'เชียงใหม่' ติดท็อป 10 เมืองน่าเที่ยวของโลนลี่แพลนเน็ตปี 2554

31 ต.ค. 2553 - เว็บไซต์โลนลี่แพลนเน็ต จัดอันดับเมืองน่าเที่ยว 10 แห่ง ประจำปี 2554 โดยระบุว่าเมืองน่าเที่ยวไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองใหญ่ที่คราคร่ำผู้คน แม้บางครั้งจะช่วยให้น่าเที่ยวขึ้นมาบ้าง มีเมืองหนึ่งในการจัดอันดับเหล่านี้ที่ไม่มีถนนไปถึง มีเมืองในยุโรปอีก 2 เมืองที่คนยังมองเห็นค่าต่ำกว่าความจริง อันดับต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

1. นิวยอร์ก

ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 สถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของตึกเวิร์ดเทรดเซนเตอร์ถูกปิดไม่ให้เห็น กลายเป็นช่องว่างอันน่าเจ็บปวด ในปี 2554 นั้นต่างจากเดิม เนื่องจากอดีตตึกเวิร์ดเทรดฯ จะเปิดให้คนเข้าชมพร้อมกับมีการ เปิด ลานแห่งความทรงจำ 11 กันยาฯ ซึ่งเป็นลานขนาด 6 เอเคอร์ มีน้ำพุลึก 30 ฟุต ที่ปลายฐานของอดีตตึกหอคอยคู่ มีการสลักชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ซึ่งจะเรืองแสงได้ในตอนกลางคืน (จะมีพิพิธภัณฑ์ตามมาในปี 2555)

สำหรับเมืองนิวยอร์กแล้ว นี่จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งกว่าชัยชนะ ของทีมแยงกี, นิคส์, แรงเยอร์ และ ไจแอนท์ ได้รับชัยชนะติดต่อกันเสียอีก สำหรับชาวนิวยอร์กทุกคน 11 ก.ย. 2554 จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก

2. แทงเจียร์

เมืองนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งพิเศษ คืออยู่บนยอดสุดของตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา เมือเรามองจากเมืองแทงเจียร์ไปสองฟากแล้วจะพบว่า ฟากหนึ่งหันไปทางประเทศสเปนและทวีปยุโรป อีกฟากหนึ่งหันไปทางทวีปแอฟริกา "เมืองสีขาว" แห่งนี้ได้ประกาศให้โลกรับรู้ถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง น่าสนใจ ที่มาจากเมืองลูกพี่ลูกน้องข้ามฝั่งสมุทร ผู้ว่าการเมืองคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่ง ทำให้ชายหาดของเมืองเปล่งประกาย กลายเป็นเมืองที่มีสไตล์จากชุมชนศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ สถาปัตยกรรมก่อสร้างที่ถูกทำให้กลับมามีชีวิตชีวา ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งเก๋ไก๋

3. เทล อะวีฟ

เทล อะวีฟ คือเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอิสราเอล เป็นเสมือนด้านกลับกันของนครเยรูซาเลม จากการที่เป็นเมืองเริงรมย์สมัยใหม่ขัดกับภาพของเยรูซาเลมซึ่งเป็นนครศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา "ลัทธิสุขนิยม" กลายเป็นศาสนาที่เชื่อมร้อยผู้อาศัยในเมืองนี้เข้าด้วยกัน มีบาร์มากกว่าศาสนสถานของชาวยิว (synagogues) เมืองที่ทวยเทพทั้งหลายคือเหล่าดีเจและเรือนร่างของทุกคนคือวิหาร

แต่เมื่อได้กรีดเกาลึกลงไปใต้เนื้อผ้าของเทล อะวีฟ หรือ TLV แล้ว สิ่งที่ได้พบคือศูนย์รวมความหลากหลายของวัฒนธรรมชาวเมดิเตอร์เรเนียนในศตวรรษที่ 21 ถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยหลากเชื้อชาติมากที่สุดของอิสราเอลเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้แล้ว เทล อะวีฟ ยังเป็นแหล่งของชุมชนชาวรักร่วมเพศ ราวกับเป็น ซาน ฟรานซิสโก แห่งตะวันออกกลาง และด้วยความที่เป็นแหล่งของมหาวิทยาลัยและพิพิธภัณฑ์ เมืองนี้จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีสำหรับศิลปะ, ภาพยนตร์ และดนตรี

4. เวลลิงตัน

เวลลิงตันเป็นเมืองในประเทศนิวซีแลนด์ที่ต้องเรียกได้ว่า Cool (เจ๋ง) ด้วยตัว C ใหญ่ ด้วยความที่เป็นเมืองที่มีบาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารโดยเฉลี่ยต่อหัวมากกว่านิวยอร์กเสียอีก ไม่นับว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผู้ผลิตอาหารชั้นดี รวมถึงกาแฟคั่วอีก 10 เจ้า มีกิจกรรมแนวศิลปะ วัฒนธรรม ตลอดปี ขณะเดียวกันก็มีอุตสา หกรรมภาพยนตร์อย่าง "เวลลิวูด" ใจกลางคาบสมุทรมิรามาร์ ซึ่งกำลังบูม ซึ่งหลยส่วนต้องขอบคุณปีเตอร์ แจ็กสัน ผู้กำกับฮอลลิวูดชาวเวลลิงตัน (ผู้อำนวยกาสร้างภาพยนตร์ ฮอบบิท ซึ่งมีการใช้เวลลิงตันเป็นสถานที่ถ่ายทำด้วย) เมืองหลวงเล็ก ๆ แห่งนี้จะขึ้นสู่เวทีโลกจากการเป็นเมืองเจ้าภาพจัดการแข่งขันรักบี้เวิร์ลคัพในปี 2554 

5. วาเลนเซีย

วาเลนเซีย ยังคงนั่งเหมือนสาวผู้เย้ายวนและเต็มไปด้วยความมั่นใจอยู่ทางชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของสเปน กว่าหลายร้อยปีมาแล้วที่มันถูกเบียบบังความเด่นไปโโยเมืองที่ใหญ่กว่าของสเปน อย่างเมืองพ่อค้าหัวรั้นอย่าง บาเซโลน่า และ มาดริด ซึ่งเป็นเมืองหลวง

บัดนี้ไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ขณะที่มันยังคงมีเสน่ห์ในแบบของเมืองภูธร วาเลนเซียเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของสเปนในตอนนี้คราคร่ำไปด้วยคนจากหลายชาติ วาเลยเซียเคยเป็นเจ้าภาพงานชุมนุมแข่งเรือยอร์ชและเป็นแหล่งจัดแข่งรถสูตร 1 (ฟอร์มูล่าวัน) ทุก ๆ ปี และในปี 2554 เมืองนี้ก็กลายเป็นเมืองหลวงแห่งการกีฬาของยุโรป เป็นแหล่งที่นิยมสำหรับผู้มาจัดประชุมสัมมนาหรือสภาหารือ

6. อิควิตอส

อิควิตอส มหานครขนาดใหญ่ที่แฝงตัวอยู่กลางป่าฝนของเปรู เมืองนี้โลกเต้นไปตามจังหวะชีวิต สิ่งที่ทำให้มันบูมที่สุดคือการท่องเที่ยว พวกเขาอาจมารวมกระจุกที่เมืองนี้เพื่อต้องการเที่ยวชมป่าฝนเป็นหลัก แต่การได้ดูดดื่มไปกับอควิตอสเองก็ไม่เลวนัก

อิควิตอส เป็นเมืองที่ชุ่มชื้นไปด้วยชีวิตของอเมซอน บราซิล และ โคลัมเบีย ชาวพื้นเมืองและคนต่างชาติ ดนตรีในคลับเป็นแนวซัลซ่า และร็อค ตลอดจนรุ่งเช้าด้วยพลังที่คุณคาดหวังจากเมืองป่าของเปรู แต่ขณะเดียวกัน อิควิตอสก็ยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม จากงานศิลป์ของศิลปินระดับท็อปของเปรู อุดมไปด้วยอาคารแมนชั่นและพิพิธภัณฑ์ชาติพันธ์ชาวอเมซอนสำหรับผู้เริ่มศึกษา ในด้านการค้าอิควิตอสก็เต็มไปด้วยตลาด แหล่งค้าของจากชนเผ่าในป่าฝน ทั้งหมดหลอมรวมเพื่อทำให้เมืองน่าดึงดูดและเต็มไปด้วยพลังอยู่ตลอดเวลา

7. เจนท์

ราวกับความลับซ้อนความลับ เมืองไม่คุ้นหูชื่อเจนท์ อาจเป็นเมืองที่ดีที่สุดในยุโรปที่คุณอาจไม่เคยคิดจะไปเยือนมาก่อน ไม่นับว่าประเทศที่มันตั้งอยู่ก็มักถูกมองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัย เมืองเจนท์ซ่อนตัวอยู่ระหว่างกลางเมือง 3 เมืองใหญ่ของเบลเยี่ยม คือ บรัสเซล, บรูเกส์ และ แอนเวิร์ป

ผู้มาเยือนเบลเยี่ยมส่วนใหญ่ที่เร่งรีบผ่านเมืองเหล่านี้ไปมามักไม่ได้เห็นอะไรมากไปกว่า สถานีรถไฟเซนส์เพียเตอร์ คนที่ตัดสินใจลงจากรถไฟและเดินเหินไปตามแม่น้ำลีย์ ไปจนถึงศูนย์กลางประวัติศาสตร์ คงได้พบอาหารตาชั้นดี เพราะที่นี่ได้ซุกซ่อนภาพทิวทัศน์ชั้นดีของแม่น้ำ ยอดอาคาร และบ้านหลังเก่าแก่กว่าหลายศตวรรษ นั่นยังไม่หมด เจนท์ ยังเป็นเมืองที่มีเทศกาลตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปที่เรียกร้องดึงดูดผู้มาเยือน และในปี 2554 ที่จะถึงนี้ จะมีการบูรณะออกแบบศูนย์กลางเมืองใหม่สำหรับเป็นจัตุรัสคนเดินขนาดใหญ่

8. เดลี

เมืองใหญ่อย่างเดลี ที่ผสานทั้งความเป็น โอลด์เดลี และนิวเดลี ไม่เคยดูสวยงามน่าตื่นตาแบบนี้มาก่อนหลายศตวรรษ จากการที่ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานกีฬาเครือจักรภพ (Commonwealth Game) ในเดือน ต.ค. 2553 ที่ผ่านมา ทำให้มีการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคของเมือง ท้องถนนสะอาดสะอ้านและมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่ามีการพัฒนาแหล่งกีฬาใหม่ ๆ มีรถไฟใต้ดินเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงการสัญจรด้วยระบบที่ทันสมัย เสมอภาค (egalitarian) ดูห่างไกลจากภาพที่บางครั้งก็สับสนวุ่นวาย ดูมีชนชั้นของบนพื้นดิน ในปี 2554 จะเป็นปีที่กรุงนิวเดลีครบรอบ 100 ปีนับแต่ก่อตั้งในปี 2454 ซึ่งงานฉลองครบรอบจะต้องเต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวาแน่ ๆ

9. นิวคาสเทิล (ออสเตรเลีย)

เมืองนิวคาสเทิล ในรัฐนิวเซาท์เวลล์ ถือเป็นเมืองที่ถูกมองข้ามที่สุดในออสเตรเลียหรือไม่? มีใครแปลกใจไหมที่เห็นเมืองนี้ติดอันดับเมืองยอดเยี่ยมปี 2554 สำหรับชาวออสซี่และนักท่องเที่ยวนานาชาติแล้วนิวคาสเทิลดูจะอยู่นอกหนือความสนใจ ส่วนหนึ่งเนื่องจากถูกกลบความเด่นโดยเมืองที่ใหญ่กว่าทางตอนใต้ 150 กม. อย่างซิดนีย์ แต่ในความที่เล็กกว่าถึง 1 ใน 10 ของเมืองซิดนีย์ เมืองที่เก่าแก่เป็นอันดับสองจองออสเตรเลียแห่งนี้ก็มีสถานที่ในแบบซิดนีย์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดนักเล่นเซิร์ฟ แสงแดดในแบบอากาศกึ่งร้อนชื้น แหล่งอาหาร ชีวิตกลางคืน และศิลปะที่หลากหลาย

ไม่เพียงแค่นิวคาสเทิลอยู่ห่างจากซิดนีย์ไปเพียง 2 ชั่วโมงโดยการเดินทางบนถนน/ราง หรือ 30 นาทีโดยการเดินทางโดยเครื่องบินหรือเครื่องบินทะเล ในทางตะวันตกก็มีฮันเตอร์วาเลย์ไวน์เนอร์รี ซึ่งใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงหากขับรถไป ทางตอนใต้มีทะเลสาบแมคควารีสำหรับพายเรือ ทางตอนเหนือก็มีพอร์ทสตีเฟนไว้สำหรับดูปลาวาฬและเลี้ยงปลาฉลาม รวมไปถึงการเล่นแซนด์บอร์ดที่ชายหาดสต็อกตัน (ในสุดชายหาดทางใต้ห่างไป 32 กม. ใช้เวลา 5 นาทีเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ผ่านท่าเรือนิวคาสเทิล)

10. เชียงใหม่

ถ้าเชียงใหม่เป็นคน คงเปรียบได้ดั่งบ็อบ ดีแลน (ศิลปิน โฟล์ค/ร็อค ชื่อดังสมัย 60s) ด้วยความที่มีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปยาวนานเกินกว่าใครจะจดจำได้ และอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ก็ยังมีอยู่สูง และแม้จะมีอายุมายาวนาน แต่ด้วยความเป็นศิลปินแบบโบฮีเมียนทำให้เมืองนี้ยังโก้เก๋ไม่คลาย ก่อนหน้านี้เชียงใหม่เคยเป็นหัวใจสำคัญของอาณาจักรล้านนา ในทุกวันนี้ผู้ที่ต้องการหลีกหนีจาหชีวิตวุ่นวายในกรุงเทพฯ ก็สามารถไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านและกินดื่มในเมืองที่เต็มไปด้วยบรรยากาศ ศิลป์ ๆ ด้วยความเป็นมิตร ความรู้สึกหลากหลายเชื้อชาติ จึงเป็นเมืองที่ง่าย สะดวก และปลอดภัยต่อการสำรวจ มีวัดหลายสิบแห่งที่ได้รับการบูรณะไว้อย่างดี ทริปท่องเที่ยวแบบผจญภัยและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ผุดขึ้นมามากมาย มีให้เลือกทั้งการล่องแพ, ขี่ช้าง, ปีนเขา และจักรยานออฟโร้ด จนทำให้ผู้เสพย์ติดความตื่นเต้นได้อิ่มหนำสำราญ
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์