอำนาจอธิปไตยอื่น
 
สิ่งที่ต้องถามหาคำตอบจากศาลในระบบเช่นนี้ คงไม่ใช่เพียงความเป็นอิสระ หากแต่ต้องรวมถึงทัศนะคติด้วย หากประชาชนมีคดีความกับข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการระดับสูง จะเชื่อได้อย่างไรว่าจะได้รับการพิจารณาคดีจากศาลอย่างเป็นกลาง?
 
ยิ่งกว่านั้น แม้จะเป็นคดีความระหว่างประชาชนด้วยกันเอง แต่หากคู่ความฝ่ายหนึ่งรู้จักกับผู้พิพากษาระดับบริหารบางคน คดีนั้นจะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นกลาง อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม จากศาล?
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์