ใบตองแห้งออนไลน์: ตุลาการในสวนหลังบ้าน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

คลิปศาล รธน.ชุด 3 ร้อนๆ มาแล้วจ้า เชิญพ่อแม่พี่น้องทัศนาได้เลย......


อ้าว เฮ้ย! เรื่องของ ศรธน. มันเกี่ยวอะไรกับ ศอฉ. ละเนี่ย

อ.สาวตรี สุขศรี ดักคอเอาไว้แล้วเชียวว่าไอซีทีมีอำนาจอะไรมาบล็อกคลิป และถ้าใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็ถือว่ารัฐกำลังใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยกฎหมาย และมั่วซั่วมากๆ

รัฐก็ยังอุตส่าห์มั่วซั่วใช้อำนาจ ศอฉ. ควบไอซีที ก็ตอบไม่ได้อยู่ดีว่าคุณใช้อำนาจอะไร เพราะไอซีทีไม่ได้ใช้คำสั่งศาล ตามข่าวยังบอกว่าต้องใช้เวลาอีก 1 สัปดาห์จึงจะไปขอหมายศาล

ที่บ้านผมใช้ True เจอการปิดกั้นอย่าง พยายาม เนียน ตามที่คุณทิวสน สีอุ่น เขียน ถ้ามีคำสั่งศาลชัดเจน True ก็ต้องอ้างคำสั่งศาลสิ ชิมิชิมิ

ที่ผ่านมา ศอฉ. ไอซีที ใช้อำนาจเผด็จการบล็อกเว็บจนเคยตัว ไม่ว่าการบล็อกเว็บเสื้อแดง เซ็นเซอร์ข้อมูลข่าวสาร คำวิพากษ์วิจารณ์การสลายม็อบเสื้อแดง แบบ ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ โดยยังขยายความไปถึงการเซ็นเซอร์เว็บโป๊ตามระเบียบ (ของใครไม่ทราบ แต่ถือเป็นประเพณีไปแล้วที่อำนาจเผด็จการต้องปกป้องศีลธรรมอันดีงาม ทั้งที่พวกเมริงก็ไม่ได้มีศีลธรรมสูงส่งกว่าชาวบ้าน)

ทั้งหมดนั้นเรียกได้ว่าเป็นอำนาจ เผด็จการรูทีน ซึ่งไอซีทีใช้ข้อความว่า

"URL นี้ได้ถูกปิดกั้นแล้ว เนื่องจากมีคำสั่งศาลให้ปิดกั้นหรือมีลักษณะเข้าข่ายที่อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550"

อาจ ทั้งนั้นเลย อาจกระทบต่อความมั่นคง อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ถามว่าใครเป็นผู้พิจารณาว่า อาจ ก็แค่เจ้าหน้าที่ไอซีทีหรือทหาร (ในกรณี ศอฉ.) ที่ไม่ได้มีสติปัญญาความคิดความรับรู้เหนือ netizen ทั่วไป เผลอๆ จะล้าหลังกว่าหลายโยชน์ด้วยซ้ำ ไม่ต่างจากกรรมการเซ็นเซอร์หนัง Insects in the Backyard

แต่ครั้งนี้การบล็อกคลิปศาล รธน.มันก้าวข้ามไปไกลกว่า เผด็จการรูทีนเพราะรัฐข้ามเส้นมาห้ามเผยแพร่ข้อกล่าวหาหรือข้อครหาที่มีต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นตัวบุคคล โดยเฉพาะคลิปชุด 2 ชุด 3 ที่ทำให้เต้นต้องออกมาเซ็นเซอร์อยู่ตอนนี้ มันเป็นข้อครหาต่อพฤติกรรมส่วนบุคคล โดยอ้างว่ามีการสอบเข้ารับราชการในศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าข้อกล่าวหาจะจริงหรือเท็จก็แล้วแต่ นี่คือการ “แฉ” พฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่ใช่ตัวองค์กรหรือตุลาการทั้งคณะ

รัฐยกเรื่องกล่าวหาตัวบุคคล ที่แม้จะเป็นตุลาการศาลสูงสุด มาอ้างว่า อาจกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ได้อย่างไรครับ

การกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีส่วนทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ ถือเป็นกระบวนการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่ง ในทำนองเดียวกับการตรวจสอบนักการเมือง หรือข้าราชการระดับสูง ไอซีทีอ้างได้อย่างไรว่าอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญ และมีผลต่อความมั่นคงของประเทศ

อ้าว ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ศาลรัฐธรรมนูญในคดีซุกหุ้นเป็นอย่างไรล่ะ เสียไหม แล้วต้องเซ็นเซอร์การวิพากษ์วิจารณ์ไหม

ถ้าใช้เกณฑ์อย่างนี้มาปิดกั้นการตรวจสอบ ก็แปลว่าต่อไปสมมติมีคลิปลับ แฉรัฐมนตรีหรือหน้าห้องรัฐมนตรี ไปเจรจาฮั้วค่าหัวคิวถุงยังชีพ 30% หรือมีคลิปลับแฉนายทหารระดับสูง เจรจาค่าเปอร์เซ็นต์ซื้ออาวุธ แล้วผู้ถูกแฉโวยวายอ้างว่าเป็นความเท็จ ถูกใส่ร้าย รัฐโดย ศอฉ.หรือไอซีที ก็จะอ้าง ความมั่นคงต่อราชอาณาจักร มาปิดเว็บได้เช่นกัน (ชิมิชิมิ)

ที่จริงกรณีคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว ในเรื่องคลิปเสียงมาร์คสั่งสลายการชุมนุมปี 52 แต่ตอนนั้นรัฐตีลูกมั่ว อาศัยกระแสสังคมไม่เชื่อว่ามาร์คสั่งการจริง อ้างว่ามีการตัดต่อ แล้วก็สรุปเองว่าเป็นความเท็จเข้าข่ายความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์

เท็จไม่เท็จใครตัดสิน ไอซีทีตัดสินเองเลยหรือ เท็จไม่เท็จต้องศาลตัดสิน และไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกมาปั้นหน้าขรึมขลังตัดสินเองด้วย เพราะท่านพูดในฐานะตัวบุคคลไม่ใช่ศาลบนบัลลังก์

แน่นอนว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิที่จะโวยว่าท่านถูกใส่ร้ายป้ายสี มีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดี และมีสิทธิปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงของตน ด้วยการร้องต่อศาลยุติธรรม ขอให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าว

แต่ไม่ใช่ว่า ศอฉ.หรือไอซีที ใช้อำนาจปิดกั้นให้ หรือกระทั่งไปขอคำสั่งศาลให้แบบรับเหมาทำแทน เพราะรัฐต้องไม่ก้าวล่วงเข้ามาปกป้องความเสียหายที่เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมคุณไม่บล็อกเว็บให้ เป๊ก-ธัญญ่า-พิ้งกี้ หรือฟิล์ม-แอนนี่ ทำไมต้องบล็อกให้เฉพาะตุลาการระดับสูง

ยิ่งไปกว่านี้นะครับ ถ้าแยกแยะให้ดีว่า คลิปศาล รธน.ทั้งหมดมี 8 คลิป คลิปที่ 6-8 เป็นการกล่าวหาตุลาการที่เป็นตัวบุคคล คลิปที่ 3-5 เป็นบันทึกการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหารือคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่คลิปที่ 2 เป็นบันทึกการหารือลับระหว่าง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ซึ่งไม่ว่าใครจะกล่าวหาอย่างไรว่าจัดฉากให้ร้ายหรือเป็นสปายเสื้อแดง แต่มันก็คือพฤติกรรมที่สร้างความเสื่อมเสียต่อกระบวนการยุติธรรม โดยบุคคล 2 คน หนึ่งในนั้นเป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์

คลิปที่ 6-8 ตุลาการผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปิดกั้น คลิปที่ 3-5 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งปิดกั้น แต่ถามว่าคลิปที่ 2 เนี่ยใครควรจะเป็นผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญหรือ ศาลรัฐธรรมนูญเสียหายตรงไหน ถ้ามองว่าการเปิดเผยเรื่องนี้ช่วยรักษากระบวนการยุติธรรม

ฉะนั้นไอซีทีมีอำนาจอะไรไปบล็อกคลิปที่ 2 โดยเฉพาะเมื่อรัฐมนตรีไอซีที จุติ ไกรฤกษ์ คือคนของพรรคประชาธิปัตย์ และในคลิปนั้น ส.ส.ของตัวเองไปเจรจาหารือคดียุบพรรคกับเลขานุการประธาน

แฉตุลาการ=หมิ่นพระมหากษัตริย์?

เรื่องพิลึกพิลั่นที่สุดก็คือ การที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปแจ้งความดำเนินคดี น้องปอย กับผู้ร่วมจัดทำและเผยแพร่คลิปวีดิโอ ว่าเป็นการหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม และสถาบันการเมืองการปกครองของไทย

อะไรมันจะขนาดนั้นครับ คนทั้งประเทศเขาได้ดูหมดทุกคลิปแล้ว (ปิดไม่ได้หรอก) ไม่เห็นมีตรงไหนพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มีแหล่งข่าวศาลรัฐธรรมนูญอ้างตามหลังในมติชนว่า เพราะมีการนำไปเผยแพร่ซ้ำและปรากฎภาพ เสียงแทรกไปในคลิป ที่ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ด้วย

ถ้าจะอ้างกันขนาดนั้นก็ตามใจ แต่อยากถามว่าได้คิดถึงความเหมาะสมบ้างไหม

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกครหา ถูกโจมตี แทนที่จะยืดอกสามศอกยืนซดด้วยตัวเอง ท่านกลับไปดึงข้อหา หมิ่นพระมหากษัตริย์ ลงมาใช้

ด้วยวิจารณญาณระดับท่าน ไม่รู้หรือว่า ไม่สมควร

ถ้ามันมีภาพ เสียง แทรกเช่นนั้นจริง และถ้าท่านรู้จักแยกแยะ ท่านก็ควรแจ้งความดำเนินคดีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าน ส่วนที่ว่าหมิ่นพระมหากษัตริย์ พสกนิกรผู้จงรักภักดีมีมากมาย เดี๋ยวเขาก็มีคนแจ้งความเองนั่นแหละ (สะกิดจ่าดับ จำเปาะ มาแจ้งก็ได้) แต่การที่ท่านเอาข้อหามารวมกันหมด มันกำลังทำให้ผู้คนเขารู้สึกอย่างไร ถ้าไม่ใช่รู้สึกว่าท่านกำลังอ้างสถาบันเพื่อปกป้องตัวเอง

สิ่งแรกที่จะนำไปสู่การปรองดองได้ หรือนำไปสู่ความสามัคคีได้ ผมว่าเลิกยุ่งเกี่ยวกับสถาบันทั้งสิ้น ยกพระองค์ท่าน ยกสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้เหนือเส้นที่ผมเคยบอกไว้ มันมีเส้นอยู่เส้นหนึ่ง แล้วจะต้องยกทุกอย่างขึ้นไว้เหนือเส้นนั้น ไม่อย่างนั้นเอามาสู้กันข้างล่างแบบนี้ ก็สูญเสีย เสียหาย

อันนี้ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์พูดเอง สิ่งที่พูดน่ะถูก แต่ถามว่าใครที่ชอบดึงลงมา-ก็ทหารด้วยนั่นแหละ เพราะตั้งแต่มีคลิปแฉศาลรัฐธรรมนูญ ทหารก็ออกมาพูดเรื่อง ล้มเจ้า ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย มีแค่คลิปเดียวที่ไปเกี่ยวกับพลเอกเปรม แต่องคมนตรีเป็นตัวบุคคลไม่ใช่สถาบัน และคลิปนั้นถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าก็อ่อนเหตุผล ไร้น้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องที่ทหารจะต้องมาออกเอ็กเซอร์ไซส์แบบกินปูนร้อนท้อง

ร้อนท้อง เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องมันพันพัวนะสิ (ชิมิชิมิ) ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 50 ที่วางกับดักไว้ แล้วทหารผู้สืบทอดอำนาจ คมช.ก็มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ งูที่ขว้างไปมันกำลังจะกลับมาพันคอ แต่ถ้าเป็นผู้กล้าผู้จงรักภักดีที่แท้จริง ก็ยืนซดกันแบบตรงไปตรงมาสิครับ แล้วยกสถาบันไว้ เหนือเส้น อย่างที่พูด

ข้อกล่าวหาที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปแจ้งความ ถัดจากข้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เหลือก็ยังเป็นข้อหาที่พิลึกพิลั่นอยู่ดี นั่นคือหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ หมิ่นศาลยุติธรรม และสถาบันการเมืองการปกครองของไทย

อะไรคือสถาบันการเมืองการปกครองของไทย ท่านยกตนเป็นสถาบันการเมืองการปกครองของไทยไปแล้วหรือ ใครก็แตะต้องไม่ได้เลยใช่ไหม

ตามข่าวบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีกับคลิป 4 ตอน ไม่ได้บอกว่าตอนไหนบ้าง ผมอนุมานว่าเป็นคลิป 2-5 เพราะคลิป 6-8 ควรให้ตุลาการ 3 คนแจ้งเป็นส่วนตัว

ถามว่ามีตรงไหนในคลิป 2-5 หมิ่นศาลยุติธรรม หมิ่นสถาบันการเมืองการปกครองของไทย ผมยังงงไม่หาย แล้วที่ว่าหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ คลิป 2 หมิ่นตรงไหนครับ อย่างที่เขียนข้างต้นว่ามันคือการเปิดโปงพฤติกรรมเสื่อมเสียของเลขานุการประธานกับ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ซึ่งควรเป็นผลดีกับศาลด้วยซ้ำ คลิป 3-5 อาจเข้าข่ายการเผยแพร่ความลับทางราชการหรือความลับในการประชุมพิจารณาคดี แต่ถึงยังไง มันก็ไม่ใช่เรื่องของการดูหมิ่นแน่ๆ เพราะเป็นภาพสดเสียงสดของตุลาการท่านพูดคุยกันเอง (อันที่จริงคนที่ฟ้องหมิ่นได้น่าจะเป็นเจ๊สดเสียมากกว่า ฮิฮิ)

ถ้าท่านจะอ้างข้อความที่บรรยาย ก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าอ้างอย่างนั้น มีคนลบคำบรรยายเดิมแล้วเอาไปเผยแพร่ใหม่ ก็ไม่ผิดใช่ไหม (เหมือนคลิปป๋าเปรม สมมติมีคนเอาไปเผยแพร่ใหม่ เขียนว่าประธานองคมนตรีพบปะสนทนากับประธานศาลรัฐธรรมนูญในงานมอบรางวัลสัญญา ธรรมศักดิ์ ก็เผยแพร่ได้ ไม่ผิดตรงไหน)

แต่ที่ยังไม่เข้าใจจริงจริ๊ง ก็คือข้อหาหมิ่นสถาบันการเมืองการปกครองของไทย เพราะสถาบันการเมืองการปกครองมีทั้งอำนาจตุลาการ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ แปลว่าถ้าใครกล่าวหาวิพากษ์วิจารณ์ศาล รัฐบาล รัฐสภา ก็หมิ่นสถาบันการเมืองการปกครองไทยอย่างนั้นหรือครับ

โธ่ สถาบันการเมืองการปกครองไทยน่ะตายไปแล้ว ตั้งแต่ประชาธิปไตยถูกปล้น โดยความร่วมมือของกองทัพ ตุลาการ กับคนชั้นกลาง

จริยธรรมกับอาญา

สิ่งที่นักกฎหมายวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด เกี่ยวกับคดีความผิดทักษิณคือความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งมีด้วยกัน 3 ส่วนคือ ความผิดทางจริยธรรม ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และความผิดทางอาญา

การตัดสินความผิดทักษิณที่ผ่านมา มีปัญหาตรงที่เอาความผิด 3 ส่วนนี้ไปปะปนจนสับสนกัน เช่น คดีที่ดินรัชดาเป็นความผิดทางจริยธรรม ที่ควรถูกตำหนิติเตียน เป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม คนเป็นผู้นำประเทศไม่ควรกระทำ แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กลับตัดสินเป็นความผิดอาญา มีโทษถึงจำคุก ทั้งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทุจริต

คดียึดทรัพย์เป็นความผิดทางจริยธรรม ที่คาบเกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งควรถูกถอดถอน ในฐานะที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการดำรงตำแหน่ง แต่การที่จะลงโทษริบทรัพย์สินบุคคล ต้องมีองค์ประกอบทางอาญาในการทุจริตประพฤติมิชอบ มิใช่เพียงวินิจฉัยว่า ได้ประโยชน์มาโดย ไม่สมควร ซึ่งก็ยังมีข้อถกเถียงได้อีกมากว่า ไม่สมควร จริงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องที่ได้ประโยชน์ล้วน ไม่สมควร

แต่ข้อสำคัญคือคำว่า ไม่สมควร ชี้ชัดอยู่ในตัวมันเอง (โดยไม่ต้องเปิดพจนานุกรม) ว่า เป็นความผิดทางจริยธรรม คาบเกี่ยวกับความไม่เหมาะสมต่อตำแหน่ง โดยถ้าเป็นความผิดอาญา ก็จะต้องใช้คำว่า โดยทุจริต

ฉันใดก็ฉันนั้น เรากำลังมองกลับด้านเข้าไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ

ไม่เพียงแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเปิดให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเปิดเผยต่อสาธารณชน เกี่ยวกับตุลาการที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่ว่าเที่ยวไปแจ้งจับคนปล่อยคลิป แล้วคนที่ถูกพาดพิงในคลิปลอยนวล ไม่ถูกสอบสวน ไม่ใช่ว่าเที่ยวไปดำเนินคดีอาญาผู้อื่น แล้วตัวเองหลบเลี่ยงการถูกดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน มาตรฐานของการพิจารณาก็ต้องแยกแยะเป็น 3 ส่วนคือ ความผิดทางอาญา เช่น ถ้ามีการทุจริตจริงมีพยานหลักฐาน ผู้ที่กระทำก็ต้องติดคุก ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ก็ต้องถูกถอดถอน

โดยที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ความผิดทางจริยธรรม หรือการประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร เป็นที่ถูกครหา โลกะวัชชะ ซึ่งสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการแล้ว ท่านควรจะมีมาตรฐานสูงกว่านักการเมืองพ่อค้าอย่างทักษิณหลายเท่า

ตุลาการศาลยุติธรรมมีจารีตข้อห้ามทางศีลธรรมจรรยาที่เข้มงวด กระทั่งการไปสังสรรค์เฮฮากับพ่อค้านายทุน ซึ่งสักวันหนึ่งจะต้องมีคดีขึ้นสู่ศาล เขายังถือว่าไม่เหมาะสม คดีใดที่โจทก์จำเลยเป็นวงศาคณาญาติ จำไม่ได้แล้วว่านับไปกี่ชั่วโคตร ขนาดไม่เคยรู้จักไม่เคยไปมาหาสู่ ยังต้องถอนตัว

เพราะนั่นคือที่มาแห่งความเชื่อมั่นเชื่อถือต่อคำวินิจฉัย

ตุลาการมีลูกมีหลาน วงศาคณาญาติ ก็ไม่ควรให้มาสอบเป็นเจ้าหน้าที่เป็นข้าราชการในหน่วยงานที่ตนมีอำนาจอยู่ เพราะเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงเสียงครหานินทา เว้นเสียแต่ว่า เออ ลูกผู้พิพากษาคนนี้จบเกียรตินิยม สอบเนติบัณฑิตได้อันดับต้นๆ มาสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา ก็ไม่มีใครกังขา

ตุลาการมีลูกมีหลาน มีวงศาคณาญาติ มีคนใกล้ชิด คนรู้ใจ เอามาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อเรื่องมันฉาวโฉ่ขึ้นมา เมื่อมีคนไปประพฤติเสื่อมเสีย (หรือจะว่าเป็นสปายสายลับก็ตามแต่) จะยังแบกหน้าอยู่ได้ไงไหว

นี่คือเรื่องที่ไม่ติดคุกหรอกครับ แต่เป็นเรื่องจริยธรรมที่ต้องถามใจตัวเองว่าจะฝืนทนโลกะวัชชะไปได้แค่ไหน และจะทำหน้าที่ต่อไปได้อย่างไร

จะรักษาตัวเอง หรือรักษาสถาบันตุลาการ

 

ใบตองแห้ง 95

12 พ.ย.53

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์