การสู้รบในรัฐกะเหรี่ยง ทำให้ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การรบกันระหว่างทหารพม่าและทหารกะเหรี่ยงจากกองกำลังดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army) ยังคงปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านราว 700 คน ที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านวาเลย์ ในเขตเมืองกอกาเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ต้องลี้ภัยสงครามเข้ามายังชายแดนไทยตรง อ.พบพระ จ.ตาก โดยทางการไทยได้จัดพื้นที่พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านที่หนีภัยสงคราม ด้านเจ้าหน้าที่จากคลินิกแม่ตาวได้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านจากฝั่งพม่า

มีรายงานว่า ชาวบ้านบางส่วนได้เดินทางกลับบ้าน ในรัฐกะเหรี่ยงแล้ว หลังพบว่าสถานการณ์สู้รบเริ่มคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต้องเดินทางกลับเข้ามาชายแดนไทยอีกครั้ง เมื่อทหารพม่าและทหารดีเคบีเอได้เปิดฉากโจมตีกันอีกระลอกใหม่ ด้านเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ระบุว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป จะยิ่งสร้างความยากลำบากให้กับชาวบ้านที่หนีภัยสงครามเข้ามายังฝั่งไทยในการที่จะเดินทางกลับไปในหมู่บ้านของตน 

ทั้งนี้ ในคืนวันศุกร์ (3 พ.ย.)ที่ผ่านมา ทหารดีเคบีเอ จากกองพลที่ 5 ภายใต้การนำของนายพลนาคามวยได้ใช้อาวุธหนักโจมตีที่ตั้งค่ายของทหารพม่า บริเวณเนินเขาในเบริเวณหมู่บ้านวาเลย์ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของทหารดีเคบีเอ กองพลที่ 5 แต่ถูกทหารพม่าเข้ายึดได้เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มเกิดขึ้นนับตั้งแต่ทหารดีเคบีเอ ภายใต้นายพลนาคามมวย ซึ่งปฏิเสธแปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาชายแดน( Border Guard Force) และได้เข้ายึดเมืองเมียวดีในตอนดึกของคืนวันเลือกตั้งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในขณะที่ทหารพม่าได้ขับไล่ให้ทหารดีเคบีเอออกจากเมืองเมียวดี ขณะที่การสู้รบประปรายระหว่างทั้งสองกลุ่มยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ เป็นเหตุให้คลื่นผู้อพยพยังคงเดินทางเข้าไทย

สถานการณ์ในรัฐกะเหรี่ยงเองยังคงยุ่งยากซับซ้อน เมื่อทหารจากกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติ กะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA) กองกำลังฝ่ายทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ได้เข้ามาในพื้นที่สู้รบ และให้ความช่วยเหลือกับทหารดีเคบีเอ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมประกาศเตือนทหารพม่าให้ถอนกำลังออกจากเขตควบคุมของทหารกะเหรี่ยง

ทั้งนี้ การปะทะกันระหว่างทหารพม่าและทหารเคเอ็นแอลเอได้เกิดขึ้นทั่วในรัฐกะเหรี่ยงเช่นเดียวกัน โดยทหารเคเอ็นแอลเอได้เคลื่อนไหวมากขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่กองบัญชาการค่ายมาเนอปลอ ซึ่งในอดีตเคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของนายพลโบเมียะ ผู้นำคนสำคัญของ KNU แต่ถูกทหารพม่ายึดได้ในปี 2538

ด้านเลขาธิการเคเอ็นยู นางซิปโปรา เส่ง คาดการณ์ว่า ทางกองทัพพม่าจะเข้าปฏิบัติการทางทหารมากขึ้นในรัฐกะเหรี่ยงในอนาคตนี้ “เราได้ทำความเข้าใจกันแล้วกับทหารดีเคบีเอ ว่าเราจะไม่รบกัน และเราสามารถร่วมมือกันได้ หากถูกทหารพม่าโจมตี” นางซิปโปรา เส่งกล่าว

ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางการไทยและพม่าได้ตกลงที่จะส่งผู้ลี้ภัยจำนวน 1 พันคน จากหมู่บ้านเมททา ลิน หม่าย และหมู่บ้านพาลู เขตเมืองเมียวดีกลับฝั่งพม่าแล้ว ด้านสถานการณ์ในรัฐคะฉิ่น มีรายงานว่า กองทัพพม่าได้เพิ่มอาวุธและกำลังทหารเข้าประจำใกล้กับสำนักงานใหญ่ของกองทัพเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Organization) ในเมืองไลซา รัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของประเทศ

เหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างทหารพม่าและทหารคะฉิ่นเกิดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์(5 พ.ย.)ที่ผ่านมา หลังทหารทั้งสองฝ่ายต่างยิงปืนขึ้นฟ้าตรงบริเวณด่านการค้าคะฉิ่น-จีน  (Irrawaddy 7 พ.ย.53)

แปลและเรียบเรียงโดย สาละวินโพสต์ "สื่อทางเลือกเพื่อแบ่งปันความเข้าใจสู่เพื่อนบ้าน"อ่านข่าวและบทความอื่นๆ อีกมากมายได้ที่เว็บไซต์ www.salweennews.org เฟซบุ๊คhttp://www.facebook.com/Salweenpost ทวิตเตอร์http://twitter.com/salweenpost

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์