เครือข่ายนักกฎหมายออกจดหมายเปิดผนึก จี้ยกเลิกคำสั่ง ศอฉ.

 
21 .. 53 - เครือข่ายนักกฎหมายออกจดหมายเปิดผนึก จี้ยกเลิกคําสั่งที่ 141/2553 ของ ศอฉ. ที่ให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดหรืออายัดสินค้าหรือวัตถุอื่นใด ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก และยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
 
 
จดหมายเปิดผนึก
 
 วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
 
เรื่อง      ขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ ๑๔๑/๒๕๕๓ และยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
เรียน     นายกรัฐมนตรี
           
ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้มีคำสั่งที่ ๑๔๑/๒๕๕๓ ฉบับลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจออกคําสั่งยึดหรืออายัดสินค้าหรือวัตถุอื่นใด ที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในเขตท้องที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดปทุมธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้นและเพื่อเสริมสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นต่อการดําเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ อันมีเป้าหมายเพื่อนําสังคมกลับเข้าสู่ความสงบสุข นั้น
 
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรดังมีรายชื่อท้ายจดหมาย มีความเห็นดังต่อไปนี้
 
ประการแรก คำสั่งฉบับนี้ขัดต่อหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙ เนื่องจากเป็นการเพิ่มอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในการจำกัดสิทธิเสรีภาพที่กระทบต่อสาระสำคัญของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ..๒๕๔๘ ของพนักงานเจ้าหน้าที่เท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันได้สร้างภาระและคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนจนเกินจำเป็นแล้ว เนื่องจากมีการใช้ดุลพินิจและบังคับใช้กฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพของผู้ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างไปจากรัฐบาล จึงไม่จำเป็นหรือมีเหตุอันควรที่จะต้องมีคำสั่งฉบับนี้
 
ประการที่สอง คำสั่งฉบับนี้มีลักษณะขัดต่อหลักการของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒ อันเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของการออกกฎหมายที่กำหนดความผิดและโทษทางอาญา เนื่องจากความผิดตามข้อ ๑. ของประกาศฉบับนี้กำหนดลักษณะของวัตถุซึ่งต้องห้ามจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองด้วยถ้อยคำที่มีความหมายกว้าง ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนแน่นอนได้ว่าหมายถึงวัตถุลักษณะใดบ้าง ทั้งยังครอบคลุมถึงวัตถุแทบทุกประเภทที่ประชาชนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ประชาชนผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายจึงไม่สามารถทราบถึงสิทธิเสรีภาพที่ตนพึงมี ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าการกระทำใดของตนผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ เอื้อต่อการใช้อำนาจไปในทางกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติต่อประชาชนบางกลุ่มได้
 
ประการที่สาม คำสั่งฉบับนี้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามที่ระบุไว้ข้างต้นได้อย่างแน่แท้ และยิ่งเป็นปัจจัยเพิ่มสถานการณ์ความแตกแยกในสังคมและเพิ่มระดับความรู้สึกไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนมากขึ้น ทำให้ทัศนคติของประชาชนต่อรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐย่อมเป็นไปในทางลบ เนื่องจากมีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง และหากยังมีการบังคับใช้ต่อไปย่อมทำลายหลักประกันเสรีภาพในการแดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในสังคมประชาธิปไตย และยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้อำนาจของรัฐโดยสิ้นเชิง
 
ดังนั้น เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรดังมีรายชื่อท้ายจดหมายนี้ขอเรียกร้องต่อฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดังนี้
 
ประการแรก ขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ ๑๔๑/๒๕๕๓ เรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจออกคําสั่งยึดหรืออายัดสินค้าหรือวัตถุอื่นใด
็นธรร็
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ประการที่สอง ขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดปทุมธานี อันเป็นเหตุให้มีออกประกาศใช้อำนาจที่อาจคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประกอบกับไม่มีเหตุฉุกเฉินที่เป็นภัยคุกคามความอยู่รอดของชาติที่จำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างร้ายแรงดังที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด และไม่จำต้องจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้อำนาจทหารเป็นกลไกพิเศษในการควบคุมสถานการณ์และให้อำนาจทหารใช้อำนาจที่อาจเป็นปฏิปักษ์กับสิทธิเสรีภาพของประชาชนดังการออกคำสั่งดังกล่าว
 
ด้วยความเชื่อมั่นในหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย
 
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม
ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล
สุนี ไชยรส
จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน
 
 
 
 
 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์