ศอฉ.สั่งห้ามบุคคลใดขาย-ครอบครองสินค้า "สร้างความแตกแยก"

"ประยุทธ์" ลงนามคำสั่ง ศอฉ. ห้ามบุคคลใดครอบครอง ขายสินค้า สร้างความแตกแยก ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งยึดหรืออายัด ผู้ใดฝ่าฝืนคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่น หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

(19 พ.ย.53) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้มีคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ 141/2553 เรื่อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งยึด หรือ อายัด สินค้าหรือวัตถุอื่นใด ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก

โดยมีรายละเอียดดังนี้ "ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี แล้วนั้น

เพื่อให้การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นและเพื่อ เสริมสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมุ่งนำสังคมกลับเข้าสู่ความสงบสุข จึงมีความจำเป็นที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องออกคำสั่งห้ามและให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำการใดๆ เท่าที่จำเป็น แก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน

อาศัยอำนาจตาม ข้อ 3 และข้อ 6 แห่งประกาศตามมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงออกคำสั่งดังนี้

ข้อ 1 ห้ามบุคคลใดมีไว้ในครอบครอง หรือ มีไว้เพื่อการจำหน่าย จ่าย แจก ซึ่งสินค้า เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภค หรือวัตถุอื่นใด ที่มีการพิมพ์ เขียน วาดภาพ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้ปรากฏความหมายในลักษณะ ยั่วยุ ปลุกระดม สร้างความปั่นป่วน หรือก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยทั่วไป หรือ เพื่อการกระทำหรือสนับสนุนการกระทำให้เกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน

ข้อ 2 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่ง ยึดหรืออายัด สินค้า เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภค หรือวัตถุอื่นใด ตามข้อ 1 โดยให้มีอำนาจกระทำการเท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน

ข้อ 3 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ชั้นสัญญาบัตร หรือเทียบเท่าเป็นผู้ดำเนินการตามคำสั่งนี้

ข้อ 4 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2553" โดยคำสั่งดังกล่าว ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

ที่มา: สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์