ชีวิตแม่ค้าเร่สาวอีสาน อีกหนึ่งเหยื่อจากแดนไกลในชายแดนใต้

อีกหนึ่งเหยื่อจากแดนไกลในชายแดนใต้ คือแม่ค้าเร่จากภาคอีสาน ไฉนจึงกล้าหาญชาญชัยมาค้าขายในแดนวิปโยค ซ้ำยังห่างไกลการเยียวยา เมื่อต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

 
ถึงชายแดนใต้วันนี้ยังมีแต่ความรุนแรง แต่พื้นที่แห่งนี้ก็ยังเป็นที่ขุดทองของใครหลายๆ คนด้วย ขณะเดียวกันนักขุดทองเหล่านี้ก็ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์ไปด้วย
 
หลายครั้งที่ปรากฏข่าวว่ามีพ่อค้าแม่ค้านอกพื้นที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตอย่างจงใจ เหมือนกับต้องการให้พื้นที่นี้เป็นที่ต้องห้ามสำหรับนักขุดทองต่างถิ่นเหล่านี้ 
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2553 เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงพ่อค้าไก่ชาวสงขลาเสียชีวิต 3 ศพ ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันก็มีเหตุกราดยิงพ่อค้าแม่ค้าผลไม้เสียชีวิต 5 ศพ เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
 
แม่ค้าชาวอีสานก็เป็นเหยื่อของสถานการณ์กลุ่มหนึ่งด้วย อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนางสาวสุภาพ สวัสดิภาพ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 บ้านห้วยคล้อง ตำบลตากอ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
 
เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 31 สิงหาคม 2553 บนถนนในหมู่บ้านลูโบ๊ะกาเยาะ หมู่ที่ 5 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยถูกคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มายิงบริเวณท้องน้อยและสะโพกอาการสาหัส และเสียชีวิตลงในตอนเย็นวันเดียวกัน
 
เหตุเกิดขณะที่นางสาวสุภาพ กำลังหิ้วตะกร้าขายสินค้าจำพวกน้ำมันสมุนไพร ยาดม ยาลม ยาหม่องและของใช้เบ็ดเตล็ด จนข้าวของกระจายบนพื้นถนน ส่วนนางกาวิน ชรินทร์ อายุ 49 ปี ผู้เป็นแม่ซึ่งเดินขายของด้วยกัน ปลอดภัย
 
นางสาวสุภาพเพิ่งเดินทางมาตระเวนขายของในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งแรก ส่วนแม่มาแล้วหลายครั้ง 
 
นางกาวิน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองกับเพื่อนๆ อีก 11 คน ออกเดินทางด้วยรถกระบะจากจังหวัดอำนาจเจริญมาตระเวนขายของในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแวะรับรับลูกสาวที่กรุงเทพมหานครก่อน จากนั้นเดินทางมาพักในตัวเมืองสุไหงโก–ลก จังหวัดนราธิวาส ก่อนกระจายกันเร่ขายของในพื้นที่ได้ 4 วันแล้ว
 
นางกาวิน เล่าด้วยว่า หลังเกิดเหตุ ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา 100,000 บาท และเป็นเงินก้อนหนึ่งก้อนเดียวที่ได้รับ จากนั้นก็ไม่มีความช่วยเหลือใดๆ ตามมา 
 
“แม่เดินทางไปขายของที่ชายแดนภาคใต้เป็นประจำ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เดินทางไปขายของที่จังหวัดนราธิวาส มีรายได้วันละประมาณ 200 – 300 บาท ซึ่งดีกว่าอาชีพปลูกมันสำปะหลังที่บ้าน เพราะมีรายได้เข้ามาทุกวัน”
 
นางกาวิน บอกว่า ทุกครั้งที่เดินทางมาขายของในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยเจอปัญหาอะไร แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
 
ส่วนลูกสาวปกติทำงานโรงงานที่กรุงเทพมหานคร แต่ตรงกับช่วงว่างเว้นจากงาน จึงขอติดรถมาช่วยแม่ขายของด้วย เพราะต้องการช่วยแม่หารายได้ เพื่อหาเงินไปซ่อมบ้าน เพราะบ้านเก่าและทรุดโทรมมาก
 
ลูกสาวคนนี้มีครอบครัวแล้ว โดยมีลูกชาย 1 คน อายุ 2 ขวบ 8 เดือน ซึ่งสามีเป็นคนเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านที่จังหวัดอำนาจเจริญ สามีมีอาชีพรับจ้างทั่วไป แล้วแต่ใครจะจ้าง เพราะมีฐานะยากจนเหมือนครอบครัวของตน
 
การเดินทางไปตระเวนขายของเร่จะทำเป็นอาชีพเสริม ในช่วงว่างจากฤดูทำนาและปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งอาชีพหลักของครอบครัวนางกาวิแม่ปลูกมันสำปะหลัง โดยจะเริ่มปลูกในเดือนตุลาคม หลังจากนั้นก็จะรอเก็บขายได้ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 
 
ปกติในกลุ่มที่เดินทางไปด้วยกันมี 15 – 16 คน บางครั้งก็ 12 – 13 คน
 
“ช่วงว่างจากปลูกมันสำปะหลัง คนในหมู่บ้านจึงจะออกไปตระเวนขายของตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศเวียนกันไป ส่วนใหญ่จะเดินทางไปขายในภาคใต้ เพราะในพื้นที่ภาคอีสานมีคนขายเยอะอยู่แล้ว”
 
นางกาวิน เล่าว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงลูกสาวเสียชีวิต ทั้งคณะที่เดินทางมาขายของก็รีบเดินทางกลับบ้านทันที โดยนำศพลูกสาวกลับไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ด้วยความรู้สึกที่หวาหวั่นกบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นานกว่าจะหายจากอาการนี้ไปได้
 
“แม่ไม่อยากไปขายของที่นั่นอีกแล้ว ตอนนี้ยังเสียใจอยู่ ยังทำใจไม่ได้เลย ส่วนคนอื่นที่กลับไปขายของที่นั่นอีกก็มี แต่แม่ไม่ไปแล้ว ถ้าจะขายของต่อก็ไปขายของที่อื่น แต่จะไปขายที่ไหนก็แล้วแต่เถ้าแก่”
 
เถ้าแก่ ก็คือคนในหมู่บ้านเดียวกัน ที่รับซื้อของแล้วมาให้คนในหมู่บ้านเร่ขาย
 
นางกาวิน เล่าต่อว่า นางสาวสุภาพเป็นลูกคนโต จากทั้งหมด 3 คน คนที่ 2 เป็นผู้หญิง เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่ได้เรียนต่อเพราะฐานะทางบ้านยากจน
 
“เมื่อพี่สาวตาย ลูกสาวคนที่สองก็ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพหางานทำทันที เพราะต้องการช่วยแม่ ตอนนี้เป็นลูกจ้างร้านขายเสื้อผ้า ได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว ได้เงินเดือนก็ส่งกลับมาให้แม่”
 
แม่เคยชวนมาขายยาสมุนไพรด้วย แต่เขาบอกว่า ไม่ถนัด ส่วนลูกคนเล็กอายุ 4 ขวบ กำลังเรียนอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนในหมู่บ้าน ขณะที่สามีเป็นโรคปวดข้อ ไม่สามารถทำงานได้ ตอนนี้ไปอาศัยอยู่ที่วัดในหมู่บ้าน
 
ตอนนี้คนที่หารายได้ให้กับครอบครัวก็มีแม่คนเดียว ส่วนเงินที่ลูกสาวคนรองส่งมาให้ก็พอจุนเจือได้บ้างเล็กน้อย ส่วนเงินช่วยเหลือเยียวยาที่ได้มา 100,000 บาท ก็เกือบหมดไปกับงานศพของลูกสาวกับซ่อมบ้านไปแล้ว
 
ชีวิตคนจน (จากแดนไกล) ก็เป็นอย่างนี้แหละ
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์