ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ยันใส่เสื้อแดงร่วมงานลอยกระทงไม่มีปัญหา

ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ย้ำทุกสีเสื้อสามารถร่วมงานลอยกระทงหรืองานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ได้ ด้านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ชี้เสื้อแดงจัดงานลอยกระทงได้หากไม่กระทบต่อความมั่นคง เกย์เชียงใหม่เฮ ศาลให้นั่งกระทงได้

18 พ.ย. 53 - หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยกับสื่อมวลชนท้องถิ่น ถึงกรณีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงข่าวใจความว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่สั่งห้ามใส่เสื้อสีแดงร่วมงานกระทง ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และไม่มีนโยบายที่จะกีดกันไม่ว่าจะเป็นสีเสื้อใด ทั้งนี้งานลอยกระทงเป็นประเพณี และวัฒนธรรมล้านนาที่สวยงาม ทั้งนี้ในการประชุมเตรียมการจัดงานประเพณีลอยกระทงเชียงใหม่ก็ไม่เคยพูด เรื่องดังกล่าว มีเพียงเรื่องที่เป็นห่วงคืออยากขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้เล่นโคมลอย หรือหากจะลอยต้องเกินเวลา 21.00 น.เป็นต้นไป เนื่องจากเกรงจะไปรบกวนการบินและหากเล่นแล้วก็ต้องระมัดระวังการเกิด อัคคีภัยด้วย ข่าวที่ออกมาคาดว่าน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด ทั้งนี้ยืนยันผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานเพื่อประชาชนทุกคนในจังหวัด ทุกสีเสื้อ ประชาชนทุกคนสามารถมาเที่ยวงานลอยกระทงหรืองานยี่เป็งเชียงใหม่ซึ่งเป็น จารีตประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของชาวล้านนาได้

ส่วนกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะไปจัดงานลอยกระทงที่เวียงกุมกามและ ตลาดแม่เหียะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการจัดงานลอยกระทง เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามให้อยู่คู่กับชาวเชียงใหม่ และไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ

ผบช.5 และ ผบ.มทบ.33 วางมาตรการรับมือช่วงเทศกาลลอยกระทง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา พลตำรวจโทชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยพลตรีประตินันท์ สายหัสดี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 นายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่และคณะ ประชุมร่วมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อเตรียมการรับเทศกาลลอยกระทงหรือประ เพณียี่เป็งเชียงใหม่ ซึ่งจะบูรณาการทำงานร่วมมือกันทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่อง เที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเที่ยวเชียงใหม่และภาคเหนือได้อย่าง ปลอดภัย โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความสงบ เรียบร้อยและกวาดล้างแหล่งจำหน่ายประทัดยักษ์ โดยก่อนหน้านี้ก็สามารถตรวจยึดสารโปรแตสเซียมคลอเรทได้ถึง 5 พันกิโลกรัมกลางเมืองเชียงใหม่ ขณะเดียวกันขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสหากมีเหตุการณ์ผิดปกติ

สำหรับการจัดประเพณียี่เป็งของกลุ่มเสื้อแดงที่เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่นั้น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่าสามารถกระทำได้หากไม่กระทบต่อความมั่นคง โดยการทำงานไม่ได้ยึดสีเสื้อ หากผู้ใดทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการไม่มีข้อยกเว้นไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีใด

ด้านพลตรีประตินันท์ สายหัสดี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงถึงมาตรการรับมือช่วงเทศกาลลอยกระทงว่า ทหารพร้อมจะสนับสนุนการปฏิบัติงานของตำรวจ และทำงานเชิงรุกในการทำความเข้าใจให้ประชาชนหันมาคิดดีทำดี โดยจะไม่ยอมให้มีการทำลายบ้านเมือง สำหรับเทศกาลลอยกระทงเชียงใหม่ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง ก็จะสนับสนุนเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร เพื่อแสดงออกถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อร่วม รักษาความมั่นคงภายในพื้นที่

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ยังขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส กรณีเกิดเหตุการณ์ผิดปกติในพื้นที่ และเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงานลอยกระทงเชียงใหม่อย่างมั่นใจในความ ปลอดภัยด้วย โดยทหารได้เตรียมพร้อมเสริมกำลังตลอดเวลากรณีเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ

เกย์เชียงใหม่เฮ ศาลให้นั่งกระทงได้

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่านายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือ "เกย์นที" ประธานกลุ่มเกย์การเมืองไทยและเลขาธิการกลุ่มเชียงใหม่อารยะ ได้นำกลุ่มกะเทย เกย์ และสาวเสริมสวย มารวมตัวยังบริเวณจัดแสดงโคมยี่เป็งหน้าข่วงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประกอบพิธีกราบไหว้อนุสาวรีย์ จากนั้นได้ใช้วิทยุเทปเปิดเพลงรำวงลอยกระทง พร้อมกับนำสำเนา เรื่องการทุเลาการบังคับตามคำสั่งศาลปกครองออกมาโชว์ให้ผู้คนเห็น และร่ายรำวงตามจังหวะเพลงลอยกระทง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนหนึ่ง ที่มาชมลายโคมยี่เป็งและอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เร่เข้ามายืนดูด้วยสนใจ

นาย นที กล่าวว่า การออกมาร่ายรำครั้งนี้ เป็นการแสดงชัยชนะของบรรดากลุ่มเกย์และกะเทย หลังศาลได้มีคำสั่งทุเลาให้เพศที่ 3 สามารถนั่งกระทงในงานประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ได้ ทางกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ก็ร่วมแสดงความยินดีด้วยและร่วมฟ้อนรำเพลงลอยกระทงอย่างสนุกสนาน โดยทางศาลปกครองได้นัดไต่สวนในกรณีที่พวกเราได้ยื่นฟ้องทางนายกเทศบาลนคร เชียงใหม่ เรื่องข้อที่ระบุว่าผู้ที่นั่งบนกระทงจะต้องเป็นสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเท่า นั้น ถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิของเพศที่ 3 คือ กะเทยจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ จนมีคำตัดสินออกมา

เลขาธิการ กลุ่มเชียงใหม่อารยะ กล่าวต่อว่า ศาลได้มีคำสั่งทุเลาข้อบังคับข้อ 2 ตามคำฟ้องไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หมายถึงว่าทางเทศบาลฯไม่สามารถจำกัดสิทธิ์เฉพาะสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ให้นั่งกระทงเท่านั้น แต่ให้หมายถึงบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศใครก็ได้ที่เป็นสุภาพชนสามารถ ขึ้นนั่งบนกระทงได้ จึงเป็นความชื่นใจของพวกเราเพราะเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองอารยะ เป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับโลก ดังนั้นความแตกแยกที่ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน ตนจึงเห็นว่าเรื่องที่ศาลได้มีคำสั่งในการบรรเทาในครั้งนี้ ทำให้ต่อไปเรื่องการแตกแยกก็คงไม่เกิดขึ้นแล้ว เรื่องอคติต่อกันจะไม่มีก็จะทำให้บ้านเมืองสงบขึ้น และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศก็จะได้กลับคืนมา

"พวก เขาจะได้ทำแต่สิ่งดีๆไม่ได้ไปขายเนื้อขายตัวกัน หรือลดปริมาณที่จะไปทำสิ่งไม่ดี จึงถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความปรองดองในบ้านเมือง ขึ้น โดยพวกเราไม่หวังที่จะนั่งเป็นนางนพมาศ เพราะผู้หญิงเท่านั้นที่จะเป็นนางนพมาศ พวกเราเข้าใจในกติกาไม่ไปละเมิดในข้อนี้ หากกะเทยปลอมตัวไปประกวดหากทางตนรู้ก็จะประท้วงเช่นกัน สำหรับข่าวดีที่ศาลปกครองบรรเทาในครั้งนี้ตนก็ได้แจ้งข่าวดีไปตามสื่อต่างๆ ถึงชัยชนะของกะเทยในครั้งนี้แล้ว" นายนที กล่าว

ด้าน นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เรื่องการที่ศาลปกครองสั่งทุเลาในเรื่องที่ทางผู้ฟ้องไป ตนยังไม่ทราบแต่เมื่อมีคำสั่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะกฎระเบียบนั้นคณะกรรมการจากหลายองค์กรเป็นผู้ร่วมกันออกกฎระเบียบไว้ หากทางบุคคลหลากหลายเพศจะเข้ามาร่วมขบวนแห่ ก็ขอให้มีการแต่งกายตามประเพณีวัฒนธรรมล้านนาเพื่อส่งเสริมสิ่งทีดีงามของ บ้านเมืองเราด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ มาจากการที่คณะกรรมการประกวดกระทงใหญ่ ที่เป็นภารกิจของทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ตามพระราชบัญญัติของเทศบาลฯ เกี่ยวกับการบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นซึ่งถือปฏิบัติสืบทอดกันมานาน แล้ว เกี่ยวกับประกาศเทศบาลนครเชียงใหม่ที่พิพาทนั้น ที่มีการแก้ไขระบุเฉพาะสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีเท่านั้น ที่เป็นผู้นั่งประกอบกระทงโดยออกกฎมาเมื่อ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา เนื่องจากที่ผ่านมาความหลากหลายอาชีพบางคนที่เข้าร่วมประกวดกระทง มีการแต่งกายไม่สุภาพ และแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ทำให้เสื่อมเสียประเพณีท้องถิ่น ที่ได้สมญานามว่า "สาวงามเอื้องเหนือ" เมื่อภาพลักษณ์การประกวดกระทางเผยแพร่ออกไป ทางเทศบาลได้รับคำตำหนิจากสาธารณชนและสื่อมวลชน ว่า" หาคนสวยในจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีอีกแล้วหรือ" จึงได้มีการประชุมกันจนมีการออกกฎระเบียบออกมาดังกล่าว

สำหรับการ ประกวดกระทงใหญ่ในงานประเพณี เดือนยี่เป็ง เชียงใหม่ในปีนี้ตรงกับวันที่ 22 พ.ย.จะมีกระทงใหญ่ตามหน่วยงานองค์กรต่างส่งเข้าประกวดมากกว่า 30 กระทง โดยแห่จากข่วงประตูท่าแพไปจนถึงหน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศชมขบวนแห่ที่แต่ละขบวนงด งามตระการตา เคลื่อนขบวนไปตามถนนท่าแพ ที่มีความยาวของขบวนกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อได้ชมกันโดยจะมีทั้งประเภทสวยงาม และประเภทความคิด มีบางกระทงใหญ่บางขบวนจะลอยโชว์ลงในแม่น้ำปิงด้วย.

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์