"จตุพร-แม่น้องเกด" นำเสื้อแดงร้องเลขาฯ ยูเอ็น ด้านตำรวจนครบาลเตรียม 7 กองร้อยรับมือ

ตำรวจนครบาลเตรียมกำลัง 7 กองร้อย รับมือ "เสื้อแดง" ยื่นหนังสือเลขาฯ ยูเอ็น เผยยังไม่มีข่าวมือที่ 3 ป่วนสร้างสถานการณ์ ขณะจตุพรเผยยูเอ็นตอบรับให้เข้ายื่นหนังสือ พร้อมเตรียมฟ้องศาลโลกคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง พ.ย.นี้

 
 
มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรับมือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมายื่นหนังสือต่อ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในโอกาสเยือนประเทศไทยในวันที่ 26 ต.ค.นี้ว่า การมาเยือนของคณะเลขาฯ ยูเอ็น คาดว่าจะมาอยู่เมืองไทยไม่นาน น่าจะช่วงประมาณ 10.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. ส่วนการที่กลุ่ม นปช.จะไปยื่นหนังสือนั้น ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจนครบาลเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยจำนวน 7 กองร้อย ประกอบด้วย บก.น.1, 2, 5, 6 และกองอารักขาถวายความปลอดภัยและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) ซึ่งทุกหน่วยมีหน้าที่รับผิดชอบดูในพื้นที่ส่วนของตนเอง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยมากที่สุด
 
ส่วนการยื่นหนังสือของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นก็คงจะต้องมีดำเนินการไป เพราะว่าเลขาฯ ยูเอ็นไปที่ไหนทั่วโลก ก็มักจะมีการยื่นหนังสือซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเดียว อาจจะมีกลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษคือบริเวณทำเนียบรัฐบาลและบริเวณหน้ายูเอ็น แต่คาดว่าหากมีการยื่นหนังสือก็คงจะเป็นที่หน้ายูเอ็น
 
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะจัดที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับผู้มายื่นหนังสือ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.วิชัย ผบก.น.1 คอยดูแลจัดระเบียบรวมทั้งเจรจากับผู้ที่มายื่นหนังสือทุกกลุ่มเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ทางการข่าวคาดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงน่าจะมีพอสมควรและอาจจะมีหลายกลุ่ม แต่เนื่องจากเลขาฯ ยูเอ็น มีช่วงจำกัดที่อยู่ในประเทศไทย การจะทำอะไรเยอะๆ คงไม่ได้ คงต้องทำแบบรวดเร็ว ส่วนการข่าวเรื่องมือที่ 3 เข้ามาก่อความไม่สงบนั้นยังไม่มี
 
เมื่อถามว่าจะมีการปิดการจราจรหรือไม่ พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวว่า ปกติคงจะไม่มีการปิดการจราจร ยกเว้นหากคณะขบวนของเลขาฯ ยูเอ็น จะเคลื่อนขบวนไปที่ใด ทางเจ้าหน้าที่ก็จะอำนวยความสะดวกในการจราจรอย่างเต็มที่เนื่องจากเป็นแขกบุคคลสำคัญ ก็คงมีการปิดการจราจรเฉพาะช่วงที่มีการเคลื่อนขบวนเท่านั้น และยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยเลขาฯ ยูเอ็นได้
 
 
"จตุพร - แม่น้องเกด" นำยื่นร้องเลขาฯ ยูเอ็น
 
มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทยเรื่องที่จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายบัน คี มุน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอนุญาตให้ส่งตัวแทนกลุ่ม นปช.เข้ายื่นหนังสือภายในสำนักงานยูเอ็นประจำประเทศไทยได้ 4 คน ประกอบด้วย น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ทีมวิชาการกลุ่ม นปช. นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมลเกด อัคฮาด หนึ่งในผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนารามวรวิหาร และตนเอง ส่วนคนที่ 4 อยู่ระหว่างการพิจารณา สำหรับเวลาคาดว่าอยู่ระหว่าง 13.00-14.00 น.
 
นายจตุพรกล่าวว่า กรณี ผบ.ทบ.ห้ามคนเสื้อแดงชุมนุมในระหว่างที่เลขาธิการยูเอ็นเยือนประเทศไทยนั้น ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง เพราะไม่มีการชุมนุมอยู่แล้ว หลังยื่นหนังสือเสร็จจะเดินทางกลับทันที อย่างไรก็ตามคงไม่สามารถไปห้ามผู้ที่จะมาร่วมเป็นสักขีพยานได้และไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีคนมาร่วมจำนวนเท่าใด แต่ก็ขอร้องให้ประชาชนอยู่อย่างสุภาพชน ความจริง ผบ.ทบ.มีหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่ใช่มากำหนดการยื่นหนังสือของประชาชน และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์มองโลกในแง่ดีบ้าง เพราะถ้ามองแบบมีปัญหาก็จะมีแต่ปัญหา
 
 
เผย พ.ย.ฟ้องศาลโลกคดีปราบม็อบ
 
นายจตุพรกล่าวกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ระบุคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในการชุมนุมที่ กทม.นั้นเกิดจากการฆ่ากันเอง ว่า เรื่องนี้คนเป็นนักกฎหมายควรที่จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะผู้เสียชีวิตทั้งหมดยังไม่มีการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและผู้ที่ทำให้เสียชีวิตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะเมื่อรัฐบาลตั้ง ศอฉ.แล้วเอาปลัดกระทรวงทุกกระทรวง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปเป็นกรรมการร่วมด้วย จึงทำให้ผู้มีหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นไปอยู่กับพวกฆาตกร ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้ดำเนินไปโดยปกติ และหากกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง ก็ต้องถามว่าแล้วเหตุใดไม่ชันสูตรพลิกศพ แต่ที่ไม่กล้าและยังยัดเยียดความผิดให้กับผู้เสียชีวิตก็เพราะกลัวกระบวนการยุติธรรมตามปกติใช่หรือไม่
 
"หากนายชวนและคนในรัฐบาลยืนยันว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง แล้วคำให้การของผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน พยานที่อยู่ในวัดปทุมวนารามฯกว่า 3 พันคน ที่เขาให้การว่าใครเป็นผู้ฆ่า คลิปวิดีโอหลายชิ้นที่ปรากฏออกมาล้วนชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราจะต้องยื่นเรื่องให้นายบัน คี มุน ได้รับทราบข้อเท็จจริง และในเดือนพฤศจิกายน คดีความที่เราจะยื่นฟ้องศาลโลกก็จะดำเนินการ" นายจตุพรกล่าว
 
นายจตุพรกล่าวว่า จะขอตรวจสอบคำปราศรัยหาเสียงของนายชวนว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในเรื่องการใส่ร้ายให้เข้าใจผิดหรือไม่ หากเข้าข่าย ก็ต้องต้องดำเนินคดี
 
 
ปชป.ชี้ "แดง" รุกหวังผลการเมือง
 
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกลุ่ม นปช.เตรียมส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาฯ สหประชาชาติว่า ทราบว่าคงมีการประสานกันแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีการประสานงานกันอย่างไร
 
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายสามารถทำได้ แต่หากจะหวังผลในทางปฏิบัติถือว่าเป็นเรื่องยาก เพราะยูเอ็นซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างแน่นอน หากนายจตุพรมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวสามารถที่จะยื่นฟ้องต่อศาลโลกได้ ทำไมไม่ใช้ช่องทางดังกล่าว กลับมายื่นหนังสือให้กับเลขาธิการยูเอ็น ซึ่งเป็นแขกบ้านแขกเมืองทำไม และเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวของคนกลุ่มนี้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น ไม่ควรที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะทำลายชื่อเสียงของประเทศ
 
 
ไทยอีนิวส์รายงานความเคลื่อนไหวคนเสือแดง
 
ด้านเว็บไซต์สำนักข่าวไทยอีนิวส์ รายงานความเคลื่อนไหวของคนเสือแดงกลุ่มต่างๆ ดังนี้ กลุ่มประชาธิปไตยก้าวหน้า และสมัชชาสังคมก้าวหน้านัดหมายรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานยูเอ็นเพียงจุดเดียวระหว่างเวลา 12.00-14.00 น. ซึ่งเป็นช่วยเวลาที่นายบัน คี มุน นัดพบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อความเป็นระเบียบและเอกภาพ นอกจากนี้ยังนัดให้ผู้ร่วมกิจกรรมทำป้ายภาษาอังกฤษมาด้วย
 
โดยในส่วนสมัชชาสังคมก้าวหน้า ได้ยื่นขอเรียกร้องให้ 1.เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกคุมขังในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด 2.ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด และ 3.เร่งเปิดเผยผลสอบสวนกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงเดือนพฤษภาคม เพื่อนำตัวผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย
 
ส่วนกลุ่มที่นัดหมายกันทางเฟสบุ๊ค คือ กลุ่ม"ลุงยิ้ม ตาสว่าง" ได้นัดหมายพบกันในเวลา 10.00 น. โดยแจ้งว่าเตรียมป้ายต้อนรับนายบัน คี มุน ไว้มากกว่า 200 ป้ายทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาเกาหลี และขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซ้อมเพลงมาร์ชเสื้อแดงไว้ร้องร่วมกันเพื่อแสดงพลัง อีกทั้งยังมีในส่วนของกลุ่มเว็บบอร์ด อินเตอร์เน็ตฟรีดอม (IF) ก็มีการเตรียมจดหมายเปิดผนึกถึงนายบัน คี มุนในฉบับภาษาอังกฤษด้วย
 
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ที่รณรงค์ด้านประชาธิปไตยได้มีการจัดทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายบัน คี มุน เรื่อง ข้อเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรมและประชาธิปไตย โดยรุบุว่าเหตุการณ์อันเป็นที่เจ็บปวด และจดจำของประชาชนเกาหลีในระหว่างวันที่ 18-27 พฤษภาคม 1980 ณ เมืองกวางจู ได้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกและกำลังเกิดขึ้นในประเทศภาคีสมาชิกองค์การสหประชาชาติ เพื่อพิทักษ์สันติภาพและความเที่ยงธรรมแห่งสหประชาชาติ เช่นในประเทศไทยแห่งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดในลักษณะเดียวกันนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2010

เราในนามประชาชนไทยผู้รักเสรีภาพ รักสันติ ความเสมอภาคเท่าเทียม และประชาธิปไตย ขอส่งผ่านข้อเรียกร้องให้องค์การที่เป็นความหวังหนึ่งของมวลหมู่มนุษยชาติแห่งสหัสวรรษใหม่ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และระงับยับยั้งการสังหารหมู่ผู้ปรารถนาประชาธิปไตย ซึ่งมีความคิดเห็นไม่ตรงกันกับหลักนโยบายแห่งรัฐและคณะรัฐาธิปัตย์ของประเทศไทยในปัจจุบัน

 
ล่าสุด ไทยอีนิวส์ รายงานว่ามีผู้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวกว่า 10,000 รายชื่อ ประกอบด้วยรายชื่อจากกลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย มีผู้ลงนามจำนวน 9,416 รายชื่อ นอกจากนั้น เป็นการรวบรวมรายชื่อผ่านอินเตอร์เน็ตดำเนินการโดยนายรุ่งโรจน์ วรรณศูทร มีผู้ลงนามราว 1,000 รายชื่อ คลิ้กดูเพิ่มเติมที่นี่
 


ที่มา: มติชนออนไลน์, ไทยอีนิวส์

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์